ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่เร่งรีบขึ้นทุกวัน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าหุ่นยนต์ไม่ได้เข้ามาแย่งงาน แต่กำลังกลายเป็นคู่หูที่ขาดไม่ได้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่
โดยหุ่นยนต์จากค่าย Maximo เพิ่งทำสถิติติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์รวมกำลังผลิตกว่า 100 เมกะวัตต์ (MW) ณ โครงการ Bellefield ในทะเลทรายโมฮาวี รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย
โปรเจกต์นี้ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ของ Maximo Version 3.0 ที่เข้ามาทลายขีดจำกัดเดิมๆ ของการใช้แรงงานคนเพียงอย่างเดียว เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ช่วยให้ทีมงานสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้มากถึง 24 แผงต่อชั่วโมงต่อคน
นอกจากนี้ เครื่องจักรสามารถประกอบแผงได้ในอัตราเร็วเฉลี่ย 1 แผงต่อนาที ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความไว แต่มันคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับการติดตั้งในพื้นที่อื่นๆ ของแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ซึ่งช่วยตอบโจทย์ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการก่อสร้างของสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ทำให้ Maximo ทำงานได้แม่นยำท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ไม่ได้เกิดจากฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะการใช้ Industrial AI และระบบคลาวด์จาก AWS และ Nvidia ทีมวิศวกรได้ใช้แพลตฟอร์ม Nvidia Omniverse และ Isaac Sim
เพื่อจำลองสถานการณ์และทดสอบการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ในโลกเสมือนอย่างหนักก่อนจะส่งหุ่นยนต์ตัวจริงลงสนาม วิธีนี้ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาและสร้างความมั่นใจว่า หุ่นยนต์จะทำงานได้เสถียรแม้จะเจอฝุ่นหรือความร้อนในทะเลทราย
ที่มา








