ไร้เส้นขีด รพ.จุฬาฯ เปิดตัวนวัตกรรม สแกนมะเร็งด้วยกล้อง 3 มิติ

สแกนมะเร็งด้วยกล้อง 3 มิติ

คิดว่า ผู้หญิงหลายคนพอได้ยินคำว่ามะเร็งเต้านม ใจอาจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้วใช่ไหม และสำหรับคนที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการฉายแสงหรือรังสีรักษา สิ่งที่ตามมาติดๆ คือความกังวลใจเรื่องผลข้างเคียง และนอกเหนือจากอาการป่วยแล้ว อีกหนึ่งปัญหาคลาสสิกที่กวนใจผู้ป่วยมาตลอด คือการต้องกลายร่างเป็นกระดานวาดเขียน

แต่วันนี้ เรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องนั้นแล้ว โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้นำร่องเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่แห่งแรกในไทยที่จะมาช่วยช่วยแสงรักษาคนไข้ โดยไม่ต้องใช้หมึกขีดบนตัว

ในการฉายแสงแบบดั้งเดิม เพื่อให้รังสีพุ่งเป้าไปทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำที่สุด แพทย์จำเป็นต้องทำเครื่องหมายบอกพิกัดบนร่างกายผู้ป่วยครับ ปัญหาคือเครื่องหมายที่ว่านี้คือการขีดเส้นหมึกถาวรลงบนผิวหนังบริเวณเต้านมและหน้าอก ซึ่งนำไปสู่ความยุ่งยากในชีวิตประจำวันหลายอย่างเลยครับ เช่น

– ห้ามอาบน้ำถูสบู่แรงๆ เพราะถ้าเส้นหมึกเลือนหายไป ตำแหน่งฉายแสงอาจคลาดเคลื่อนได้ ผู้ป่วยหลายคนจึงไม่กล้าอาบน้ำตามปกติ
– ผิวแห้ง ไหม้ แต่ทาครีมไม่ได้ บริเวณที่ฉายแสงมักจะมีอาการผิวแห้ง แดง หรือไหม้ แต่ผู้ป่วยกลับทาครีมบำรุงทับบริเวณเส้นขีดไม่ได้ ทำให้ทรมานจากอาการระคายเคือง
– แพ้สารเคมีในน้ำหมึก ซึ่งผิวหนังของบางคนบอบบางจนเกิดอาการแพ้หมึกที่นำมาวาด
– สุดท้ายคือสูญเสียความมั่นใจ โดยรอยหมึกที่ลบไม่ได้บนหน้าอก ทำให้หลายคนไม่กล้าใส่เสื้อผ้าที่ชอบ หรือรู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งที่ส่องกระจกเพราะมันคือสิ่งที่คอยย้ำเตือนว่า เรากำลังป่วย

นวัตกรรม SGRT สแกนเป๊ะด้วยกล้อง 3 มิติ

เพื่อแก้ปัญหาคาใจเหล่านี้ ทีมแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ได้ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศและพัฒนาระบบร่วมกับนักฟิสิกส์การแพทย์ นักรังสีการแพทย์ และพยาบาล จนได้ระบบ SGRT ที่ใช้กล้อง 3 มิติแบบเรียลไทม์แทนเส้นขีด โดยสามารถระบุและตรวจสอบตำแหน่งการฉายรังสีได้อย่างแม่นยำตลอดการรักษา

พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เทคโนโลยีนี้จะใช้กล้อง 3 มิติ ฉายลำแสงเพื่อสร้างภาพพื้นผิวร่างกายของผู้ป่วยแบบ Real-time เปรียบเสมือนการสร้างแผนที่ดิจิทัลบนตัวผู้ป่วย แทนการใช้ปากกาเมจิกวาดลงไปตรงๆ

ความเจ๋งของเจ้าเครื่อง SGRT คือ สามารถล็อกเป้าหมายได้เป๊ะมาก โดยระบบจะเปรียบเทียบตำแหน่งผู้ป่วยกับภาพอ้างอิงตลอดเวลา กล้องจะติดตามแม้กระทั่งจังหวะการหายใจเข้า-ออก หากผู้ป่วยเผลอขยับตัว หรือขยับเกินระยะที่ปลอดภัย ระบบจะหยุดฉายรังสีทันที ทำให้มั่นใจได้ว่ารังสีจะไม่พลาดไปโดนอวัยวะสำคัญอื่นๆ แน่นอน และตัวกล้องยังสแกนโดยใช้เพียงแสงสว่าง ไม่มีการปล่อยรังสีเอกซเรย์เพิ่มให้ร่างกายต้องรับภาระหนักขึ้น

การมาถึงของ SGRT ไม่ได้แค่ช่วยยกระดับทางการแพทย์นะครับ แต่ช่วยคืนชีวิตปกติให้กับผู้ป่วยได้อย่างมหาศาล โดย รศ.นพ.ชลเกียรติ ขอประเสริฐ หัวหน้าฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยระบุว่า สิ่งนี้จะคืนความปกติในชีวิตประจำวันให้กับผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น

– อาบน้ำได้เต็มที่ ไม่ต้องคอยระแวงว่ารอยขีดจะหายอีกต่อไป อยากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแค่ไหนก็ทำได้เลย
– สามารถทาครีมได้ตั้งแต่วันแรก หมดปัญหาผิวไหม้เกรียมจนแสบ เพราะผู้ป่วยสามารถทาครีมบำรุงผิวบริเวณที่ฉายแสงได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรักษา ช่วยลดการระคายเคืองไปได้เยอะมาก
– แต่งตัวสวย ออกกำลังกายได้ปกติ ไม่มีรอยหมึกให้ขัดหูขัดตา จะใส่เสื้อคอกว้าง หรือไปออกกำลังกายก็ทำได้แบบไร้กังวล

ดังที่ผู้ป่วยท่านหนึ่งได้เล่าประสบการณ์ไว้ว่า ตอนแรกกลัวการฉายแสงมาก โดยเฉพาะเรื่องเส้นขีดที่คนเคยเตือนว่าใช้ชีวิตลำบาก แต่พอได้มารักษาด้วยระบบ SGRT ปรากฏว่าตลอด 1 เดือนเต็ม สามารถใช้ชีวิต อาบน้ำ ทาครีมได้ปกติเหมือนไม่ได้กำลังป่วยอยู่เลย

นวัตกรรมนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเลยครับว่า เป้าหมายของการแพทย์ยุคใหม่ ไม่ใช่แค่การเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกอบกู้ความสุขและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยกลับคืนมาด้วยครับ

ที่มา
จดหมายข่าว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์