จีนสั่งห้าม ใช้ซอฟต์แวร์สหรัฐฯ ป้องกันข้อมูลรั่วไหล

[การแยกตัว] ความห่างเหินระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้คำว่า “ไม่ไว้วางใจ” อย่างล่าสุดที่ปักกิ่งได้สั่งห้ามหน่วยงานจีน ใช้ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยมี VMWare และ Fortinet เป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายที่ได้รับผลกระทบ

รายงานจาก Reuters เผยมีแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อสองแห่ง ได้รับแจ้งว่าหน่วยงานในปักกิ่ง ประกาศห้ามใช่ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล้ว หลังมีความกังวลว่าข้อมูลต่าง ๆ ของหน่วยงานที่ปักกิ่ง อาจรั่วไหลไปยังรัฐบาลต่างชาติหรือบุคคลที่สามได้นั้นเอง

ในฝั่งผู้จำหน่ายจากสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบ ก็มีทั้ง VMWare , Palo Alto Networks และ Fortinet การห้ามนี้ยังส่งผลกระทบต่อ Check Point Software ซึ่งตั้งอยู่ในอิสราเอลด้วย

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนในช่วงที่ผ่านมานั้น ก็แน่ชัดแล้วว่า “ขัดแย้ง” ในหลาย ๆ ด้าน โดยมีทั้งเรื่องภาษีกับเทคโนโลยี และล่าสุดในเวเนซุเอลากับกรีนแลนด์ด้วย

ทางฝั่งหน่วยงานของรัฐในจีน ก็มีแผนเปลี่ยนซอฟต์แวร์ต่างประเทศทั้งหมด ให้เป็นซอฟต์แวร์ที่ผลิตในประเทศภายในปี 2027 ซึ่งก็มีริเริ่มมาได้สักพักแล้ว โดยในปี 2022 ก็เคยมีเอกสารระบุถึงคำสั่งให้เปลี่ยนทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ที่มาจากต่างประเทศในส่วนสำคัญทั้งหมด โดยคำสั่งดังกล่าวก็เป็นที่รู้จักกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “ลบอเมริกา” หรือ “ลบ A”

ดูเหมือนสงครามเย็นยุคใหม่ไม่ได้สู้กันด้วยนิวเคลียร์แล้ว แต่สู้กันด้วย Code และ Silicon มากกว่า (รวมถึงเศรษฐกิจ) การที่จีนปิดประตูบ้านสนิทขนาดนี้ แปลว่ามีความมั่นใจว่า “ยืนได้ด้วยขาตัวเอง” ในระดับหนึ่งแล้ว

ที่มา : Tomshardware