เจาะลึกแนวคิด SENA Green Living ชูนวัตกรรมบ้านพลังงานเป็นศูนย์ ลดค่าไฟด้วยโซลาร์เซลล์ พร้อมโมเดล LivNex เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินออมบ้าน
ต้องยอมรับว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ หรือที่เรียกว่า Paradigm Shift เมื่อแนวคิดหรือวิธีเดิม ใช้แก้ปัญหาไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากวัฏจักรทางธุรกิจในอดีตที่เป็นเพียงการขึ้นลงตามรอบเศรษฐกิจปกติ
โดยภูมิทัศน์ของธุรกิจอสังหา ถูกขับเคลื่อนด้วย 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร และความท้าทายทางภาวะเศรษฐกิจ
ในมิติของโครงสร้างประชากร ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมที่มีอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของครัวเรือนขนาดเล็กและการอยู่อาศัยตัวคนเดียว
ค่านิยมการแต่งงานและการมีลูกของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ความต้องการซื้อบ้านหลังใหญ่สำหรับครอบครัวขยายลดลง ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเรื้อรัง อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ภาวะเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ได้กดดันให้สภาพคล่องทางการเงินและเงินเก็บออมของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด
วิกฤตปฏิเสธสินเชื่อ เมื่อผู้บริโภคมีภาระหนี้สินเดิมสูงขึ้น เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ผ่อนรถยนต์ สถาบันการเงินจึงเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยกู้เพื่อป้องกันหนี้เสีย ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงขึ้นถึง 70–90% โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคา 1–5 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่มีความต้องการจริง
SENA คิดแตกต่าง จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำบ้านรักษ์โลก
เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์ Techhub ได้ร่วมพูดคุยกับ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ถึงมุมมองการขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่

ท่ามกลางวิกฤตและความท้าทายของตลาด SENA ได้เลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่างอย่างชัดเจน จุดเริ่มต้นแนวคิด บ้านรักษ์โลก ของ SENA ไม่ได้เกิดจากเทรนด์การตลาดชั่วคราว แต่เกิดจากความตระหนักรู้ในวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เห็นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
วิสัยทัศน์ของ SENA เชื่อมั่นว่า “ที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรเข้าถึงได้” และที่อยู่อาศัยที่ดีนั้นไม่เพียงแต่ต้องมีคุณภาพและราคาที่จับต้องได้เท่านั้น แต่ยังต้องเป็นที่อยู่อาศัยที่ร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้อยู่อาศัยในระยะยาวได้จริง
- ผู้บุกเบิก Solar Rooftop รายแรก โดย SENA เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของประเทศไทยที่นำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ มาติดตั้งให้แก่บ้านทุกหลังในโครงการตั้งแต่ปี 2015
- เข้าถึงทุกระดับราคา SENA ยังคงเป็นผู้ประกอบการรายเดียวในตลาดที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้แก่บ้านทุกระดับราคา ไม่ว่าจะเป็นทาวน์โฮมราคาประหยัด คอนโดมิเนียม หรือบ้านเดี่ยวโครงการระดับพรีเมียม
- สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ การมุ่งมั่นทำเรื่องพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่องมากกว่า 17 ปี ช่วยสร้าง Brand Identity ที่แข็งแกร่ง และเปลี่ยนพลังงานสะอาดให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายประจำวันของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง

นวัตกรรมบ้านพลังงานเป็นศูนย์ หรือ Zero Energy House ของ SENA
SENA ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน แต่ได้ยกระดับนวัตกรรมที่อยู่อาศัยไปอีกขั้น ด้วยการจับมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Hankyu Hanshin Properties (HHP) ควบคู่กับการทำงานวิจัยร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาแนวคิด บ้านพลังงานเป็นศูนย์ หรือ ZEH ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทย
แนวคิด ZEH ของ SENA เกิดจากการบูรณาการ 3 องค์ประกอบหลักเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
- Passive Designหรือการออกแบบเชิงรับ
เป็นการออกแบบสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงธรรมชาติและการทิศทางของแสงแดดและลม โดยเน้นการทำมุมอาคารเพื่อหลบแดด ลดการสะสมความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน เลือกใช้วัสดุกันความร้อนประสิทธิภาพสูงที่ผนังและหลังคา พร้อมออกแบบช่องเปิดเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกตามธรรมชาติ ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านตั้งแต่แรกเริ่มโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้า
- Active Technologyใช้เทคโนโลยีช่วยเซฟไฟ
เป็นการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาช่วยบริหารจัดการพลังงานภายในบ้านอย่างแม่นยำ เช่น การติดตั้งระบบ Sensor ตรวจจับจำนวนผู้อยู่อาศัยในห้อง หากพบว่าจำนวนคนลดลงหรือไม่มีคนอยู่ ระบบเครื่องปรับอากาศจะปรับเพิ่มอุณหภูมิหรือลดการทำงานลงโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น
- Clean Energy
การผลิตกระแสไฟฟ้าขึ้นใช้เองภายในบ้านด้วยระบบ Solar Rooftop เพื่อนำพลังงานสะอาดมาทดแทนการใช้ไฟฟ้าจากระบบหลักในช่วงกลางวัน
รัฐรับซื้อไฟคืน 2.20 บาทต่อหน่วย ตัวช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของลูกบ้าน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เข้ามาสนับสนุนประสิทธิภาพของบ้านโซลาร์เซลล์ คือมาตรการภาครัฐที่รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย มาตรการนี้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเชิงเศรษฐศาสตร์เรื่องต้นทุนแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานที่มีราคาสูง ซึ่งในปัจจุบันยังไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป
โดยในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด แต่ผู้อยู่อาศัยอาจต้องออกไปทำงานนอกบ้าน กระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ไม่ได้ถูกใช้งานภายในบ้านจะถูกส่งขายคืนเข้าสู่ระบบการไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ
ซึ่งรายได้หรือยอดเงินที่เกิดจากการขายไฟคืนจะถูกนำไปตัดหักลบออกจากใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าประจำเดือนโดยตรง ทำให้ลูกบ้านเห็นส่วนลดค่าไฟฟ้าอย่างชัดเจน
และแม้เงินคืนที่ได้จากการขายไฟส่วนเกินจะอยู่ที่หลักร้อยบาทต่อเดือน แต่เมื่อนำมารวมกับการประหยัดค่าไฟจากการใช้พลังงานโซลาร์โดยตรงในบ้าน ก็นับเป็นการลดค่าครองชีพประจำงวดได้อย่างชัดเจน และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ตัดสินใจเลือกซื้อบ้านให้ตรงโจทย์ของชีวิตได้ง่ายขึ้น
SENA 360 Application แพลตฟอร์มศูนย์กลางการบริหารจัดการชีวิตและพลังงาน

เพื่อยกระดับความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย SENA ได้พัฒนา SENA 360 Application แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงมิติของการใช้ชีวิตและการจัดการพลังงานไว้ในสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว ภายใต้แนวคิด Made From Her
- บริการงานขายและการเงิน ตรวจสอบข้อมูลยูนิต ติดตามสถานะเอกสารสินเชื่อ ชำระเงินดาวน์ผ่านระบบ Payment Gateway ที่มีความปลอดภัยสูง นัดหมายวันโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงบริการชำระค่างวดเช่าซื้อสำหรับลูกค้าโครงการ LivNex
- การบริหารจัดการพลังงาน ตรวจสอบปริมาณการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากระบบ Solar Rooftop ได้แบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในส่วนของบ้านพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง
- ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน บริการแจ้งซ่อมแซมบ้านผ่าน SENA WeCare
- บริการจากพันธมิตรเพื่อคุณภาพชีวิต เชื่อมต่อบริการช่างซ่อมบ้านมืออาชีพจาก Fixzy และบริการจัดการขยะรีไซเคิลเพื่อรักษ์โลกกับ Recycle Day
SENA Green Living Ecosystem ด้วย SENA Green Auto

เพื่อสร้าง Green Lifestyle Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ SENA ได้ขยายขอบเขตธุรกิจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ที่ให้บริการครอบคลุมทั้งตลาด B2B และ B2C ก่อนต่อยอดสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ SENA Green Auto ทำหน้าที่เป็นดีลเลอร์และ EV Platform แบบ Multi-brand เช่น แบรนด์ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL โดยเชื่อมโยง 3 แกนหลัก คือ บ้าน – โซลาร์ – รถยนต์ไฟฟ้า เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร
โซลูชันและสิทธิประโยชน์สำหรับลูกบ้าน
- Smart Finance สนับสนุนโซลูชันทางการเงินผ่านบริการ “เงินสดใจดี” เช่น การมอบข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ โซลูชัน Home Financing หรือบริการรับเทรดอิน รถยนต์คันเดิม เพื่อให้การเป็นเจ้าของรถ EV เป็นเรื่องง่ายและประหยัดยิ่งขึ้น
- EV Infrastructure & EV-Ready SENA มีนโยบายติดตั้ง EV Charging Station ในทุกโครงการหมู่บ้านและคอนโดมิเนียม โดยไม่จำเป็นต้องรอผู้ให้บริการภายนอกเข้ามาลงทุน ควบคู่กับการออกแบบระบบไฟฟ้าและเดินสายไฟเฟสรองรับให้บ้าน SENA ทุกหลังเป็นบ้าน EV-Ready สามารถติดตั้งหัวชาร์จและชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยทันที
LivNex นวัตกรรมทางการเงินปลดล็อกให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น
จากปัญหาอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ที่สูงถึง 80–90% SENA จึงได้คิดค้นโมเดลนวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบ Rent-to-Own ผ่านแบรนด์ LivNex หรือการเช่าออมบ้าน
แนวคิดหลักของ LivNex คือการเปลี่ยนค่าเช่า ให้กลายเป็น เงินออมสะสม โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่ยังไม่พร้อมกู้ธนาคาร สามารถย้ายเข้ามาอยู่อาศัยได้ทันทีโดยจ่ายค่าเช่าตรงกับ SENA
เงินค่าเช่าในแต่ละเดือนจะถูกนำไปหักลดเงินต้นของราคาบ้าน ควบคู่ไปกับการมีทีมที่ปรึกษาทางการเงินช่วยวางแผนและปรับปรุงวินัยทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ยื่นกู้สินเชื่อบ้านกับธนาคารได้สำเร็จในอนาคต
SENA กับบทบาทผู้นำ Green Lifestyle Platform และ Roadmap ในอนาคต

ดร.ยุ้ย เล่าปิดท้ายว่า SENA มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยด้วยการทำให้ การมีบ้าน เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง ผ่านนวัตกรรมทางการเงินอย่าง LivNex และบริการเงินสดใจดี ไปพร้อมๆ กับการมอบวิถีชีวิตแบบ Green Living ที่รักษ์โลกและช่วยประหยัดต้นทุนค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดค่าไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์และการลดค่าน้ำมันด้วยการใช้รถยนต์ไฟฟ้า
สำหรับแผนงานและ Roadmap ในอนาคต SENA ตั้งเป้าหมายคือ พัฒนาและยกระดับโครงการที่อยู่อาศัยให้เป็นบ้านพลังงานเป็นศูนย์ ให้เข้าใกล้ 100% ในทุกโครงการ และทรานส์ฟอร์มองค์กรจากการเป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็น Green Lifestyle Platform อย่างเต็มตัว








