ย้อนรอย Flappy Bird เกมมือถือสุดเรียบง่าย ที่ไม่จบแบบเรียบง่าย

[จบแลกล้าน] เชื่อว่าการ ‘รอ’ คือสิ่งที่หลาย ๆ คนเกลียด แต่เราก็มีสมาร์ทโฟนที่เป็นอุปกรณ์ขั้นดีสำหรับฆ่าเวลา ส่วนจะให้บอกว่าเกมไหนใช้ฆ่าเวลาแบบสั้น ๆ ได้ดีนั้น ก็ต้องเป็นเกมที่เรียบง่าย โหลดเข้าเกมไม่นาน และฟรีด้วย ปัจจุบันคงมีหลายตัวเลือก แต่ถ้าสมัยหนึ่งขอยกให้เป็น “Flappy Bird” เกมมือถือในตำนาน ที่เคยสร้างยอดดาวน์โหลดถึง 50 ล้านครั้งมาแล้ว แต่วันหนึ่งกลับถูกผู้สร้างลบหายไปแบบงง ๆ ซึ่งเพราะอะไรนั้น ? บทความนี้มาดูคำตอบกัน

จุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย

ย้อนกลับไปเดือนพฤษภาคม 2013 มีนักพัฒนาชาวเวียดนามรายหนึ่งที่ชื่อ Dong Nguyen (ดง เหงียน) จาก GEARS Studios (DOTGEARS) ได้ใช้เวลาว่างช่วงเย็นหลังเลิกงาน มาสร้างเกม Angry Birds ในเวอร์ชันที่ตัดความซับซ้อนออกให้หมด และต้องเล่นผ่านมือถือมือเดียวได้ง่าย ๆ เพื่อให้เล่นได้ขณะโหนราวจับบนรถไฟฟ้าหรือรถเมย์ ไม่ต้องถือสองมือและใช้เวลาเล่นนานมาก

ในที่สุดก็ออกมาเป็น “Flappy Bird” เกมบังคับเจ้านกพิกเซลตาแข็ง..เอ้ยตาโต ให้หลบท่อระบายน้ำสีเขียวไปเรื่อย ๆ (คล้ายท่อสีเขียวในเกม Mario และมีประเด็นภายหลัง) การหลบก็ทำด้วยการแตะ (Tap) หน้าจอมือถือเท่านั้น ยิ่งหลบได้นานก็ยิ่งได้คะแนน ใช่ครับเกมมีแค่นี้เลย ไม่มีการควบคุมที่ซับซ้อนอะไร และใช้เวลาเข้าเกมก็ใช้เวลาแปปเดียว จึงเหมาะสำหรับเล่นฆ่าเวลาระหว่างรออย่างยิ่ง

เกลียดแต่ก็หยุดเล่นไม่ได้

ตัวเกม Flappy Bird เปิดให้โหลดใน App Store และ Google Play ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2013 จนผ่านไปถึงช่วงต้นปี 2014 ก็ทะยานขึ้นเป็นเกมหรือแอปฯ ฟรีอันดับต้น ๆ ของ iOS และ Android จากปรากฏการณ์ปากต่อปากในช่วงนั้น เป็นอะไรที่แม้แต่ตัวผู้สร้างเองก็ไม่คาดคิด

ตัวเกมไม่มีโปรโมทหรือทำการตลาดอะไรทั้งนั้น อาศัยกระแสแบบ Organic ล้วน ๆ เนื่องด้วยความยากของเกม ที่แม้มีรูปแบบการเล่นที่ง่ายมาก ทว่ากลับมีความยากระดับ <นรกแตก> จนสร้างความท้าทายไปทั่ว ซึ่งกลายเป็นความสัมพันธ์แบบ Love-Hate คือ “เกลียดความยากของมัน แต่หยุดเล่นไม่ได้” คงเพราะการเล่นที่ง่ายนี้เอง เลยทำให้คนเล่นไม่อยากยอมแพ้ บ้างก็หวังเอาคะแนนในเกมมาอวดโซเชียล หรือบ้างก็ถ่ายคลิปทุบมือถือพังเพราะเกมนี้ก็มี (Content อ่ะนะ)

ความสำเร็จที่มาพร้อมดราม่า

แม้ตัวเกมจะประสบความสำเร็จ จนมียอดดาวน์โหลดกว่า 50 ล้านครั้ง สร้างรายได้จากโฆษณามหาศาลถึง 50,000 ดอลลาร์ฯ ต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 1.6 ล้านบาท แต่ความสำเร็จนี้กลับตอบแทนด้วยความเครียด เพราะผู้สร้างรู้สึกผิดกับความสำเร็จของเกมมากกว่า ที่มาพร้อมทั้งคำชมและคำวิจารณ์ โดยเฉพาะเรื่อง “ขโมยงานศิลป์” จากท่อสีเขียวของเกม Mario มาใช้นั้นเอง จุดชนวนให้เกิดกระแสโจมตีผู้สร้างอย่างหนัก ทั้งขั้นมีเหยียดเชื้อชาติ ขู่ฆ่า และมีปาปารัสซี่ตามถึงบ้าน

สุดท้าย Dong Nguyen ได้ติดสินใจขั้นเด็ดขาด ด้วยการถอดเกม Flappy Bird ออกจาก App Store และ Google Play ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 หวังกลับไปใช้ชีวิตที่เรียบง่าย…ตามข่าวที่ออกก่อนหน้านะ

สุดท้ายก็มีการเผยเหตุผลที่แท้จริงของ Dong Nguyen ว่าไม่ได้ถอดเกม Flappy Bird ออกเพราะเรื่องลิขสิทธิ์ หรือที่มีข่าวต่าง ๆ ก่อนหน้า แต่เป็นเพราะรู้สึกผิดที่เกมของตนกลายเป็น “ยาเสพติดดิจิทัล” ที่ทำลายชีวิตผู้เล่นโดยเฉพาะเด็ก ซึ่งเล่นจนเสียผู้เสียคนเลย ผิดวัตถุประสงค์ที่อยากให้เล่นแค่ฆ่าเวลาเท่านั้น

“I cannot take this anymore”

หรือ “ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” ข้อความทวีตใน Twitter (ก่อนเป็น X) ของ Dong Nguyen เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2014 ก่อนจะลบเกมทิ้งใน 22 ชั่วโมงต่อมา ทิ้งรายได้มหาศาลไปทันที

…อนึ่งหลังเกมถูกลบ มีมือถือที่ติดตั้งเกม Flappy Bird ไว้อยู่ ก็ถูกนำมาขายต่อใน eBay ได้ในราคาสูงลิ่วด้วย

สู่มรดกเฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม Flappy Bird ได้กลายเป็นมรดกมาจนถึงปัจจุบัน เพราะทำให้เกิดเกมเลียนแบบ (Clone Game) จำนวนมาก ทว่าก็ไม่มีเกมไหนทำได้ดีเท่าต้นฉบับ เพราะระบบฟิสิกส์และความรู้สึกในการกด Tap หน้าจอของ Flappy Bird มันมีความเฉพาะตัวสูงมากจริง ๆ

ปัจจุบันมีกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “Flappy Bird Foundation” หรือกลุ่มผู้เล่นแฟนพันธุ์แท้ ได้ซื้อลิขสิทธิ์ตัวเกมจาก Gametech Holdings (เคยซื้อลิขสิทธิ์มาจาก Dong Nguyen ก่อนหน้า) มาพัฒนาเกม Flappy Bird เวอร์ชั่นรีบูต ให้มีด่านท้าทายใหม่ ๆ และระบบการเล่นที่ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเปิดให้เล่นแล้วผ่าน Epic Store โดยสามารถโหลดได้ฟรี แต่ปัจจุบันเล่นได้เฉพาะมือถือ Android เท่านั้น (ติดตั้งผ่านไฟล์ apk ยุ่งยากพอตัว) และมีแผนขยายให้โหลดผ่าน App Store และ Google Play ในปี 2025 แต่ก็เลื่อนไปเรียบร้อย กลายเป็น Cooming Soon

อนึ่งตัวเกม Flappy Bird เวอร์ชั่นรีบูตใหม่นี้ แม้จะเปิดให้เล่นฟรี แต่ก็มี Microtransactions ซื้อสกินใหม่ในเกมด้วยนะเออ และก่อนหน้านี้ Flappy Bird Foundation เคยมีประเด็นเรื่องระบบ Crypto ด้วย ซึ่งทาง Dong Nguyen ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องและยืนยันว่าเลย “ไม่สนับสนุน Crypto” สุดท้ายเรื่องนี้ก็เงียบไป

ระหว่างรอตัวเวอร์ชั่นรีบูตบน App Store และ Google Play สามารถไปเล่นตัวเกมเวอร์ชั่น Classic ก่อนได้ผ่าน เว็บเบราว์เซอร์ (flappybird.io)

Dong Nguyen ในปัจจุบัน

การตัดสินใจ “ฆ่า” เกมตัวเองของ Dong Nguyen นั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นการกระทำที่กล้าหาญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการนักพัฒนาเลย เพราะผู้สร้างยอมเลือกความสงบสุขทางใจ กับหวังดีต่อผู้เล่นมากกว่าเงินหลายล้าน ที่แม้เป็นรายได้ที่นักพัฒนาหลายคนใฝ่ฝันอย่างยิ่ง

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับเกม Flappy Bird ปัจจุบัน Dong Nguyen เลือกที่จะใช้ชีวิตที่เงียบสงบกว่า (สรุปข่าวนี้จริง) โดยยังคงร่วมพัฒนาเกมต่อไปกับทาง GEARS Studios โดยมีทั้งเกม Swing Copters และ Ninja Spinki Challenges แต่ก็ไม่มีเกมไหนเทียบความสำเร็จระดับโลกอย่าง Flappy Bird ได้เลย แสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่ไม่แน่นอนของนักพัฒนาเกมอินดี้จนทุกวันนี้

ที่มา : ThevergeTechfrontier