หมดยุคแบกต้นทุน เทรนด์ Co-location As-a-Service ทางรอดยุคของแพง

Co-location As-a-Service

ฝ่าวิกฤตต้นทุนไอทีกับ VST ECS Co-location as a service พร้อมให้พาร์ทเนอร์ใช้งานฟรีปีแรก จ่ายครึ่งเดียวปีที่สอง ช่วยธุรกิจปรับตัวได้ง่ายขึ้น

ในยุคที่ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่คือ ทำอย่างไรให้ไอทีเดินหน้าต่อได้ในงบประมาณที่จำกัด? เพราะในขณะที่โลกหมุนเข้าสู่ยุค AI องค์กรกลับต้องแบกรับภาระต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่พุ่งสูง ค่าซอฟต์แวร์ และที่สำคัญคือค่าจ้างบุคลากรไอทีที่มีทักษะเฉพาะทางซึ่งหายากและมีราคาสูง การลงทุนสร้าง Data Center เองแบบเดิมๆ กำลังกลายเป็นภาระหนักที่ขวางกั้นความคล่องตัวของธุรกิจ

คุณสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันต้นทุนทุกอย่างปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะค่าขนส่งและราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่องค์กรทำได้คือการบริหารจัดการภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

เทรนด์การลงทุนไอทีจึงเปลี่ยนจากการซื้อขาด ที่ต้องใช้เงินก้อนโตและเผชิญกับความเสี่ยงเรื่องเทคโนโลยีตกรุ่น มาสู่การเช่าใช้ตามจริง หรือ As-a-Service มากขึ้น ซึ่งช่วยให้องค์กรบริหารกระแสเงินสดได้ดีกว่า และสามารถ Scale ระบบได้ทันทีที่ธุรกิจเติบโต

เพื่อแก้ Pain Point ของพาร์ทเนอร์และลูกค้าองค์กร คุณสมศักดิ์ ได้ริเริ่มโครงการ VST ECS Co-location As-a-Service ขึ้นมา โดยเป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานไอทีระดับ Enterprise ไปวางไว้ที่ Data Center มาตรฐานสูงที่ INET เพื่อให้ลูกค้าเข้าใช้งานได้ทันที

โครงการนี้เหมือนจะไม่ได้หวังผลกำไรเป็นที่ตั้ง แต่ทำเพื่อคืนกำไร และตอบแทนพาร์ทเนอร์ที่สนับสนุน VST ECS มาตลอด 38 ปี โดยต้องการให้ทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Consumer หรือ Enterprise มีโอกาสเข้าถึงโซลูชันระดับโลกได้ง่ายขึ้น โดยมี VST ECS เป็นผู้ดูแลเรื่องการบริหารจัดระบบหลังบ้านให้ทั้งหมด

นอกจากนี้ VST ECS ยังเตรียมพร้อมรับยุค AI ด้วยการติดตั้ง AI Server จาก HPE จำนวน 11 เครื่อง กระจายไปตามสาขาในต่างจังหวัด เพื่อให้กลุ่ม Reseller และ ISV ได้เข้ามาทดลองใช้งานและพัฒนาซอฟต์แวร์จริง โดยมีเงินสนับสนุนช่วยเหลืออีกด้วย

ในด้านเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจหลัก คุณพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (HPE) อธิบายว่า โซลูชันนี้ขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์หลักของ HPE คือ Networking, AI และ Hybrid Cloud โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม HPE GreenLake ที่ช่วยให้การจัดการข้อมูลแบบ Edge-to-Cloud เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย ซึ่งจุดเด่นของโซลูชันที่นำมาใช้ในโครงการนี้ว่าประกอบด้วย

– HPE Private Cloud Business Edition (PCBE) เป็นระบบ Disaggregated HCI ที่แยกการขยาย Server และ Storage ออกจากกันได้อย่างอิสระ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล
– HPE Morpheus ซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ใช้บริหารจัดการระบบ Automation และรองรับการทำ Multi-tenancy สำหรับลูกค้าหลายรายได้อย่างปลอดภัย
– HPE StoreOnce มั่นใจด้วยระบบสำรองข้อมูลประสิทธิภาพสูง เพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจ

ความคุ้มค่าที่จับต้องได้ ใช้ฟรีปีแรก จ่ายครึ่งเดียวปีที่สอง

สิ่งที่ทำให้โมเดลนี้น่าสนใจที่สุดคือข้อเสนอที่ คุณสมศักดิ์ ตั้งใจมอบให้พาร์ทเนอร์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในยุคของแพง คือการเปิดให้เข้าใช้บริการ ฟรีในปีแรก และในปีที่สองคิดค่าบริการเพียง 50% ของราคาตลาด โดยครอบคลุมทั้งเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และสามารถเลือก Add-on ระบบความปลอดภัยจากพันธมิตรอย่าง Fortinet หรือ Kaspersky เพิ่มเติมได้ตามความต้องการ

ปรับตัวไวกว่า คือโอกาสรอดที่มากกว่า

ในโลกธุรกิจที่ความเร็วคือแต้มต่อ องค์กรที่เปลี่ยนผ่านสู่โมเดล As-a-Service ได้เร็วกว่า จะได้เปรียบทั้งในเรื่องการควบคุมต้นทุนและความยืดหยุ่นในการขยายธุรกิจ การเลือกใช้บริการ VST ECS Co-location As-a-Service ที่ผสานพลังกับเทคโนโลยีของ HPE จึงไม่ใช่เพียงแค่การเช่าใช้ระบบไอที แต่คือการเลือกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยให้องค์กรก้าวข้ามวิกฤตต้นทุน และเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล หากท่านใดสนใจ ลองติดต่อที่ VST ECS ได้เลยครับ

ที่มา
งานแถลง VST ECS , HPE