[พับโปรเจค] ในตอนที่ Fcebook เปลี่ยนชื่อเป็น ‘Meta’ เพื่อนำเทรนด์โลกเสมือนจริง “Metaverse” ในปี 2021 พร้อมทุ่มงบกว่าหมื่นล้านดอลลาร์ฯ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็กลายเป็นฝุ่น ล่าสุด Meta ประกาศเตรียมปิดบริการ Horizon Worlds VR ในเดือนมิถุนายนปีนี้แล้ว
ดูเหมือน Mark Zuckerberg ได้ (ตื่น) ยอมรับแล้วว่า Metaverse มันไปไม่รอด แม้จะทุ่มพัฒนาไปกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างทีมพัฒนาเฉพาะอย่าง Reality Labs ที่มุ่งสร้างแว่นและบริการ VR โดยตรง จนออกมาเป็น Horizon Worlds บริการโลกเสมือนสู่โซเชียลมีเดีย
ทว่าที่ผ่านมา บริการดังกล่าวกลับไปไม่สวยนัก แม้จะเปิดตัวแว่น Meta Quest 3S หวังเพิ่มจำนวนผู้ใช้ ก็ไม่เป็นไปตามเป้าอีก จนต่อมาต้องปรับให้ใช้งานผ่านมือถือเท่านั้น โดยแลกกับจำกัดฟีเจอร์ที่เคยใช้บน VR ไปหลายอย่าง
จากนั้นก็ประกาศแอปฯ Horizon Worlds ออกจาก Quest Store ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2026 นี้ ซึ่งผู้ใช้รายใหม่จะไม่สามารถโหลดได้อีก พร้อมกับปิดบริการ Horizon Central , Events Arena , Kaiju และ Bobber Bay ในเวอร์ชัน VR ด้วย
สุดท้าย Meta ก็เตรียมปิด Horizon Worlds เวอร์ชั่น VR ทั้งหมดอย่างถาวรภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2026
ที่ผ่านมา Meta อ้างว่าการแยกแพลตฟอร์ม VR และ Horizon ออกจากกัน จะช่วยให้ทั้งสองแพลตฟอร์มเติบโตได้อย่างมีโฟกัสมากขึ้น แต่การมาของ AI ก็ได้ตอกฝาโลงแผนการสร้าง Metaverse ของบริษัทไปเรียบร้อย
ผลกระทบก็ตกมาที่ Reality Labs ทีมพัฒนา Metaverse เข้าอย่างจัง ซึ่ง Mark Zuckerberg เคยประกาศปลดคนออกจากแผนกนี้ถึง 1,500 ราย พร้อมตัดงบประมาณของแผนกลง 30% เพื่อยกย้ายไปพัฒนาแว่น AI แทน
อนึ่ง Reality Labs มีผลประกอบการประจำไตรมาสที่ย่ำแย่อย่างมาก พบเคยทำให้ Meta ขาดทุนมากถึง 6.02 พันล้านดอลลาร์ฯ มาแล้ว ทำให้แผนกนี้ถูกตราหน้าว่าผลาญงบไปแล้วอย่างน้อย 80,000 ล้านดอลลาร์ฯ นับตั้งแต่ปี 2020 ที่ผ่านมาเลยนี้เองครับ
ที่มา : Techspot








