สนามบินอัจฉริยะ เจาะลึก SKY Aviation Lab สร้างคนสายเทคการบิน

SKY Aviation Lab

หากพูดถึงเป้าหมายระดับชาติอย่างการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคหรือ Aviation Hub ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นการทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อขยายอาคารผู้โดยสาร สร้างรันเวย์ใหม่ หรือเพิ่มเส้นทางการบินให้ครอบคลุม ทว่าในโลกยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าเข็มนาฬิกา ขนาดของพื้นที่ไม่ใช่คำตอบเดียวของการเป็นฮับอีกต่อไป

เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ สนามบินชางงีเพียงแห่งเดียวสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 62 ล้านคนต่อปี ในขณะที่ประเทศไทยมีสนามบินถึง 39 แห่งทั่วประเทศ แต่รองรับผู้โดยสารรวมกันได้ราว 60 ล้านคน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า อาวุธลับในการเป็น Aviation Hub ไม่ใช่แค่การมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่อยู่ที่ความฉลาดของระบบปฏิบัติการ และการนำข้อมูล มาบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างไรก็ตาม การจะสร้างสนามบินอัจฉริยะได้นั้น ประเทศไทยกำลังเผชิญกับคอขวดสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ นั่นคือ ภาวะขาดแคลนบุคลากรสายเทคโนโลยีที่มีความเข้าใจระบบปฏิบัติการเฉพาะทางของอุตสาหกรรมการบิน

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการลบภาพจำการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ด้วยการยกขุมพลังเทคโนโลยีระดับโลกมาตั้งไว้ในรั้วมหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อ SKY Aviation Lab

คอขวดของ Aviation Hub เมื่อคนไอทีทั่วไป ไม่ตอบโจทย์โลกการบิน

เพื่อทำความเข้าใจรากฐานของปัญหา เราต้องมองภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินไทยในปัจจุบันก่อน ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางภูมิภาค แต่ในความเป็นจริง สถานะของเราคือจุดหมายปลายทางอย่างแข็งแกร่ง โดยผู้โดยสารกว่า 95% บินเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ มีเพียง 5% เท่านั้นที่เป็นกลุ่มผู้โดยสารมาเพื่อต่อเครื่อง

หากเราต้องการยกระดับตัวเองไปสู่การเป็น Aviation Hub ที่แท้จริง เพื่อแข่งขันกับสิงคโปร์หรือไต้หวันที่มีสัดส่วนผู้โดยสารต่อเครื่องสูงถึง 80-90% สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการทำ Digital Transformation เปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบเดิมให้เป็นดิจิทัล เพื่อลดความซ้ำซ้อน ประหยัดเวลา และลดต้นทุน เมื่อสนามบินใช้เวลาในการจัดการเที่ยวบินน้อยลง ความถี่ ในการรับส่งเที่ยวบินก็จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

อุตสาหกรรมการบินคือโลกที่มีระบบนิเวศ ซับซ้อนและมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด การดูแลเซิร์ฟเวอร์หรือเขียนโปรแกรมทั่วไป แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการจัดการระบบฐานข้อมูลผู้โดยสาร ที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสายการบินทั่วโลกและหน่วยงานความมั่นคงแบบวินาทีต่อวินาที

ด้วยเหตุนี้ บัณฑิตจบใหม่แม้จะเก่งด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือไอทีแค่ไหน เมื่อก้าวเข้าสู่สนามการทำงานจริงในอุตสาหกรรมการบิน มักจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด เพราะพวกเขาไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัส ระบบปฏิบัติการจริง การเรียนจากตำราไม่สามารถสร้างทักษะการแก้ปัญหาหน้างาน ที่เกิดจากความผิดปกติของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เฉพาะทางได้

SKY Aviation Lab พลิกโฉมการศึกษาด้วย Industry-based Learning

เพื่อทลายข้อจำกัดและผลิตกำลังคนให้ทันต่อความต้องการ SKY ICT ในฐานะผู้นำด้าน Aviation Tech as a Service ที่อยู่เบื้องหลังระบบสำคัญใน 13 สนามบินทั่วประเทศ จึงได้จับมือกับ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดตัว SKY Aviation Lab ห้องปฏิบัติการการบินดิจิทัล (Digital Aviation Lab) แห่งแรกของประเทศไทย

เป้าหมายหลักของแล็บแห่งนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างห้องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย แต่คือการนำโจทย์จริงจากอุตสาหกรรม มาสร้างเป็นระบบการเรียนรู้ ให้นิสิตได้ทดลองใช้งาน ลองผิดลองถูก และแก้ปัญหา กับเทคโนโลยีที่เปิดใช้งานจริงอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินชั้นนำทั่วโลก

เจาะลึกขุมพลังเทคโนโลยีภายใน SKY Aviation Lab
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้แล็บแห่งนี้พิเศษกว่าใคร คือการจำลอง Passenger Journey Simulation Zone สถาปัตยกรรมระบบทั้งหน้าบ้าน และหลังบ้าน ครบถ้วนตั้งแต่ก้าวแรกที่ผู้โดยสารเช็กอิน ไปจนถึงวินาทีที่เดินผ่านประตูขึ้นเครื่อง

1. สัมผัสประสบการณ์หน้าบ้าน

– Self Check-In Kiosk (CUSS) ตู้ออกบัตรโดยสารอัตโนมัติ ให้นิสิตได้เรียนรู้การทำงานของระบบประมวลผล การอ่านค่าพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชน และการทำงานของฮาร์ดแวร์ที่ต้องพิมพ์ Boarding Pass และ Tag กระเป๋าได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้ช่วยลดเวลารอคิวหน้าเคาน์เตอร์จาก 1 ชั่วโมง เหลือเพียงไม่ถึง 20 นาที

– Self Bag Drop (CUBD) ระบบโหลดสัมภาระอัตโนมัติ ที่เชื่อมโยงเข้ากับระบบสายพานจำลอง ให้นิสิตเห็นกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างเซนเซอร์ชั่งน้ำหนัก เครื่องสแกนบาร์โค้ด และซอฟต์แวร์จัดการคิว

– Self Boarding Gate ประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติ นี่คือจุดที่นิสิตจะได้เรียนรู้เทคโนโลยี Biometric และ Face Scan การทำงานของกล้องที่ต้องจับภาพใบหน้า แปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล และส่งไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลส่วนกลางเพื่อยืนยันตัวตนผู้โดยสารในเสี้ยววินาที โดยไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารซ้ำ

2. เจาะลึกการประมวลผลหลังบ้าน

นอกจากสิ่งที่มองเห็นได้แล้ว นิสิตยังต้องเรียนรู้สมองกลที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการสนามบินอัจฉริยะ

-CUPPS (Common Use Passenger Processing System) ระบบแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมฐานข้อมูลผู้โดยสารเข้ากับระบบของแต่ละสายการบิน
– APPS (Advance Passenger Processing System) ระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า ซึ่งต้องทำงานเชื่อมต่อกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดระดับประเทศ
– BRS (Baggage Reconciliation System) ระบบจับคู่และติดตามสัมภาระ นิสิตจะได้เรียนรู้ว่ากระเป๋าทุกใบถูกติดตามด้วยระบบ Digital อย่างไร เพื่อป้องกันปัญหากระเป๋าหลงเที่ยวบิน หรือกระเป๋าขึ้นเครื่องแต่ผู้โดยสารไม่มา
– A-CDM (Airport Collaborative Decision Making) ระบบที่นำข้อมูลจากทุกภาคส่วน (สายการบิน, หอบังคับการบิน, สนามบิน) มาแชร์บนฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อบริหารจัดการเวลาเครื่องบินขึ้น-ลงให้ตรงเวลา (On-time Performance) แก้ปัญหาผู้โดยสารต้องนั่งรอเครื่องบินบนเกทนานๆ

ปั้น High-Skilled Talent เข้าใจ Big Data จบปุ๊บ ทำงานได้ปั๊บ
ความโดดเด่นที่สุดของ SKY Aviation Lab คือการสอนให้นิสิตมองเห็นภาพรวมของข้อมูลทั้งหมด การเรียนรู้แบบ Project-based จะทำให้นิสิตเข้าใจว่า ข้อมูลผู้โดยสาร 1 คน ตั้งแต่สแกนพาสปอร์ต วิ่งผ่านระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงกระเป๋าเดินทางที่ไหลลงสายพาน ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บ แลกเปลี่ยน และนำไปวิเคราะห์ต่ออย่างไร

เมื่อนิสิตมีพื้นฐานกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์บนฐานของ Big Data พวกเขาจะไม่ใช่แค่วิศวกรที่ซ่อมเครื่องจักรเป็น แต่จะเป็นนักพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำ Data มาต่อยอด เพื่อแก้ปัญหาความแออัดในสนามบิน (เช่น ปัญหาคิว ตม. ยาว ที่ปัจจุบันแก้ด้วยระบบ Automated Border Control ซึ่งใช้เวลาเคลียร์คนเพียง 15 วินาที/คน) หรือคิดค้นโซลูชันใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต

ก้าวแรกสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย “คน” และ “เทคโนโลยี”
การที่ประเทศไทยจะก้าวไปยืนอยู่ในจุดที่เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคได้อย่างสง่างามและยั่งยืนนั้น การสร้างตึกใหม่หรือขยายรันเวย์เป็นเพียงปัจจัยพื้นฐาน สิ่งที่ชี้วัดชัยชนะในยุคต่อไปคือความสามารถในการจัดการข้อมูล และการมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด ก็จะไร้ความหมายหากเราขาดบุคลากรที่รู้วิธีดึงศักยภาพของมันออกมาใช้

การถือกำเนิดของ SKY Aviation Lab จากความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จึงไม่ใช่แค่การเปิดห้องแล็บใหม่ แต่เป็นการแฮ็กระบบการศึกษา ครั้งสำคัญ ที่เชื่อมรอยต่อระหว่างภาควิชาการและภาคธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการตอกเสาเข็มต้นสำคัญที่จะผลิตคนคุณภาพ เพื่อไปขับเคลื่อนเทคโนโลยี และนำพาอุตสาหกรรมการบินของไทย ให้ทะยานขึ้นสู่ขีดสุดในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

ที่มา งานแถลงข่าว SKY Aviation Lab