จับคนลักลอบ เร่งตรวจสอบผู้ให้บริการ ส่งสัญญาณเน็ตไปกัมพูชา

หลายคนตั้งข้อสงสัยใน X ว่าทำไมสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียรเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งยังมีข่าวว่าอินเทอร์เน็ตเครือข่ายไทยถูกเชื่อมต่อสัญญาณไปใช้ในกัมพูชา หรือนี่เป็นสาเหตุของเน็ตช้า?

ล่าสุด กสทช. กำลังรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดี เอาผิดผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปกัมพูชา

หลังจากที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้รับข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งว่า พบหมายเลขประจำ IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ถูกเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต และใช้รับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น

กลายเป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 โดยโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร และพบว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ประเทศกัมพูชา

บก.ปอท. ขอให้ กสทช. ร่วมลงพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ. สระแก้ว เป็นการเร่งด่วน โดยได้ขอหมายค้นพื้นที่ที่มีการตั้งจุดเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตดังกล่าว และเตรียมเสนอบทลงโทษกรณีที่กระทำความผิดจริง

ด้านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่าง AIS ได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจสอบสวนกลางตัดสัญญาณทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง พร้อมยกเลิกสัญญาการให้บริการ และแจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหาย

พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีการทำธุรกิจกับบริษัทจากกัมพูชาแล้ว และยังคงมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงประเด็นซิมม้าและซิมเถื่อน เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์สแกมเมอร์ ในการนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

โดยภายในเดือน ม.. เพียงเดือนเดียว สำนักงาน กสทช. ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบแล้วกว่า 3 จุด

1. แอบวางท่อลากสายการให้บริการโทรคมนาคมไปยังพม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งพบในพื้นที่บ้านหลังหนึ่งตรงข้ามชเวก๊กโก

2. ตรวจสอบการจำหน่ายกล้องวงจรปิดที่มีการลักลอบนำซิมจากต่างประเทศขายพ่วงในอุปกรณ์ และอุปกรณ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีการแอบอ้างใช้เอกสารราชการในการขายสินค้าหลอกลวงประชาชน ในพื้นที่ซอยลาดพร้าว 101

3. ลงพื้นที่ตามการรับแจ้งของ บก.ปอท. เพื่อตรวจสอบการนำบริการอินเทอร์เน็ตไปใช้ยังกัมพูชา ใน จ.สระแก้ว

สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป