ซัมซุงปฏิวัติวงการกล้องสมาร์ทโฟน ด้วย Galaxy S22 และ S22+ มิติใหม่แห่งการถ่ายภาพที่คมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน

Galaxy S series ใหม่ สุดยอดสมาร์ทโฟนที่จะมาสร้างสรรค์ บันทึก และแบ่งปันช่วงเวลาสำคัญ ด้วยกล้องระดับโปรและความสามารถของ AI

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟลกชิปสองรุ่นใหม่ล่าสุด Galaxy S22 และ S22+ ที่พร้อมให้ผู้ใช้ได้สร้างสรรค์และแสดงตัวตนอย่างเต็มที่ ผ่านสุดยอดนวัตกรรมกล้องที่โดดเด่น รวมถึงเทคโนโลยีการประมวลผลภาพขั้นสูง ทำให้ผู้ใช้ไม่พลาดทุกโมเมนต์น่าจดจำ โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่เพียงมาพร้อมดีไซน์อันสวยงามโดดเด่น แต่ยังผลิตโดยคำนึงถึงความยั่งยืน เพื่อเป็นการสานต่อแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

นายทีเอ็ม โรห์ ประธานธุรกิจ โมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “กล้องสมาร์ทโฟน
ได้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างสรรค์ แชร์ และเชื่อมต่อกับผู้คนที่เรารัก ด้วย
การสื่อสารผ่านภาพถ่ายและวิดีโอ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อันทรงพลังในตระกูล S series โดยเน้นไปที่นวัตกรรมกล้องเพื่อให้สามารถถ่ายทอดทุกมุมมองที่ดีที่สุดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน”

เป็นเจ้าของทุกค่ำคืน ด้วยกล้องสมาร์ทโฟนสุดอัจฉริยะเท่าที่ซัมซุงเคยมีมา

Nightography คือหนึ่งในฟีเจอร์อันโดดเด่นของ Galaxy S22 series ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของเซนเซอร์
ขนาดใหญ่ ที่เพิ่มขึ้นจากรุ่น
Galaxy S21 | S21+ ถึง 23% และเทคโนโลยี Adaptive Pixel ซึ่งทำให้เลนส์สามารถเปิดรับแสงได้มากขึ้น พร้อมดึงรายละเอียดภาพและเน้นสีสันเพื่อมอบความคมชัดแม้อยู่ในที่มืด[1] โดยทั้ง Galaxy S22 | S22+ จะมาพร้อมกับกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เลนส์เทเล 10 ล้านพิกเซล และเลนส์อัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซล ในโหมดวิดีโอยังมีอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ อย่าง การจัดเฟรมอัตโนมัติ (Auto Framing)[2] ที่จะมีระบบทำหน้าที่มอนิเตอร์จำนวนคนที่เข้าร่วมเฟรมได้สูงสุดถึง 10 คน พร้อมปรับโฟกัสกล้องให้โดยอัตโนมัติ และเทคโนโลยี VDIS ขั้นสูง (Advanced Video Digital Image Stabilization) ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยลดการสั่นสะเทือน ทำให้รูปที่ถ่ายสามารถจับภาพทุกคนได้แบบคมชัดไม่มีพลาด

นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยี AI Stereo Depth Map ใหม่ล่าสุด ยังจะช่วยให้การถ่ายภาพในโหมด Portrait เพอร์เฟกต์ยิ่งขึ้น ด้วยการเก็บทุกรายละเอียดได้อย่างไร้ที่ติ ไม่เว้นแม้แต่การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง ที่ปัญหาการถ่ายภาพแล้วเส้นขนเบลอไปกับพื้นหลังจะหมดไป

ก้าวทันทุกจังหวะชีวิตด้วยประสิทธิภาพอันทรงพลัง

ในทุกช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่ทำงานจนถึงบ้าน Galaxy S22 | S22+ พร้อมจะเข้ามาเป็นตัวช่วยที่จะอยู่เคียงข้างผู้ใช้งานทุกคน ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของชิปเซ็ตขนาด 4 นาโนเมตร ที่ประมวลผลเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ พร้อมความสามารถของ AI และ Machine Learning ที่ล้ำหน้า รวมถึงระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้แก่แอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้นโดยอัตโนมัติ ทำให้
ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมคอนเทนต์ ท่องเว็บไซต์ หรือใช้แอปพลิเคชันแผนที่นำทาง ก็ทำงานได้อย่างราบรื่นไร้ที่ติ พร้อม
ใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวัน ด้วยแบตเตอรี่อัจฉริยะ[3] ที่รองรับการชาร์จเร็วที่ 25 วัตต์[4]สำหรับรุ่น Galaxy S22 และ 45 วัตต์สำหรับ Galaxy S22+

ผู้ใช้ยังจะได้ดื่มด่ำกับการรับชมคอนเทนต์ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยหน้าจอ Dynamic AMOLED[5] 2x ขนาดใหญ่ 6.1 นิ้ว บน Galaxy S22 และ 6.6 นิ้ว[6] บน Galaxy S22+ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี Vision Booster ที่ปรับการแสดงผลภาพให้เข้ากับแสงบรรยากาศรอบตัวผู้ใช้ และปรับคอนทราสต์สีให้เหมาะสม รวมถึงพัฒนาอัตราความสว่างของหน้าจอให้เพิ่มสูงสุดถึง 1,300nits ใน Galaxy S22 และ 1,750nits ใน Galaxy S22+ จึงทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินได้เต็มอรรถรส

นอกจากนี้ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันในทุกเวลา ซัมซุงจึงได้ร่วมมือกับ Google เพื่อแนะนำ Google Duo[7] live sharing[8] ที่ผู้ใช้งาน Galaxy S22 | S22+ สามารถรับชมภาพถ่ายพร้อมกับเพื่อนสนิท หรือจดบันทึกระหว่างประชุมไปพร้อมกับเพื่อนร่วมงานได้แม้จะอยู่คนละที่ก็ตาม

ดีไซน์เหนือระดับเพื่อความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

Galaxy S22 | S22+ มาพร้อมดีไซน์ Contour-Cut อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานเข้ากับการจัดวางกล้อง ขอบจอแบนสุดประณีต วัสดุกระจกอันหรูหรา และผิวสัมผัสด้านแบบ Haze Finish ได้อย่างลงตัว ซึ่งกรอบของกล้อง GalaxyS22 series ผลิตขึ้นจากโลหะขนาดบางไร้รอยต่อ พร้อมสีสันที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับตัวเครื่อง เพื่อสะท้อนถึงความโฉบเฉี่ยว ทันสมัยในด้านความทนทาน Galaxy S22 | S22+ ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในตระกูล S series ที่ผลิตจาก Armor Aluminum ซึ่งเป็นกรอบอะลูมิเนียมที่แข็งแกร่งที่สุดของซัมซุง รวมถึงยังเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับ Corning® Gorilla® Glass Victus®+ ทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลใจ หากมีอุบัติเหตุตกหล่นโดยไม่คาดฝัน

ทั้งนี้ ซัมซุงยังได้เตรียมอัพเกรดระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์[9] บน Galaxy S22 series สูงสุดถึง 4 เจเนอเรชัน เพื่อให้กาแลคซี่แฟนหลายล้านคนทั่วโลกสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้ยาวนานขึ้น โดยที่ไม่พลาดระบบการรักษา
ความปลอดภัยเวอร์ชันล่าสุด พร้อมทั้งฟีเจอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือสิ่งน่าตื่นเต้นอื่นๆ อีกมากมาย โดยซัมซุงกำลังเดินหน้าขยายแนวคิดนี้ไปยังผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับการดูแลอย่างเต็มที่เมื่ออยู่ภายใต้
กาแลคซี่อีโคซิสเต็ม

Galaxy S22 series ยังพร้อมให้ผู้ใช้ได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนที่แตกต่างของแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ ผ่าน
อินเตอร์เฟซของ One UI ใหม่ที่สามารถปรับแต่งสีไอคอน วิดเจ็ต โทนสีบนหน้าจอหลักได้ตามใจ รวมถึงยังช่วยให้
ผู้ใช้ได้สื่อสารความคิดและความรู้สึกได้อย่างง่ายดาย แม้ไม่ต้องพิมพ์ข้อความ ด้วยการนำเสนออีโมจิ GIF และสติ๊กเกอร์ได้โดยตรงจากแป้นคีย์บอร์ดบนหน้าจอ[10]

ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนเพื่อโลกของเรา ผ่านแคมเปญ Galaxy for the Planet

Galaxy S22 series นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนของซัมซุงที่ผ่านกระบวนการทางความคิดและการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ซึ่งทุกคนต่างทราบดีว่ามลพิษจากพลาสติกถือเป็นภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ของสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ ซัมซุงจึงได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกู้คืนอวนจับปลาที่ถูกทิ้ง[11] ให้เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล พร้อมเปลี่ยนสิ่งนี้ให้เป็นวัสดุประสิทธิภาพสูงเพื่อใช้ประกอบเป็นชิ้นส่วนตัวยึด (key bracket) ใน Galaxy S22 series โดยมีอัตราส่วนของพลาสติกรีไซเคิลจากอวนจับปลา[12] อยู่ที่ 20% ของทั้งหมด รวมถึงยังมีการใช้วัสดุรีไซเคิลอื่นๆ จากผลิตภัณฑ์เหลือใช้ของผู้บริโภค เพื่อนำมาผลิตเป็นโมดูลลำโพง หรือชิ้นส่วนด้านในปุ่มเปิด-ปิด หรือปรับเสียงอีกด้วย

นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้ใช้กระดาษรีไซเคิลทั้งหมด 100% ในการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ของ Galaxy S22 series และผลิตฟิล์มป้องกันที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล รวมถึงเคสสมาร์ทโฟนทั้งหมดที่ได้รับการออกแบบจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานการรับรอง UL-certified ไม่ว่าจะเป็น พลาสติกรีไซเคิลจากผลิตภัณฑ์เหลือใช้ หรือพลาสติกชีวภาพ[13] ซึ่งทั้งหมดนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของซัมซุงในการสร้างนวัตกรรมที่มีจุดมุ่งหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Galaxy for the Planet

มั่นใจในด้านความปลอดภัยด้วย Samsung Knox Vault

Galaxy S22 series ได้รับการดูแลด้านความปลอดภัยผ่านแพลตฟอร์ม Knox Vault พร้อมยกระดับระบบปฏิบัติการและหน่วยความจำให้สามารถคัดแยกข้อมูลอันละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็น รหัสผ่าน ไบโอเมตริกซ์ หรือบล็อกเชนคีย์ ออกจากระบบปฏิบัติการหลักของสมาร์ทโฟนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งด้วยแดชบอร์ดและค่าความชี้วัดระดับความเป็นส่วนตัวของ One UI จะทำให้ผู้ใช้สามารถทราบได้ว่าแอปพลิเคชันใดกำลังเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและกล้องสมาร์ทโฟน เพื่อให้ตัดสินใจอนุญาตหรือปฏิเสธแต่ละแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดายในที่เดียว โดย Galaxy S22 series ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ด้านความปลอดภัย อย่าง สถาปัตยกรรมไมโคร ARM (ARM micro architecture) ซึ่งจะช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งมายังระบบปฏิบัติการและหน่วยความจำบนสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งาน

เชื่อมต่ออย่างลื่นไหล ภายใต้กาแลคซี่อีโคซิสเต็ม

นอกจาก Galaxy S22 series แล้ว ซัมซุงยังได้เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ อย่าง Galaxy Tab S8 ซึ่งประกอบด้วย Tab S8, Tab S8+ และ Tab S8 Ultra รวมถึงการอัพเดตฟีเจอร์สำหรับ Galaxy Watch4 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเชื่อมต่อรองรับทุกด้านของชีวิตอีกด้วย

Samsung Galaxy S22 | S22+ พร้อมเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ Phantom Black, สีขาว Phantom White, สีเขียว และสีพิงค์โกลด์[14] สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s22-ultra/pre-order/

[1]  Adaptive Pixel ใช้งานได้กับภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงเท่านั้น ไม่รวมถึงความละเอียดพื้นฐาน

[2] การจัดเฟรมอัตโนมัติใช้ได้เฉพาะในโหมดวิดีโอ โดยต้องเปิดใช้งานการจัดเฟรมอัตโนมัติก่อนบันทึก ทั้งนี้ ความละเอียดและอัตราส่วนบางอย่างอาจไม่รองรับ รวมถึงฟังก์ชันบางอย่างอาจไม่สามารถใช้ได้เมื่อเปิดเฟรมอัตโนมัติ ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถจับโฟกัสได้เฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น และมีการจำกัดจำนวนคนที่สามารถจดจำได้ โดยในปัจจุบัน ฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานบน Samsung Camera, BlueJeans, Google Duo, Meta Messenger, Google Meet, New Knox Meeting, Microsoft Teams, Cisco Webex Meet, Zoom และการจัดเฟรมอัตโนมัติใช้ได้เฉพาะกับกล้องหน้าแบบอัลตร้าไวด์เท่านั้น

[3]  ประมาณการกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ทั่วไป ประเมินโดย Strategy Analytics ระหว่างปี 2021.12.08–12.20 ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรด้วยรุ่นก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ  SM-S901, SM-S906, SM-S908 ภายใต้การตั้งค่าเริ่มต้นโดยใช้เครือข่าย 5G Sub6 (ไม่ได้ทดสอบภายใต้เครือข่าย 5G mmWave) ทั้งนี้ อายุการใช้งานแบตเตอรี่จริงจะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมของเครือข่าย คุณสมบัติและแอปพลิเคชันที่ใช้ ความถี่ของการโทรและข้อความ จำนวนครั้งที่ชาร์จ และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย

[4] ที่ชาร์จติดผนังวางแยกจำหน่าย กรุณาใช้เฉพาะที่ชาร์จและสายเคเบิลที่ผ่านการรับรองจากซัมซุงเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บหรือความเสียหายต่ออุปกรณ์ พร้อมห้ามใช้แบตเตอรี่ ที่ชาร์จหรือสายเคเบิลที่เข้ากันไม่ได้ หรือมีความชำรุด เสียหาย

[5] จอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X พร้อม Vision booster ใน Galaxy S22 และ S22+ ได้รับการรับรองจาก VDE Germany ว่าได้รับผลลัพธ์ 100% สำหรับการแสดงค่าสีบนสมาร์ทโฟนในช่วงสี DCI-P3 ซึ่งหมายความว่าภาพที่แสดงจะมีความสดใส ไม่ซีดจาง แม้อยู่ในระดับความสว่างที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ จอแสดงผลสามารถให้ความสว่างสูงสุดถึง 1750 nits บน Galaxy S22+ และ 1300 nits บน Galaxy S22 ซึ่งเนื้อหาดิจิทัลจะมีความสดใสยิ่งขึ้น จากการปรับปรุงคอนทราสต์ระหว่างด้านมืดและด้านสว่าง ด้วยอัตราส่วนคอนทราสต์ 3,000,000:1 บน Galaxy S22+ และอัตราส่วนคอนทราสต์ 2,000,000:1 บน Galaxy S22 เพื่อทำให้ประสบการณ์มือถือของผู้ใช้สมจริงยิ่งขึ้น

[6]  การวัดที่แสดงเป็นแนวทแยง ซึ่งพื้นที่ดูจริงมีขนาดเล็กลงเนื่องจากมุมโค้งมนและรูกล้อง

[7] แอปพลิเคชั่นที่เปิดให้แชร์ในปัจจุบันระหว่างใช้งานวิดีโอคอลของ Google Duo ได้แก่ Google Arts & Culture, Google Maps, Jamboard, Samsung Notes, Samsung Gallery และ YouTube

[8] Google Duo เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ผู้ใช้งาน Galaxy S22 series และ Galaxy Tab S8 series สามารถเป็นโฮสต์ของการไลฟ์ได้ตั้งแต่วันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เป็นต้นไป ซึ่งฟีเจอร์นี้จะให้บริการแก่ผู้ใช้อุปกรณ์กาแลคซี่รายอื่นที่ใช้ Android S OS ในภายหลัง ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอาจต้องอัปเกรดเป็นแอปพลิเคชัน Google Duo เวอร์ชันล่าสุดเพื่อใช้การไลฟ์ ความพร้อมใช้งานของแอป Google Duo อาจแตกต่างกันไปตามตลาด และต้องการการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เหมาะสมที่สุดเพื่อใช้งาน

[9] ความพร้อมใช้งานและระยะเวลาของการอัพเกรดระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และคุณลักษณะอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นอุปกรณ์และตลาด อุปกรณ์ที่มีสิทธิ์อัพเกรดระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์สี่เวอร์ชั่นในปัจจุบัน ได้แก่ Galaxy S22 series (S22/S22+/S22 Ultra), S21 series (S21/S21+/S21 Ultra/S21 FE), Z Fold3, Z Flip3 และ Tab S8 series (Tab S8 /Tab S8+/Tab S8 Ultra).

[10] อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

[11]  อวนจับปลาที่ถูกทิ้งจะได้มาจากพันธมิตรของซัมซุง ซึ่งทำงานร่วมกับชาวประมงท้องถิ่นที่เก็บมาจากมหาสมุทรอินเดียและพื้นที่ชายฝั่งทะเลใกล้เคียง โดยซัมซุงไม่ได้เป็นผู้กู้คืนอวนจับปลาจากมหาสมุทรโดยตรง

[12]  พลาสติกที่ถูกทิ้งอยู่ในมหาสมุทร คือขยะพลาสติกทุกขนาด (ไมโครพลาสติก เมซโซพลาสติก และมาโครพลาสติก) ที่ตั้งอยู่ภายใน 50 กม. จากชายฝั่งในชุมชนหรือพื้นที่ที่ไม่มีการจัดการขยะหรือการจัดการไม่มีประสิทธิภาพ

[13] วางจำหน่ายแยก

[14] ความพร้อมใช้งานอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ