เนียนแค่ไหนก็แพ้ วิธี จับโป๊ะภาพปลอม 3 สิ่งที่ AI ยังไม่เข้าใจ

จับโป๊ะภาพปลอม

Techhub พาไป เจาะเทคนิค จับโป๊ะภาพปลอม จาก AI ด้วยกฎฟิสิกส์และจุดรวมสายตา วิธีเช็กที่แม่นยำกว่าการใช้ AI Detector พร้อม 3 จุดบอดที่ AI ยังสอบตก

ยุคนี้จะดูแค่นิ้วมือหรือตัวอักษรเพี้ยน เพื่อแยกแยะภาพ AI อาจจะไม่พอ เพราะ Generator รุ่นใหม่ๆ พัฒนาไปไกลจนแทบไม่เหลือร่องรอยความผิดพลาดทางสรีรวิทยาให้เห็น แต่รู้หรือไม่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ AI ยังสอบตกเสมอนั่นคือ กฎของฟิสิกส์

ทีมนักวิจัยจากวารสาร Science และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลอย่าง Hany Farid จาก UC Berkeley ค้นพบว่า แม้ AI จะสร้างภาพได้สวยงามอลังการแค่ไหน แต่มันยังไม่เข้าใจพื้นฐานเรื่องแสงและเรขาคณิตในโลกความเป็นจริง โดยเฉพาะเรื่องจุดรวมสายตา ทำให้เราสามารถ จับโป๊ะภาพปลอม

ทำไมฟิสิกส์ถึงเป็นจุดอ่อนของ AI?

โมเดล AI ในปัจจุบันถูกฝึกฝนมาให้ทำนายพิกเซล เพื่อสร้างภาพที่ดูดีตามความคาดหวังของมนุษย์ (เช่น ภาพต้องดู Cinematic หรือมีความดราม่า) แต่มันไม่ได้ถูกสอนให้เข้าใจกฎทางกายภาพจริงๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพที่ดูเผินๆ เหมือนจริง แต่ถ้ากางไม้บรรทัดวัดดูจะพบความผิดปกติทันที

3 จุดจับโป๊ะที่เราสามารถเช็กได้ว่า ภาพนี้ สร้างจาก AI หรือไมา

1.เส้นเปอร์สเปกทีฟ โดยในโลกแห่งความจริง เส้นที่ขนานกัน เช่น รอยต่อกระเบื้อง หรือขอบทางเดิน จะต้องพุ่งไปบรรจบกันที่จุดรวมสายตาเสมอ แต่ในภาพ AI เส้นเหล่านี้มักจะเบี้ยวหรือพุ่งไปคนละทิศทาง

2.เงาจากแสงอาทิตย์ เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ไกลจากโลกมาก รังสีของแสงที่ตกลงมาจึงขนานกัน ดังนั้นเส้นที่เชื่อมระหว่างจุดบนวัตถุกับจุดบนเงาของมัน จะต้องไปรวมกันที่จุดรวมสายตาเช่นกัน ซึ่ง AI มักจะคำนวณพลาดในจุดนี้

3.ภาพสะท้อน นี่คือจุดที่ยากที่สุดสำหรับ AI แม้ภาพสะท้อนในน้ำหรือกระจกจะดูเนียนตา แต่ถ้าลากเส้นเชื่อมระหว่างจุดจริงกับจุดสะท้อน เส้นเหล่านั้นต้องขนานกันและมุ่งไปสู่จุดรวมสายตาตามหลักเรขาคณิต

เหล่านักวิจัยเตือนว่า อย่าฝากความหวังไว้กับ AI Detector หรือโปรแกรมตรวจจับ AI มากเกินไป เพราะเครื่องมือเหล่านี้มักจะทำงานได้ดีแค่กับข้อมูลที่มันเคยถูกฝึกมาเท่านั้น หากเจอภาพในรูปแบบใหม่ๆ มันก็อาจจะทายผิดได้ การใช้ตาของมนุษย์ ร่วมกับความรู้ทางฟิสิกส์ จึงยังเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในตอนนี้ครับ

ที่มา

Techspot