ยกเครื่อง ประกันภัยยุคดิจิทัล ยกระดับบริการด้วย AI

[รื้อระบบ] ในยุคที่ข้อมูลหรือ Data มีค่าดั่งน้ำมัน และความรวดเร็วคือหัวใจสำคัญของธุรกิจบริการ ล่าสุดทางบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้เล่นรายใหญ่ในวงการประกันวินาศภัยไทยที่ก่อตั้งมากว่า 70 ปี ประกาศผนึก 3 ยักษ์ใหญ่ของวงการไอที ช่วยยกเครื่อง Core Insurance System ใหม่ ช่วยยกระดับบริการประกันภัยที่มีความเสถียรสูง รองรับธุรกรรมได้มหาศาล และพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต

การรับประกัน ออกกรมธรรม์ ไปจนถึงการเคลมสินไหม ทั้งหมดคือหน้าที่ของระบบ Core Insurance ที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัทประกันภัย ทว่าระบบเหล่านี้มักมีความล่าช้า มีความยุ่งยาก และทำงานแยกส่วนกัน (จนแม้แต่เจ้าหน้าที่ประกันภัยก็ลำบาก) 

จุดนี้เองทางทิพยประกันภัย ตัดสินใจจับมือกับ 3 พาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Huawei , DataOne Asia และ Sinosoft เปลี่ยน Core Insurance ของตัวเองให้เป็น Digital Insurance Provider แบบ 100% ซึ่งไม่ใช่แค่การอัปเกรดซอฟต์แวร์ธรรมดา แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับอนาคตเลย

“ทิพยประกันภัย ผนึกกำลัง 3 พันธมิตร ดึงเทคโนโลยี AI และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกจาก Huawei ผสานความเชี่ยวชาญด้านระบบประกันของ Sinosoft และการวางระบบโดย DataOne Asia เพื่อยกระดับมาตรฐานประกันภัยไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ”

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเหตุผลของการผนึกกำลังครั้งนี้เอง ซึ่งโดยสรุปก็เล็งเห็นถึงความความเชี่ยวชาญของทั้ง 3 บริษัท และการวางรากฐานระบบบริหารงานประกันภัยให้เป็นมาตรฐานใหม่

สำหรับความร่วมมือในระยะแรก ทั้ง 4 องค์กรจะร่วมกันพัฒนาและยกระดับ ระบบ Core Insurance System ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจประกันภัย โดยนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี Cloud และ AI ของ Huawei มาใช้เป็นฐานระบบหลักด้วยการใช้ Huawei Cloud Stack และ AI เป็นฐานหลัก รวมถึง Database ประสิทธิภาพสูงอย่าง GaussDB ด้วย

ส่วน DataOne Asia ทำหน้าที่เชื่อมโยงและบูรณาการระบบต่าง ๆ รับบท System Integrator เป็นตัวกลางเชื่อมต่อทุกระบบเข้าด้วยกัน ดูแลภาพรวมให้ทำงานลื่นไหลไม่มีสะดุด ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ Sinosoft ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ประกันภัยกว่า 30 ปี นำแพลตฟอร์มเรือธงอย่าง Sinosoft Core GIS 7.0 มาปรับใช้ สนับสนุนการออกแบบและพัฒนาฟังก์ชันระบบประกันภัยให้สอดคล้องกับกระบวนการดำเนินธุรกิจของทิพยประกันภัย

คุณโสจิพรรณ วัชโรบล ซีอีโอของ DataOne Asia ย้ำว่า หน้าที่ของ SI คือการทำให้ระบบ Core Insurance ทำงานได้ครบถ้วน มีเสถียรภาพ และเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Digital Transformation ได้อย่างราบรื่น ไม่ใช่แค่คนติดตั้งระบบ แต่เป็น Strategic Partner ที่เดินไปด้วยกัน

ดร.ประยุทธ ตั้งสงบ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “Huawei พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานหลักทั้ง Huawei Cloud Stack และ GaussDB เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบครั้งประวัติศาสตร์ของทิพยประกันภัย โดยเน้นความปลอดภัยของข้อมูลและยืนยันการลงทุนระยะยาวเพื่อยกระดับภาคการเงินไทยสู่ยุคดิจิทัล”

คุณหวัง ซิน รองประธานอาวุโส บริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด กล่าว “ซิโนซอฟต์ นำประสบการณ์กว่า 30 ปี ร่วมพัฒนาระบบ Core Insurance แบบ Cloud-Native ที่ผสาน AI เพื่อความปลอดภัยและยืดหยุ่น มุ่งปั้นทิพยประกันภัยให้เป็นต้นแบบ Digital Transformation ของวงการประกันภัยไทย”

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 22 เดือน แบ่งการทำงานเป็น 5 ช่วง เพื่อความรอบคอบและเห็นผลลัพธ์เป็นระยะ โดยมีจุดเด่นทางเทคนิคที่น่าสนใจคือ

  • Cloud-Native & Microservices เปลี่ยนจากระบบก้อนใหญ่ มาเป็นระบบย่อย ๆ ที่ทำงานอิสระต่อกัน ข้อดีคือ หากต้องการแก้ไขฟีเจอร์หนึ่ง ก็ทำได้เลยไม่ต้องปิดระบบทั้งหมด และรองรับการขยายตัวได้ง่าย
  • Data-Driven & Lean Processes ระบบใหม่จะถูกออกแบบให้กระชับ ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อนการตัดสินใจ
  • 24/7 Service Availability การันตีการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มี Downtime ในกระบวนการสำคัญ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ทำธุรกรรมออนไลน์ตลอดเวลา
  • Faster Time-to-Market เมื่อระบบยืดหยุ่น ทิพยประกันภัยจะสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น เพื่อชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ความร่วมมือระหว่าง ทิพยประกันภัย , Huawei , DataOne Asia และ Sinosoft ในครั้งนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการทำ Digital Transformation ในภาคธุรกิจการเงินและประกันภัยไทย เป็นการส่งสัญญาณว่าเจ้าตลาดไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่กำลังเร่งเครื่องปรับตัวด้วยเทคโนโลยีระดับโลก

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจาก 22 เดือนนับจากนี้ ไม่ใช่แค่ทิพยประกันภัยจะมีระบบหลังบ้านที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง แต่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ จะได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ทั้งความรวดเร็วในการเคลม ความง่ายในการซื้อประกัน และผลิตภัณฑ์ที่ “รู้ใจ” เรามากขึ้นผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำนั่นเอง