ยอมจ่ายหลักหมื่น เจาะสเปคหูฟังตัว Top ตัดเสียงรบกวนขั้นสุด

[เหนือระดับ] หากไม่เกรงใจ ก็อยากตั้งหัวข้อเลยว่า “ทำไมถึงแพง” สำหรับ WF-1000XM6 หูฟัง Truly Wireless รุ่นใหม่จาก Sony ที่ถือเป็นหูฟังระดับ Top จาก 1000X Series ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพมาแต่ไหนแต่ไร รวมถึงราคาด้วยเช่นกัน แต่ก็มีผู้ใช้ยอมจ่ายแม้จะแพงหลักหมื่นก็ตาม ในบทความนี้จะพามาเจาะลึกสเปกไปเลยว่า คุ้มหมื่นไหมกับ Sony WF-1000XM6

“เพื่อตอบโจทย์คนรักเสียงดนตรีที่ต้องการประสบการณ์การฟังเหนือระดับ”

หนึ่งในสโลแกนของ Sony WF-1000XM6 พร้อมชูเลยว่าเป็นหูฟังที่ผ่านการจูนเสียงร่วมกับทีมซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับโลกมาแล้ว เพื่อมอบประสบการณ์ “อินเต็มเสียง ตัดทุกนอยส์” ควบคู่คุณภาพเสียงสนทนาและความเสถียรในการเชื่อมต่อที่ยกระดับใหม่ทั้งหมด

อย่างแรกก็รู้แล้วว่า Sony WF-1000XM6 มีการจูนเสียงจากผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว คำถามถัดมาคือ ใครจูน และจูนทำไม จุดนี้ก็ได้คำตอบคือ

ขอใส่ภาพภาษาญี่ปุ่นเพื่อความเท่
  • Chris Gehringer ผู้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Rihanna และ Lady Gaga
  • Randy Merrill จาก Sterling Sound ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานของ Ed Sheeran
  • Mike Piacentini จาก Battery Studios ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงของ Bob Dylan
  • Michael Romanowski จาก Coast Mastering ผู้มีผลงานร่วมกับ Alicia Keys รวมถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Star Wars ภาค 4, 5 และ 6

ทั้ง 3 ท่านก็มาจากสตูดิโอชั้นนำระดับโลก ที่เด่นเรื่องการปรับจูนเสียงอย่างพิถีพิถันมานาน และยังเป็นวิศวกรเสียงระดับรางวัลแกรมมี่ด้วยอีก ที่ทั้งหมดก็มาช่วยออกแบบตัวหูฟังตั้งแต่เริ่มพัฒนาใหม่ ๆ เลย โดยหาวิธีให้ตัวหูฟังสามารถถ่ายทอดเสียงได้อย่างที่ศิลปินต้องการอย่างแท้จริง ทั้งความลึก รายละเอียด และอารมณ์ของเสียงที่ซื่อตรงต่อจินตนาการต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

เป็นไงครับ เปิดบทความมาก็รู้เลยว่าหูฟังมีราคาแพงขึ้นแล้ว…

ที่สุดของระบบตัดเสียงรบกวน

ส่วนถัดไปก็มีเรื่องของระบบตัดเสียงรบกวน ที่รอบนี้ทาง Sony ได้ยกระดับการตัดเสียงรบกวนให้มากขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง WF-1000XM5 โดยเฉพาะย่านเสียงกลาง-สูง ซึ่งเป็นโจทย์หินของหูฟังอินเอียร์ เช่น เสียงคนคุยกัน เสียงในคาเฟ่ หรือเสียงแตรรถ

เบื้องหลังความเงียบนี้มาจากเทคโนโลยีระดับ Hi-End ที่ Sony อัดมาให้แบบไม่กักเลย (ล..แล้ว Xper** ล่ะ) ด้วยการใช้ชิปประมวลผลคู่ทั้ง HD Noise Cancelling Processor QN3e และ Integrated Processor V2 มาร่วมด้วยช่วยกันวิเคราะห์เสียงรบกวนภายนอกและสภาพการสวมใส่ได้แบบเรียลไทม์อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้การตัดเสียงรบกวนมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์

ถัดมาก็มี Quad-Mic System เพิ่มไมโครโฟนเป็น 4 ตัวต่อข้าง (จากเดิม 3 ตัว) ดักจับเสียงรบกวนได้ละเอียดขึ้น

และระบบ ANC หรือ Adaptive Noise Cancelling ที่มีระบบวิเคราะห์เสียงรบกวนและสรีระหูแบบ Real-time ด้วยอีก ช่วยผสานกับจุกหูฟัง Noise Isolation Earbud Tips ที่ออกแบบมา 4 ขนาด ช่วยซีลเสียงได้แนบสนิทที่สุด ตัดเสียงคือเงียบจริงอะไรจริงเลยครับ

ส่วนตัวชิป V2 ใหม่นี้ ก็รองรับการประมวลผลเสียงระดับ 32-bit ด้วย (จากเดิม 24-bit) ทำให้มิติเสียงและรายละเอียดมีความลึกซึ้งขึ้น ผสานกับไดอะแฟรมแบบไฮบริดออกแบบใหม่ โดยใช้ขอบที่นุ่มเพื่อให้ได้ เบสที่ลงลึกและแน่น และใช้โดมตรงกลางที่แข็งแต่น้ำหนักเบา เพื่อให้ เสียงแหลมใส ไม่บาดหู พร้อมรองรับทั้ง Hi-Res Audio Wireless, DSEE Extreme (อัปสเกลไฟล์เสียงที่ถูกบีบอัด), 360 Reality Audio และรองรับฟีเจอร์ Headtracking

บางลง 11%

Pain Point หนึ่งของคนใส่หูฟังอินเอียร์คือความรู้สึก “อึดอัด” และได้ยินเสียงตัวเองตอนเดินหรือเคี้ยวอาหาร แต่ด้วยดีไซน์ที่บางลง ตัวหูฟังก็ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ให้โค้งรับใบหู และมีขนาดบางลง 11% ลดการเสียดสี ใส่สบายขึ้น ทั้งยังคำนวนเรื่องโครงสร้างระบายอากาศภายในด้วยอีก ที่พยายามออกแบบให้ลมไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดความอื้ออึงในหู (โดยเฉพาะใครที่เปิด ANC บ่อย ๆ)

คุยชัดที่สุด

ส่วนเรื่องไมค์ฯ นั้น ทาง Sony เคลมเลยว่านี่คือหูฟังที่คุยชัดที่สุด เท่าที่เคยมีมาแล้ว ด้วยการใช้เซ็นเซอร์จับการสั่นของกระดูก คู่กับ AI Beamforming แยกเสียงพูดเราออกจากเสียงแวดล้อมได้แบบเด็ดขาด

Google Gemini ในหูฟัง

ตามพิมพ์นิยม หูฟังสมัยใหม่มาพร้อม AI ในตัวแล้ว WF-1000XM6 ก็เช่นกัน ที่ผสานตัวผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Gemini เข้ามาแบบ Native ช่วยให้คุยกับ Gemini Live , ให้สรุปแจ้งเตือน , เพิ่มไอเดียลง Google Keep หรือจัดตารางงานได้ทันทีแบบ Hands-free โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนออกมา

นอกจากนี้ยังอัปเกรดเสาสัญญาณให้ใหญ่ขึ้น 1.5 เท่า เพิ่มความเสถียรไม่ให้เสียงกระตุกเวลาเดินในที่คนพลุกพล่าน และรองรับเทคโนโลยี Bluetooth LE Audio สำหรับการเล่นเกมที่ต้องการความหน่วงต่ำ (Low Latency)

แบตฯ อึด ลุยได้ทั้งวัน

สำหรับตัวหูฟังก็รองรับการฟังต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง (เปิด ANC) และชาร์จจากเคสเพิ่มได้อีก 16 ชั่วโมง รวมเป็น 24 ชั่วโมง ทั้งมีชาร์จด่วนเพียง 5 นาที ใช้งานได้ยาว ๆ 1 ชั่วโมง กับยังรองรับ Wireless Charging ที่ช่วยให้การชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi นี้เอง

บทสรุป

Sony WF-1000XM6 ไม่ใช่แค่หูฟังที่เน้นการตัดเสียงรบกวนให้เงียบสงัดเท่านั้น แต่คือการยกระดับคุณภาพเสียงระดับ Audiophile มาไว้ในฟอร์มแฟกเตอร์แบบไร้สาย การดึงคนทำเพลงระดับแกรมมี่มาช่วยจูนเสียง และการเพิ่มความสบายในการสวมใส่ ถือเป็นการปิดจุดอ่อนจากรุ่นก่อนหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใครที่เป็นสายฟังเพลงตัวจริง หรือต้องการหูฟังประชุมงานที่ไมค์ชัดเป๊ะ รุ่นนี้คือคำตอบที่จบที่สุดในตลาดตอนนี้เลยครับ

ท้ายนี้ตัว Sony WF-1000XM6 เปิดราคาที่ 11,990 บาท มีสีดำ (Black) และสีแพลตตินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) วางจำหน่ายแล้ววันนี้