ข้ามเวลาแบบ 4D นิทรรศการเสมือนจริง Better World, Better Future

[รักษ์โลก 4D] ถ้าวันหนึ่งโลกเราร้อนจนพังทลาย เกิดภัยพิบัติทำลายล้าง จนมนุษย์ต้องนั่งยานอวกาศย้อนกลับไปแก้ไข แต่ไปเจอเกิดภัยพิบัติยุคสูญพันธุ์เมื่อ 66 ล้านปีก่อน ประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกจำลองในรูปแบบ 4D ที่เปิดให้ชมแล้วในไทย

วันนี้ทางทีม Techhub ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมนิทรรศการ Better World, Better Future ของทาง Asset World Corporation (AWC) สัมผัสการท่องเวลาและเปิดประสบการณ์แบบ Interactive 4D เสมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลก ผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก Liminal Space ณ Hatch Dome ในพื้นที่โครงการเอเชียทีค

ไฮไลต์สำคัญเลยคือ โรงภาพยนตร์แบบมัลติเซนซอรี 9 มิติ (9D Cinema) ที่มาพร้อมภาพยนตร์ 3 มิติ เก้าอี้ที่เคลื่อนไหวตามเรื่องราวของภาพยนตร์ และเอฟเฟกต์สภาพแวดล้อมแบบสมจริงที่กระตุ้นทุกประสาทสัมผัส ทั้งหมดถูกนำเสนอภายใน Liminal Space แบบถาวรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ส่วนภายในนิทรรศการนั้น ก็มีด้วยกัน 8 โซน โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสความบันเทิงแบบ AR Interactive ที่ผสานจอ Liminal Space ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย เข้ากับภาพยนตร์ 3D Stereoscopic ระดับเวิลด์คลาสซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับประสบการณ์สุดพิเศษนี้โดยเฉพาะ

ประเดิมด้วย ‘𝗟𝗮𝘀𝘁 𝗛𝘂𝗺𝗮𝗻 𝗛𝗼𝗽𝗲’ โซนจำลองภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยมีทั้งรูปแบบรายงานข่าวภัยพิบัติจำลอง และการชมภาพเสมือนที่มาครบทั้งแสงสีเสียงเลย

อนึ่งหากเงยมองบนเพดาน ก็จะมองเห็นโปรเจคเตอร์ 3 ตัวจากทาง Epson ซึ่งน่าจะเป็นรุ่น EB-PU1008B Laser Projector 4K ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 8,500 lumens จนสามารถฉายภาพจำลองภัยพิบัติได้ออกมาสวยงามเกือบทั้งห้องตามนี้

ถัดมาคือโซน 𝗜𝗺𝗽𝗮𝗰𝘁 𝗛𝗼𝗿𝗶𝘇𝗼𝗻’𝘀 𝗝𝗼𝘂𝗿𝗻𝗲𝘆 คราวนี้ผู้ชมจะได้จำลองการนั่งยานอวกาศ ที่สามารถเดินทางข้ามเวลาได้ โดยย้อนไปยังยุคไดโนเสาร์เมื่อ 66 ล้านปีก่อน และได้ผ่านยุคสูญพันธุ์ทั้ง 5 ในรูปแบบ Interactive 4D จากโซนนี้เอง ซึ่งมาเต็มทั้งภาพ เสียง การสั่น และเปียก (เบาะนั่งมีน้ำฉีดใส่นิด ๆ – -) จนเหมือนไปลุยในสถานการณ์นั้นจริง ๆ

ทั้งนี้โซน 𝗜𝗺𝗽𝗮𝗰𝘁 𝗛𝗼𝗿𝗶𝘇𝗼𝗻’𝘀 𝗝𝗼𝘂𝗿𝗻𝗲𝘆 ผู้ชมจะได้รับแว่น 3D ทำให้เหมือนเห็นภาพโฮโลแกรมลอยมาเลย รวมไปถึงภาพสัตว์จากยุคดึกดําบรรพ์ กับสภาพแวดล้อมที่น่าตื่นตาสุด ๆ แนะนำให้ไปดูด้วยตาตนเองเลยครับ

หลังลงจากยานแล้ว ต่อไปคือโซน 𝗠𝗮𝗸𝗲 𝗢𝘂𝗿 𝗖𝗵𝗼𝗶𝗰𝗲 ที่ผู้ชมจะเลือกได้เลยว่าจะไปเส้นทาง ‘เสี่ยมโทรม’ (𝗡𝗼 𝗖𝗵𝗮𝗻𝗴𝗲) ที่โลกถูกทำลาย หรือเส้นทาง “ความยั่งยืน” (𝗢𝘂𝗿 𝗙𝘂𝘁𝘂𝗿𝗲) ที่โลกถูกรักษาไว้

ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ในเมื่อเรามางานทั้งทีแล้ว ก็ต้องไปให้ครบ (ฮา) โดยทางทีม Techhub ได้ลองไปดูเส้นทางเสี่ยมโทรมก่อนเลย ซึ่งก็จะเจอกับหน้าจอขนาดใหญ่ ที่ฉายจำลองภัยพิบัติร้ายแรงต่าง ๆ และในระหว่างนั้นพื้นที่ยืนอยู่จะสั่นตามไปด้วย

หากดูเส้นทาง 𝗡𝗼 𝗖𝗵𝗮𝗻𝗴𝗲 นี้จบ ต่อไปก็ลองดูเส้นทาง 𝗢𝘂𝗿 𝗙𝘂𝘁𝘂𝗿𝗲 ที่จะเห็นภาพ Interactive อีกครั้ง โดยคราวนี้ก็จำลองสภาพแวดล้อมตามแนวคิด 3BETTERs ของทาง AWC ที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนนี้เอง

ในระหว่างนี้ผู้ชมสามารถไปยังโซน 𝗧𝗿𝗲𝗲𝘀 𝗼𝗳 𝗟𝗶𝘃𝗲𝘀 เพื่อลงชื่อยันยืนการช่วยเหลือโลก หรืออะไรก็ได้ที่เป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือความยั่งยืน จากนั้นก็แสกนฝ่ามือ (จำลอง) เป็นอันเสร็จ

มาถึงโซนสุดท้ายคือ 𝗥𝗲𝗯𝗶𝗿𝘁𝗵 โดยเป็นห้องทำสมาธิ ท่ามกลางแสงสีเสียงที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ให้ลองมานั่งหลับตาซัก 1 นาที….. ก่อนออกจากนิทรรศการ Better World, Better Future ในที่สุด

สำหรับใครที่อยากชมนิทรรศการ Better World, Better Future สามารถไปดูได้ที่ Hatch Dome ณ 𝗔𝗦𝗜𝗔𝗧𝗜𝗤𝗨𝗘 𝗧𝗵𝗲 𝗥𝗶𝘃𝗲𝗿𝗳𝗿𝗼𝗻𝘁 𝗗𝗲𝘀𝘁𝗶𝗻𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 หรือเอเชียทีค โดยอยู่ใกล้กับ Jurassic World The Experience

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ “Better World Better Future (โลกยั่งยืน)” ได้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

  • สถานที่: Hatch Dome ชั้น 1 โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
  • เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.
  • ราคาบัตร: 199 บาท (จำหน่ายทั้งช่องทางออนไลน์และ walk-in)

จองบัตรได้ที่ https://skyflyersbkk-online.globaltix.com/attraction/better-world-better-future-70236