ยิ่งให้ ยิ่งได้: ทำไมการสร้างการรับรู้ในบทบาทจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้นำหญิงในสายเทคโนโลยี

ManageEngine

โดย สุชาธา เอส ไอเยอร์ ผู้จัดการฝ่าย AI ด้านความมั่นคงปลอดภัย บริษัท ManageEngine

ภาวะผู้นำมักถูกอธิบายว่าเป็น “อิทธิพลที่เกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องส่งเสียงให้ดัง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเป็นผู้นำอย่างเงียบ ๆ ที่ยึดโยงกับความเชี่ยวชาญ ผลงาน และผลลัพธ์ สามารถสร้างความเคารพและความเชื่อถือได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แม้วิธีการเช่นนี้อาจได้ผลในบางเวลาแต่ในความเป็นจริง สถานการณ์ของผู้หญิงในวงการเทคโนโลยีกลับมีความซับซ้อนมากกว่านั้น

โดยในทางทฤษฎี ผลงานควรเป็นสิ่งที่สะท้อนคุณค่าของบุคคลได้ด้วยตัวเอง แต่ในทางปฏิบัติ “การมองเห็น” มีบทบาทสำคัญในการกำหนดการรับรู้ และ “การรับรู้” นั้นเองที่มักเป็นตัวกำหนดโอกาสในเส้นทางอาชีพ

ในภาคอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนเทคโนโลยีสำหรับองค์กร เส้นทางสู่การเป็นผู้นำไม่ได้ถูกกำหนดจากผลงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าใคได้รับความน่าเชื่อถือ ใครได้รับเชิญให้เข้าร่วมการสนทนาเชิงกลยุทธ์ และใครได้รับความไว้วางใจให้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง หากขาดการได้รับการมองเห็นและการรับรู้ในบทบาทของตน แม้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถสูงก็อาจถูกมองข้ามจากโอกาสสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมในโครงการที่มีผลกระทบสูง การได้แสดงศักยภาพต่อผู้บริหารระดับสูง หรือบทบาทสำคัญที่สามารถกำหนดทิศทางความก้าวหน้าในอาชีพได้.

สำหรับผู้หญิง การคงอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เป็นที่มองเห็น อาจยิ่งซ้ำเติมความเสียเปรียบโดยไม่รู้ตัว

แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์กรต่าง ๆ จะให้ความสำคัญกับความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (Diversity & Inclusion) มากขึ้น แต่ผู้หญิงยังคงเผชิญอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่จำกัดโอกาสในการก้าวสู่ตำแหน่งผู้น รายงานปี 2025 จาก WomenTech Network ระบุว่า ผู้หญิงยังคงถูกกันออกจากโอกาสในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นจากการเลือกปฏิบัติ อคติที่ฝังลึกในระบบ ตลอดจนการขาดความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจภายในองค์กร.

ผลลัพธ์คือ ผู้หญิงจำนวนมากยังต้องเผชิญกับความไม่มั่นใจในศักยภาพของตนเอง โดยจากการสำรวจผู้หญิงกว่า 4,270 คน พบว่า 85% ระบุว่าตนเคยประสบกับภาวะ “Impostor Syndrome” หรือความรู้สึกสงสัยในความสามารถของตนเองในที่ทำงาน ในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่ตำแหน่งผู้นำระดับสูงยังคงมีผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ การพึ่งพาเพียงผลงานที่เงียบ ๆ โดยไม่สร้างการมองเห็น อาจทำให้ความก้าวหน้าในอาชีพช้าลง ความท้าทายจึงไม่ใช่เรื่องของความสามารถ แต่คือการได้รับการยอมรับและการมองเห็นในบทบาทของตัวเอง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ธีมของ วันสตรีสากลปี 2026 “Give to Gain” มีความหมาย และทรงพลังอย่างยิ่ง

เมื่อองค์กร “ให้” การมองเห็น องค์กรก็จะ “ได้” ผู้นำที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การสนับสนุนให้เสียงของผู้หญิงถูกได้ยิน ผ่านการยกย่องความสำเร็จอย่างเปิดเผย การวางบทบาทให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสำคัญ และการเปิดโอกาสให้เป็นตัวแทนองค์กรในเวทีสำคัญ ล้วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งของผู้นำ และส่งผลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพของธุรกิจในระยะยาว.

การมีตัวตนที่เป็นที่มองเห็นไม่ใช่เรื่องของอัตตา แต่คือเรื่องของอิทธิพลและการเป็นตัวแทน

เมื่อผู้หญิงมีบทบาทที่โดดเด่นและเป็นที่มองเห็นในประเด็นสำคัญ เช่น การกำกับดูแลด้าน AI ความยืดหยุ่นด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กลยุทธ์คลาวด์ หรือการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พวกเธอกำลังช่วยนิยามภาพของ “ผู้นำในโลกเทคโนโลยี” ขึ้นมาใหม่ การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง คนรุ่นใหม่มองเห็นเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนมากขึ้น ทีมงานได้รับประโยชน์จากมุมมองที่หลากหลายในการตัดสินใจ ขณะที่ลูกค้าเองก็มีความเชื่อมั่นต่อองค์กรที่สะท้อนความหลากหลายของตลาดที่ตนให้บริการ

อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบในการสร้างการมองเห็นนี้ไม่ควรตกอยู่ที่ผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว แม้ว่าความมั่นใจและการสื่อสารจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนในระดับโครงสร้าง ผู้นำในทุกระดับจึงต้องมีบทบาทเชิงรุกในการสร้างโอกาสให้ผู้หญิงได้แสดงศักยภาพและเป็นที่มองเห็นมากยิ่งขึ้น