สงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2022 ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า เทคโนโลยีโดรน ไม่ใช่แค่ของเล่นของคนชอบถ่ายภาพทางอากาศอีกต่อไป แต่มันคืออาวุธสำคัญในการพลิกเกมรบเพื่อยับยั้งกองทัพรัสเซีย
สถานการณ์นี้ทำให้ไต้หวันที่กำลังเผชิญแรงกดดันและภัยคุกคามอย่างหนักจากจีนไม่อาจอยู่เฉย ล่าสุดองค์กรภาคประชาสังคมและสถานศึกษาในไต้หวัน ต่างพร้อมใจกันเปิดหลักสูตรเร่งด่วนเพื่อฝึกฝนพลเรือนให้เชี่ยวชาญการควบคุม โดรนไต้หวัน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ
รายงานจาก The Guardian ระบุว่า Kuma Academy องค์กรเอกชนด้านการป้องกันพลเรือนของไต้หวัน ได้เปิดตัวหลักสูตรฝึกบินโดรนขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโดรนให้กับสาธารณชน
หลักสูตรนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนยอดจองเต็มเหยียดยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคม โดยสามารถผลิตนักบินโดรนหน้าใหม่ได้ราว 75 คนต่อเดือน ไม่เพียงแค่วัยรุ่นและผู้ใหญ่เท่านั้น แม้กระทั่งในโรงเรียนประถมและมัธยมก็เริ่มมีการจัดค่ายฤดูร้อนเพื่อสอนเด็กๆ ประกอบโดรนและใช้งานในภารกิจค้นหาและกู้ภัยแล้ว สะท้อนความตื่นตัวหลังจากรัฐบาลไต้หวันปรับลดเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการขึ้นทะเบียนโดรนลงเหลือเพียง 14 ปี ส่งผลให้ปัจจุบันไต้หวันมีโดรนที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายแล้วกว่า 39,000 ลำ
ความน่าสนใจของหลักสูตรนี้คือ การตัดเทคโนโลยีชั้นสูงออกไปเพื่อความอยู่รอด โดรนที่นำมาใช้ฝึกเป็นโดรนที่ผลิตในไต้หวันทั้งหมด มีน้ำหนักไม่ถึง 100 กรัม ไม่มีระบบ GPS และไม่มีระบบบินอัตโนมัติ
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะในสถานการณ์รบจริง โดรนทหาร หรือโดรนพาณิชย์ทั่วไปมักตกเป็นเป้าหมายของระบบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ได้ง่าย ผู้บังคับจึงต้องฝึกฝนการบินด้วยสายตา และพึ่งพาสัญชาตญาณการควบคุมด้วยมืออย่างแท้จริง เหมือนกับยุทธวิธีใน สงครามยูเครน ที่เริ่มหันมาใช้โดรนบังคับผ่านสายไฟเบอร์ออปติก เพื่อลากสายสัญญาณโดยตรง ป้องกันการโดนแฮกหรือตัดสัญญาณจากฝ่ายตรงข้าม
นอกจากนี้ ไต้หวันยังพยายามตัดห่วงโซ่อุปทาน ชิ้นส่วนโดรนจากจีนออกไปอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดครับ เราได้แต่ภาวนาว่า อย่าให้สงครามนี้ได้เกิดเลย นั่นเพราะว่า ไต้หวันคือประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยีชิปอันดับต้นของโลก หากเกิดสงครามขึ้นมา มันอาจแผ่ขยายวงกว้าง มากกว่าแค่ประเทศ 2 ประเทศรบกันแน่…
ที่มา








