ผู้ช่วยครู เปิดห้องเรียนต้นแบบ ใช้ AI Copilot ช่วยสอน

[ห้องเรียนต้นแบบ] ในบางโรงเรียน เชื่อว่าคงมีสั่งห้ามนักเรียนใช้ AI ช่วยทำการบ้าน หรืออาจถึงขั้นแบนไปเลย แต่ก็มีบางโรงเรียนพยายามสอนการใช้งานแทน เหมือนอย่าง ‘โรงเรียนธรรมจารินีวิทยา’ ที่แม้เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ แต่ก็มีการนำ Copilot จากทาง Microsoft มาช่วยเปลี่ยนภาพจำที่ดูอนุรักษนิยม ให้กลายเป็น Sandbox ทางการศึกษาที่น่าจับตามอง ด้วยการเปลี่ยนวิชาเรียนเดิม ๆ ให้สนุกและล้ำกว่าที่เคยนั่นเอง

โรงเรียนธรรมจารินีวิทยา ถือเป็นโรงเรียนเอกชนการกุศลหญิงล้วนแบบอยู่ประจำ และเป็นโรงเรียนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย ที่บริหารงานโดยแม่ชีในพระพุทธศาสนา ก่อตั้งขึ้นเพื่อมอบโอกาสให้เด็กหญิงกว่า 1,000 คน พร้อมครูกว่า 80 คน ให้เด็กได้เรียนฟรี กินฟรี อยู่ฟรี ภายใต้มูลนิธิธรรมจารินีวิทยา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ดร.แม่ชี อรรณอัมไพ ภาสศักดิ์ชัย ผู้อำนวยการโรงเรียน มองเห็นว่าเทคโนโลยีคือโอกาส ที่จะช่วยให้เด็กกลุ่มเปราะบางสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ในโลกอนาคต จึงเกิดเป็นความร่วมมือกับ Microsoft ประเทศไทย ผ่านโครงการ Microsoft Elevate สนับสนุนทั้งอุปกรณ์ Microsoft Surface และซอฟต์แวร์อย่าง Copilot และ Microsoft 365 เพื่อปูทางสู่สายอาชีพ STEM และ Tech Industry

เจาะลึก 4 ห้องเรียนต้นแบบ

เมื่อ Copilot เข้ามาเป็นผู้ช่วยครู สิ่งทีน่าสนใจคือ การนำ AI มาใช้จริงในห้องเรียน ไม่ใช่แค่เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ แต่แทรกซึมไปในทุกรายวิชา มาดูไอเดียการสอนสุดสร้างสรรค์จากคุณครูทั้ง 4 ท่านกันตามนี้เลย

  • วิชา Cover Dance

ใครจะคิดว่า AI จะมาช่วยเรื่องเต้นได้ ครูสุวพิชชา แสนสุข (ครูนุ่น) ใช้ Copilot มาช่วยระดมสมองในการออกแบบโชว์ พร้อมให้ AI ช่วยเจาะไอเดียออกแบบชุดการแสดงที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น

จากนั้นก็ใช้ Copilot แปลและตีความเนื้อเพลงสากล เพื่อให้นักเรียนเข้าใจอารมณ์เพลงลึกซึ้งก่อนจะดีไซน์ท่าเต้นออกมา ผลลัพธ์: นักเรียนอินกับเพลงมากขึ้น โชว์มี Storytelling และครูมีเวลาโฟกัสกับท่าเต้นของเด็กๆ มากกว่าเดิม

  • วิชาวิทยาศาสตร์

ปั้นเซลล์จากจินตนาการสู่ความจริง โดยครูณัฐกมล ตาคำ (ครูอุ้ม) นำ Copilot มาช่วยเปลี่ยนเรื่องเซลล์พืชที่มองไม่เห็น ให้จับต้องได้ง่ายหรือสอนง่ายกว่าเดิม

ซึ่งรูปแบบการสอนก็ให้เด็ก ป.5 เขียน Prompt หรือลองสั่งให้ Copilot สร้างภาพจำลองเซลล์ 3 มิติ ที่เห็นออร์แกเนลล์ชัดเจน สีสันสดใส

เมื่อได้ภาพต้นแบบจาก AI เด็กๆ จะนำมาวิเคราะห์และปั้นดินน้ำมันตามแบบที่ AI เจนฯ ออกมา ผลลัพธ์: เด็กๆ สนุกกับการเห็นภาพที่ตัวเองสั่งการ และเข้าใจโครงสร้างเซลล์ได้ดีขึ้นผ่านการลงมือทำจริง

  • วิชาคณิตศาสตร์

เปลี่ยนเคณิตศาสตร์ที่น่าเบื่อ ให้กลายเป็นเรื่องเล่าแทน โดยครูธัญญรัตน์ อินทร์เผือก (ครูดรีม) ใช้ Copilot เปลี่ยนบรรยากาศห้องเรียนด้วยการสาธิตให้เด็กดูว่า AI สามารถอธิบายเรื่องยาก ๆ อย่าง “มุมแยง” ให้เหมือนพี่สอนน้องได้

จากนั้นก็ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มใช้ AI ช่วยแต่งเพลงเกี่ยวกับเส้นขนาน , แต่งนิทานการผจญภัยของเส้นตัดขวาง หรือแต่งกลอนสรุปสูตรคณิต ผลลัพธ์คือช่วยลดความกลัวคณิตศาสตร์ นักเรียนกล้าถาม และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลไปพร้อมกับครู

จากที่ไปดูบรรยากาศการเรียนด้วยตามาแล้ว ต้องบอกเลยว่าเด็ก ๆ ในโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา มีความกล้าพูดการกล้าแสดงออกมากเป็นพิเศษเลย โดยเฉพาะตอนที่ออกมาสาธิตการใช้งาน AI หรือ Copilot หน้าชั้นเรียน

  • วิชาคอมพิวเตอร์

รู้เท่าทัน AI โดย ครูนนทกานต์ ด่านกิตติ (ครูอีฟ) เน้นเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ “จริยธรรมและความปลอดภัย” ด้วยการให้เด็ก ๆ มา Role Play หรือแสดงการตัวอย่างการใช้ Copilot พร้อมหาข้อมูลเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ แล้วนำมาสร้างเป็นละครบทบาทสมมติ

ในระหว่างการแสดงละคร นักเรียนต้องโชว์การใช้ AI สดๆ เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์จำลอง ผลลัพธ์คือนักเรียนไม่ได้แค่ใช้เครื่องมือเป็น แต่ตระหนักถึงอคติของข้อมูล และการปกป้องข้อมูลส่วนตัว

AI ช่วยทั้งครูและนักเรียน

สำหรับการนำ Microsoft Copilot มาใช้ ในโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา ถือว่าไม่ได้มาแย่งงานครู แต่มาช่วยคืนเวลาให้ครูมากกว่า เพราช่วยลดงานเอกสารด้วยการให้ AI ช่วยร่างแผนการสอนแทนเลย หรือช่วยทำเอกสารธุรการได้รวดเร็วขึ้นมาก

อีกทั้งทางคุุณครูก็สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและออกแบบการสอนที่เหมาะกับเด็กแต่ละคนได้ง่ายขึ้น

ก้าวต่อไปของการศึกษาไทย

โมเดลของโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ หรือโรงเรียนการกุศล หากมีวิสัยทัศน์และการสนับสนุนที่ถูกต้อง AI สามารถเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา และสร้างทักษะแห่งอนาคตให้กับเด็กไทยได้อย่างแท้จริง

นับเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้เด็กผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในสายงานเทคโนโลยี และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศต่อไปครับ