6 ตัวช่วย แก้ปัญหาเครือข่าย เลิกวุ่นวาย เพราะจัดการได้ทุกที่

ARUBA CENTRAL

องค์กรที่กำลัง เปลี่ยนถ่ายไปสู่ องค์กรดิจิทัลมากขึ้น ทำให้ฝ่ายไอทีต้องรับภาระงานอย่างหนักเพื่อจัดการให้ระบบเครือข่ายภายใน ให้ทำงานได้อย่างราบลื่น

แต่ในบางครั้ง การดูแลเครือข่ายอาจต้องใช้ซอฟต์แวร์จำนวนมากเพื่อดูแลแต่ละส่วน ซึ่งสร้างความวุ่นวายให้แก่ผู้ดูแลระบบ  จะดีกว่าไหม หากมีโซลูชั่นที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว และสามารถจัดการปัญหาได้จากทุกที่ ทุกเวลา

ARUBA CENTRAL โซลูชันแบบ Cloud-based ที่จะช่วยตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่าย และตอบโจทย์ การบริหารจัดการเครือข่ายในองค์กร

1.จัดการทุกอย่างได้ง่ายผ่าน แพลตฟอร์มเดียว ด้วย Centralize Management

หลายครั้งที่เกิดปัญหาขึ้นกับเครือข่ายในองค์กร อย่างแรกที่ทำคือ หาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบกว่าจะรู้ปัญหาที่แท้จริง  แต่หากมีหน้าแดชบอร์ดที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่ายได้จากทุกอุปกรณ์  จะช่วยเฝ้าระวัง หาสาเหตุ และจัดการกับปัญหาได้ทันที

ด้วยหน้าจอแดชบอร์ดเพียงหน้าจอเดียว สามารถตรวจสอบค่าการทำงานต่างๆ ของ Access Point (AP), Switch, ผู้ใช้งาน (User)  และสามารถทำการตรวจสอบการแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่น่าสนใจพร้อมกับตรวจสอบสถานที่ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

พร้อมกันนี้ในหน้าแดชบอร์ดยังมีรายละเอียดข้อมูลเชิงลึกที่ครบถ้วนเพื่อช่วยให้การแก้ไขปัญหาทำได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็น

  • ตรวจสอบการแจ้งเตือนสำหรับแต่ละ AP, ชื่อของ Switch, ชื่อ MAC Address, Serial Number ของอุปกรณ์ หรือค่าอื่นๆ
  • สามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานที่ทำการเชื่อมต่อระบบ, หน่วยความจำที่ใช้งาน และรุ่นของ Firmware เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • สามารถติดตามข้อมูลการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของลูกข่ายแต่ละเครื่อง ได้แก่ ความแรงของสัญญาณ, ความเร็ว, ประวัติการเชื่อมต่อ และประเภทของอุปกรณ์
  • สามารถจำแนกอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตั้งในระบบเครือข่าย (Rogue Device) ได้ด้วยการใช้ Wireless Intrusion Detection System (WIDS)
  • สามารถเปิดหน้าจอ Command Line Interface ของแต่ละ AP และ Switch ได้โดยตรงทันทีตามที่ต้องการ

2.ช่วยลดค่าใช้จ่าย ด้วย  Licence ที่ยืดหยุ่น เพิ่มตัวเลือกในการดูแลได้หลายรูปแบบ ทั้ง SIMPLE, FLEXIBLE CONSUMPTION

Software license จาก ARUBA CENTRAL มีรูปแบบการเช่าใช้ตั้งแต่ 1, 3, 5, 7, ไปจนถึง 10 ปี  และมีตัวเลือก ที่ให้ลูกค้าสามารถปรับข้อกำหนดสำหรับ AIOps , ความปลอดภัย และอื่น ๆ ที่ต้องการ เช่น Foundation Licenses ใบอนุญาตเปิดใช้งานคุณสมบัติเริ่มต้นสำหรับ ARUBA CENTRAL เหมาะกับการใช้งานกับเครือข่ายภายในองค์กร,สาขา, ศูนย์ข้อมูล และการทำ Remote Branch โดยมีตัวเลือกการใช้งานหลัก ๆ คือให้สิทธิ์การเข้าถึงการตรวจสอบ การรายงาน และการแก้ไขปัญหา การเริ่มต้นใช้งาน การจัดเตรียม การประสาน AI การวิเคราะห์   และคัดกรองเนื้อหา

Advanced Licenses ใบอนุญาตขั้นสูงรวมคุณสมบัติทั้งหมดของ Foundation และ add AIOps ที่เพิ่มเติมเรื่องความปลอดภัย และคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ เช่น End-to-End Segmentation , ส่วนขยายเพิ่มเติมของ AI Insights, UCC Visibility และอื่น ๆ ครับ

หากเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ARUBA CENTRAL มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่า  ยกตัวอย่างกรณีมีของเดิมอยู่แล้วอยากเปลี่ยนมาใช้ระบบ สามารถซื้อแค่ license เพิ่มเข้าไปได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ ARUBA ส่วนใหญ่รองรับการใช้งานกับ ARUBA CENTRAL ทั้งหมดแล้ว และยังสามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานบนคลาวด์ หรือแบบ On-premise ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

3.มีอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งาน ติดตั้งง่าย ช่วยให้ไอทีทำงานง่ายขึ้น ด้วย SIMPLIFIED ONBOARDING AND PROVISIONING (Simplified Onboard and Provisioning)

โดยปกติแล้ว การเริ่มต้นใช้งาน การกำหนดค่า และการเตรียมอุปกรณ์เครือข่ายสำหรับกิจกรรมในทุกสภาพแวดล้อมนั้นจะใช้เวลานาน  แต่ ARUBA CENTRAL มี Setup Wizard ที่ใช้งานง่าย  มีตัวเลือกการกำหนดค่าที่ยืดหยุ่น พร้อมทั้ง Zero Touch Provisioning  ที่เพียงเสียบปลั๊กและเปิดเครื่อง เมื่ออุปกรณ์บูต ขึ้นมา อุปกรณ์จะเชื่อมต่อไปยัง Aruba Central และเซ็ตอัพตัวเองโดยอัตโนมัติผ่านการกำหนดค่าบนคลาวด์

โซลูชั่นนี้ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายสาขา หรือ ต้องการขยายระบบเครือข่าย นอกจากนี้ยังสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ ด้วยโซลูชั่นที่มี Zero Touch Provisioning ระบบที่พร้อมใช้งานทันที และลดค่าใช้จ่ายที่ต้องพึ่งพาฝ่ายไอทีจำนวนมากออกไป

4.สามารถกำหนดบทบาทได้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและปลอดภัย แม้จะมีผู้ใช้งานเยอะแค่ไหนก็ตาม ด้วย EDGE-TO-CLOUD SECURITY (Edge-to-Cloud Security)

ในยุคหลายบริษัทให้ความสำคัญกับสถานที่ทำงานแบบไฮบริดมากขึ้น ภัยคุกคามจึงเพิ่มเป็นเงาตามตัวเช่นกัน
บน แพลตฟอร์ม  ARUBA CENTRAL มี Role-based Policies หรือตัวเลือกการกำหนดบทบาทเพื่อใช้งานในเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น

  • การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงที่เหมาะสมสำหรับ พนักงาน แขกรับเชิญ ผู้รับเหมา และกลุ่มผู้ใช้อื่นๆ
  • การตรวจสอบสิทธิ์และนโยบายบนคลาวด์ ด้วยความสามารถที่เรียกว่า Cloud Authentication and Policy ช่วยลดความซับซ้อนของวิธีที่ IT ควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายในขณะที่ช่วยสนับสนุนผู้ใช้งานได้อย่างราบลื่น

นอกจากนี้ยังมี  AI-based Client Profiling ระบบ Machine Learning ที่คอยตรวจสอบอุปกรณ์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ IoT พร้อมแจ้งเตือน หากพบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายใน

5.หมดกังวลแม้มีหลายสาขา เพราะระบบเชื่อมต่อสาขาอื่นได้ง่าย ช่วยให้ง่ายต่อการจัดการ ด้วย SD-BRANCH ORCHESTRATION (SD-Brand Orchestration)

โดยปกติแล้ว การใช้โซลูชัน WAN แบบเดิมนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนARUBAจึงได้บุกเบิกเทคโนโลยี ARUBA SD‑Branch ที่เข้ามาช่วยให้การจัดการ WANง่ายขึ้น   โดยการผสานรวมอุปกรณ์ Aruba Branch Gateway เข้ากับซอฟต์แวร์ Aruba Central ทำให้สามารถบริหารจัดการเครือข่ายได้จากศูนย์กลาง มีจุดเด่นคือ

  • SD-Branch มีการใช้เทคโนโลยี SD-WAN ในการจัดการการเชื่อมต่อ Internet และเชื่อมเครือข่ายระหว่างสาขาเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดาย
  • SD-Branch ครอบคลุมความสามารถในการจัดการระบบ LAN ได้แบบ Dynamic ช่วยลดปริมาณ VLAN ในแต่ละสาขาลงได้ ในขณะที่ยังคงควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงเครือข่ายและการจัดการกับ IP Address ภายในแต่ละสาขาได้เป็นอย่างดี
  • SD-Branch ช่วยให้องค์กรสามารถใช้เวลาในการขึ้นระบบเครือข่ายสำหรับสาขาใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วทั้งในส่วนของ WAN, LAN และ WLAN
  • SD-Branch สามารถตรวจสอบ บริหารจัดการ และควบคุมการเชื่อมต่อเครือข่ายได้ทั้งแบบ WAN, LAN และ WLAN ในหนึ่งเดียวผ่านระบบคลาวด์
  • SD-Branch มาพร้อมกับ Template ในการทำ Zero Touch Provisioning (ZTP) ทำให้ง่ายต่อการตั้งค่ายิ่งขึ้นไปอีกระดับ
  • SD-Branch สามารถจัดการกับ Security Policy ในแต่ละสาขาได้จบในอุปกรณ์เดียว และยังรองรับการเสริมความสามารถด้าน Security ได้ในรูปแบบ Security-as-a-Service (SaaS)
  • SD-Branch สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่เหมือนกันให้กับผู้ใช้งานได้ ไม่ว่าจะเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน LAN หรือ WLAN ก็ตาม

6.มีผู้ช่วย เฝ้าระวังความปลอดภัย  มี AI ช่วยจัดการปัญหา เตือนก่อนเกิดเหตุสำคัญ ด้วย AI-based insights

AI insights จาก ARUBA CENTRAL เป็นผู้ช่วยจัดการปัญหา หากมีเหตุที่อาจทำให้ระบบมีปัญหา ประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

  • AIOps for Wireless, Wired, and WAN ช่วยให้รับรู้ปัญหาได้ไวขึ้น
  • AI-POWERED OPTIMIZATIO (AI-Powered Optimization) ช่วยคำนวนและปรับเปลี่ยนให้อุปกรณ์ทำงานได้มีประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ

การรู้สาเหตุของปัญหาได้ไวหรือล่วงหน้า จะช่วยให้ปรับเปลี่ยนและแก้ไขได้ทัน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าการแก้ไขปัญหาหน้างานที่เกิดขึ้น การมี AI Insight จะช่วยแอดมินวิเคราะห์และแจ้งเตือนปัญหาเครือข่ายที่จะเกิดขึ้น

โซลูชันแบบ Cloud-based ได้ใช้ Machine Learning ผสมผสานกับ AI ในการวิเคราะห์และแจ้งเตือนปัญหาที่จะเกิดขึ้น หรือมีแนวโน้มของต้นเหตุให้ระบบเครือข่ายให้บริการไม่ได้

นอกจากนี้  AI Insights จะแสดงรายงานเหตุการณ์ในเครือข่ายที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของประสิทธิภาพเครือข่ายโดยรวม สิ่งเหล่านี้คือความผิดปกติที่ตรวจพบที่จุดเชื่อมต่อ  การเชื่อมต่อ และระดับ Client ซึ่งข้อมูลเชิงลึกแต่ละรายการจะมีรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านี้เพื่อให้แอดมินแก้ไขจุดบกพร่องได้ง่ายขึ้น

สนใจทดลองใช้ฟรีได้ที่ >>  https://forms.gle/GCF1PK1MGMPC9j5F7
#TechhubKnowledge #ArubaCentral #Americana #Aruba

 

 

Facebook Comments