ยิ่งเป๊ะ ยิ่งปลอม นักวิจัยเตือน ใบหน้า AI เนียน จนแยกไม่ออก

ใบหน้า AI เนียน

นักวิจัยจากออสเตรเลียออกมาเตือนว่า ปัจจุบันภาพใบหน้าที่สร้างโดย AI พัฒนาไปไกลจนถึงขั้นเหมือนยิ่งกว่าคนจริง ส่งผลให้การแยกแยะด้วยตาเปล่าแทบจะเป็นไปไม่ได้ แม้แต่กลุ่มคนที่มีทักษะการจำใบหน้าเป็นเลิศ ก็ยังทำคะแนนได้ดีกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย UNSW Sydney และ Australian National University ที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Psychology มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ

– คนแยกไม่ออก แต่คิดว่าตัวเองแน่.. ผลการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง 125 คน พบว่าคนส่วนใหญ่ทำคะแนนคัดแยกใบหน้า AI ได้เพียง 11 เต็ม 20 คะแนน ซึ่งใกล้เคียงกับการเดาสุ่ม แต่ที่น่ากลัวคือ เกือบทุกคนมีความมั่นใจสูงมากว่าตัวเองตอบถูก

– AI ที่สมบูรณ์แบบเกินไป สมัยก่อนเราจับโป๊ะ AI ได้จากรอยแหว่งหรือความเพี้ยน แต่ AI รุ่นใหม่ไม่มีจุดบกพร่องเหล่านั้นแล้ว จุดสังเกตใหม่กลับกลายเป็น “ความสมบูรณ์แบบที่เกินจริง” เช่น ใบหน้ามีความสมมาตรมากเกินไป หรือดู “ปกติ” จนเป็นค่าเฉลี่ยทางสถิติที่หาไม่ได้ในมนุษย์จริงๆ

– ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัยคือ งานวิจัยชี้ว่าความมั่นใจผิดๆ ของมนุษย์ บวกกับความเนียนของ Deepfake จะกลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้ในการปลอมแปลงตัวตนเพื่อฉ้อโกงออนไลน์ได้ง่ายขึ้น

แนะนำ Keyword สำหรับ SEO
หากคุณต้องการนำเนื้อหานี้ไปลงเว็บไซต์หรือบล็อก เพื่อให้ติดอันดับการค้นหา แนะนำให้ใช้คำเหล่านี้ครับ:

ในมุมของ Techhub เรื่องนี้น่ากังวลกว่าที่คิดครับ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI เก่งอย่างเดียว แต่อยู่ที่ Ego ของมนุษย์ด้วย การที่ผลวิจัยบอกว่าคนเรามีความมั่นใจสูง ทั้งที่ทำคะแนนได้แค่คาบเส้น (11/20) แปลว่าเรากำลังเดินเข้าหาความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

ต่อไปนี้การเห็นหน้าผ่านจอ หรือแม้แต่การ Video Call อาจเชื่อถือไม่ได้ 100% อีกต่อไป สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ AI ที่มีรอยตำหนิ แต่เป็น AI ที่หล่อสวยและดูสมบูรณ์แบบจนเราเคลิ้มตาม ทางแก้ที่ดีที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่แค่การจ้องจับผิดรูปภาพ แต่คือการสร้าง Digital Literacy และมีสติทุกครั้งก่อนโอนหรือให้ข้อมูลส่วนตัวครับ

ที่มา
techspot