ในโลกยุคหลังโควิด-19 เราทุกคนคุ้นเคยกับคำว่า ATK หรือชุดตรวจที่รู้ผลไวในไม่กี่นาทีกันเป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่า ในขณะที่เรากังวลกับไวรัสทางเดินหายใจ ยังมีภัยเงียบอีกชนิดหนึ่งที่ฝังตัวอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเรามานานนับศตวรรษ เป็นเพชฌฆาตที่คร่าชีวิตเกษตรกรไทยปีละจำนวนมาก ด้วยจุดอ่อนเดียวที่ว่าคือ กว่าจะรู้ว่าเป็นโรคอะไร ก็สายเกินไป
แต่วันนี้ เรื่องราวความสูญเสียเหล่านั้นกำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยนวัตกรรมฝีมือคนไทยของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่เปลี่ยนการรอคอย 7 วัน ให้เหลือเพียง 10 นาที
เพื่อนท้าวความให้เข้าใจง่ายขึ้น เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปในยุคของสงครามเวียดนาม ที่ทหารอเมริกันจำนวนมากที่รอดชีวิตกลับบ้าน จู่ๆ ก็ล้มป่วยและเสียชีวิตในหลายปีต่อมาโดยไม่ทราบสาเหตุ จนแพทย์ขนานนามโรคปริศนานี้ว่า Vietnam Time Bomb หรือระเบิดเวลาแห่งเวียดนาม

ความจริงแล้ว มันคือโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Burkholderia pseudomallei หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ โรคไข้ดิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เพราะพื้นที่ที่มีการระบาดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกคือภาคอีสานของประเทศไทย
เชื้อนี้ซ่อนตัวอยู่ในดินและน้ำ รอคอยจังหวะที่เกษตรกรลงนา ลุยโคลน หรือสัมผัสแหล่งน้ำธรรมชาติ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย มันอาจจะแสดงอาการทันทีหรือกบดานเงียบๆ รอวันที่ภูมิคุ้มกันเราอ่อนแอแล้วจึงระเบิดอาการออกมา
ความน่ากลัวของโรคไข้ดินไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความ เจ้าเล่ห์ของมัน จนได้รับฉายาว่ายอดนักเลียนแบบ
อาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง บางครั้งเหมือนไข้หวัดใหญ่ บางครั้งเหมือนปอดอักเสบ หรือบางทีก็คล้ายวัณโรค ทำให้แพทย์ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชนที่ขาดเครื่องมือวินิจฉัยผิดพลาดได้ง่าย คิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จึงให้ยากลับไปทานที่บ้าน
แต่สิ่งที่โหดร้ายคือเวลา วิธีการมาตรฐานในการตรวจหาเชื้อนี้คือการเพาะเชื้อ ซึ่งต้องใช้ห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ และกินเวลาตั้งแต่ 3 ถึง 7 วัน กว่าเชื้อจะโตจนยืนยันผลได้
ลองจินตนาการถึงเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล เมื่อเริ่มป่วยไปสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลอำเภอที่ไม่มีห้องแล็บ ต้องรอการส่งตัว รอผลตรวจ 3 วัน 5 วัน… ในช่วงเวลาแห่งความล่าช้านั้น เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้อวัยวะล้มเหลว และนำไปสู่การเสียชีวิต
สถิติระบุชัดเจนว่า หากวินิจฉัยล่าช้า อัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 40% โดย 1 ใน 4 ของผู้ป่วย เสียชีวิตภายในเดือนแรกที่เข้ารับการรักษา
จุดเปลี่ยนสำคัญ จาก 3 วัน เหลือ 10 นาที

เพื่อปิด ช่องว่างแห่งความตายนี้ ทีมวิจัยนำโดย ศ.ดร.นริศรา จันทราทิตย์ จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับภาคเอกชน ได้พัฒนานวัตกรรมที่เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ นั่นคือชุดตรวจแบบรวดเร็ว หรือ Rapid Test สำหรับโรคไข้ดินโดยเฉพาะ
นวัตกรรมนี้คือ MUTM Melioidosis Antibody Test ซึ่งมีหน้าตาและหลักการทำงานคล้ายกับชุดตรวจ ATK โควิด หรือชุดตรวจการตั้งครรภ์ โดยใช้การหยดเลือด ซีรัม หรือพลาสมา ลงบนตลับทดสอบ
ความเหนือชั้นของนวัตกรรมนี้คือ
– ความเร็วที่เปลี่ยนชีวิต จากที่ต้องรอผลเพาะเชื้อ 3-7 วัน ชุดตรวจนี้แสดงผลได้ภายใน 10 นาที ทำให้แพทย์ตัดสินใจให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับโรคได้ทันที
– ความแม่นยำสูง แม้จะเร็ว แต่ประสิทธิภาพไม่ได้ด้อยลง ผลการทดสอบทางคลินิกยืนยันว่าชุดตรวจนี้มี ความไว 87.5% และความจำเพาะ สูงถึง 95%
– ใช้งานง่ายได้ทุกที่ ไม่ต้องพึ่งพาห้องแล็บไฮเทค หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หมออนามัยหรือพยาบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ก็สามารถตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้ทันที
มากกว่าเทคโนโลยี คือความเท่าเทียม

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของนวัตกรรมนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของสเปกหรือความเร็วแต่คือการลดความเหลื่อมล้ำ ทางสาธารณสุข
เดิมที เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลคือกลุ่มที่เสียเปรียบที่สุด พวกเขาอยู่ไกลหมอ ไกลเครื่องมือ แต่มีความเสี่ยงสูงที่สุด การมีชุดตรวจราคาเข้าถึงได้ง่าย และได้รับการบรรจุเข้าสู่สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หมายความว่า ชาวบ้านตาดำๆ สามารถเข้าถึงการวินิจฉัยระดับโลกได้ฟรี หรือในราคาที่เอื้อมถึง
ปัจจุบัน ชุดตรวจนี้ผ่านการรับรองจาก อย. เรียบร้อยแล้ว และเริ่มมีการใช้งานจริง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดตัวเลขการเสียชีวิตที่เคยสูงลิ่วให้ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ATK ไข้ดิน” ชิ้นนี้ คือเครื่องพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนที่สุด หรือแพงที่สุด แต่คือเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่เจ็บปวดที่สุดของผู้คนได้อย่างตรงจุด
จากเชื้อโรคร้ายที่เคยเป็นปริศนาเมื่อร้อยปีก่อน และคร่าชีวิตผู้คนเงียบๆ มาตลอด วันนี้เรามีอาวุธชิ้นใหม่ที่ชื่อว่านวัตกรรมที่จะช่วยดึงผู้ป่วยกลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้ทันเวลา… ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ที่มา
Excutive Interview ที่ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัย มหิดล








