[Photo Walk] คำว่า “จบหลังกล้อง” คงเป็นอะไรที่ท้าทายแต่ก็สะดวกในเวลาเดียวกัน คือไม่ต้องมาปรับแต่งภาพอะไร ถ่ายเสร็จก็แชร์เลย สบายแท้ แต่จะเป็นอย่างไรหากมีอุปกรณ์ที่ถ่ายภาพและช่วยปรับแต่งภาพได้แทบทันที แลกกับได้ภาพที่สวยคมกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้กับ MediaTek Dimensity 9500 ชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนระดับเรือธง ที่มาพร้อมพลังประมวลผล AI ช่วยให้ถ่ายและแต่งได้ในเวลารวดเร็ว ได้ภาพที่ออกมาคม ความละเอียดสูง และปรับแต่งได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง MediaTek ได้จัดงาน Imaging Workshop เชิญสื่อมาร่วมทดสอบชิป Dimensity 9500 ในด้านการถ่ายภาพ ผ่านสมาร์ทโฟนระดับเรือธงอย่าง OPPO Find X9 Pro ที่สามารถดึงประสิทธิภาพตัวชิปได้อย่างเต็มที่ ในวันนั้นก็ตรงกับงาน Bangkok Design Week ด้วย จึงมีโอกาสได้ลองใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพพในสภาวะแสงที่ซับซ้อนและหลากหลายของงานดังกล่าว พร้อมกับลองใช้ฟีเจอร์ AI ช่วยปรับแต่งภาพให้ออกมาสว่าง สวยคม และดูโปรขึ้นทันตา ทันตาจริงไหม ? ลองมาดูกันครับ
ก่อนเริ่มงาน ทาง MediaTek ได้เชิญคุณ พฐนนฐ์ อมรประดิษฐ์กุล เจ้าของรางวัล Flagship Smartphone of the Year มาช่วยแชร์ประสบการณ์และช่วยสอนการใช้ OPPO Find X9 Pro ช่วยถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์ ซึ่งมีชิป MediaTek Dimensity 9500 ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังนี้เอง

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก OPPO Find X9 Pro โดยคุณ พฐนนฐ์ อมรประดิษฐ์กุล

ประเดิมที่แรกกับ Crystal Clear Zoom & Enhance ทดลองใช้ OPPO Find X9 Pro ถ่ายภาพ Hi-Res ขนาด 200 MP ที่ให้ความละเอียดสูง และเป็นการถ่ายในที่มืดด้วย โดยผ่านงานแสดง Immersive Art หรือ Projection Mapping Concept: “Self-Sustaining” ภายในโดมขนาด 10 เมตร ที่เป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง TIDMA × FullDome นี้เอง
เปิดกันที่สองภาพแรก ลองถ่ายด้วยโหมด Hasselblad Hi-Res กับความละเอียด 200 ล้านพิกเซล (3x) ภาพแรกที่ได้คือ “มืด” แทบไม่เห็นนางแบบเลย จบหลังกล้องไม่ได้แน่นอน
แต่ด้วยขุมพลังของ MediaTek Dimensity 9500 ที่ช่วยให้เก็บภาพความละเอียด 200 ล้านพิกเซลได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ลองใช้ “AI Editor” ใน OPPO Find X9 Pro ต่อด้วย “AI แต่งแสงภาพ”
เพียงไม่นาน ก็ได้ภาพนางแบบที่สว่างกว่าเดิม โดยที่ฉากหลังไม่สว่างตาม เพราะตัว AI ช่วยวิเคราะห์บุคคลที่อยู่ในภาพแล้วนั้นเอง จุดนี้ก็มาจากผลลัพธ์ ISP Imagiq 1190 ทำงานร่วมกับ NPU ตัวใหม่ของ MediaTek ได้อย่างลื่นไหล โดยช่วยได้ทั้ง
- RAW-domain processing : เก็บรายละเอียดภาพทำได้ลึกถึงระดับ RAW ทำให้ภาพมีความยืดหยุ่นสูงในการปรับแต่ง
- AI Portrait Engine : ตัดขอบและละลายหลังทำได้เนียนตา เป็นธรรมชาติ ไม่ดูหลอกเหมือนใช้ซอฟต์แวร์แต่งจนเกินไป
- Real-time HDR : จัดการแสงเงาในสภาพย้อนแสงหรือแสงน้อยได้อยู่หมัด เก็บครบทุกดีเทล
- MiraVision Adaptive Display : เทคโนโลยี่ชวยปรับคอนทราสต์และความอิ่มตัวของสีตามแสงโดยรอบตัวล่าสุด
นอกจากช่วยเรื่องถ่ายภาพแล้ว ตัว MediaTek NPU 990 (Gen 9) ยังผสานกับ Generative AI Engine 2.0 ที่ช่วยให้ AI ฉลาดขึ้นและประหยัดไฟกว่าเดิมด้วย โดยมีทั้ง
- BitNet 1.58-bit : เทคโนโลยีโมเดลขนาดใหญ่ที่ช่วยลดการกินไฟลงถึง 33%
- Performance : ประมวลผล LLM ขนาด 3 พันล้านพารามิเตอร์เร็วขึ้น 100% และสร้างภาพ 4K (Image Generation) ได้เป็นครั้งแรกของวงการ
- Efficiency : ลดการใช้พลังงานช่วง Peak ลงถึง 56% ทำให้เครื่องไม่ร้อนง่ายแม้จะรันงานหนัก
ใช้ AI ช่วยจัดการสัญญาณ 5G และ Wi-Fi ลดการกินไฟลงสูงสุด 20%
ตัวอย่างภาพอื่น ๆ ใน Projection Mapping Concept: “Self-Sustaining”

ลองต่อกันอีกภาพ คราวนี้เป็นการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยอีกแล้ว ผ่านนิทรรศการ Immersive Art อีกแห่งอย่าง Love Is in the Air ในห้องแดงหรือ Passionate Love ที่มีแต่แสงสีแดงเป็นหลัก ตัวกล้องและ AI ก็สามารถถ่ายทอดความคมชัดและปรับแต่งให้ออกมา “เล่าเรื่อง” ได้ตามนี้
ปิดท้ายด้วยห้อง First Love ใน Love Is in the Air คราวนี้เป็นห้องสว่าง ในธีมสีขาวสะดุดตา ก็ลองเก็บภาพใบหน้าของนางแบบ โดยเน้นที่ความคมชัด 200 ล้านพิกเซล รวมกับ AI ช่วยปรับแต่งแสงภาพ ก็ได้ออกมาตามนี้
ก้าวต่อไปของ MediaTek ในไทย

การมาเยือนไทยครั้งนี้ของ MediaTek เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า พวกเขาพร้อมแล้วที่จะท้าชนในตลาดระดับ High-end ด้วยอาวุธหนักอย่าง Dimensity 9500 ที่ครบเครื่องทั้งความแรง ความฉลาดของ AI และการประหยัดพลังงาน
สำหรับผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ เตรียมตัวพบกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ ที่จะมาพร้อมชิปตัวนี้ได้เลย รับรองว่าประสบการณ์การถ่ายภาพและการใช้งาน AI บนมือถือของเราจะเปลี่ยนไปตลอดกาลครับ










