[หากมีภัย] “เมื่อการใช้ขีปนาวุธราคาล้านเหรียญฯ มาสอยโดรนราคาหลักพัน มันไม่ใช่เรื่องเลย” คำกล่าวยังมีนัยยะจากคุณเฟรดริก ลินด์บลูม (Fredrik Lindblom) รองประธานและผู้จัดการ Saab ประเทศไทย ที่ได้หยิบยกประเด็นน่าสนใจ จนนำสู่การพัฒนาระบบต่อต้านโดรน ที่มีทั้งประสิทธิภาพและคุ้มค่าในเชิงโลจิสติกส์กับงบประมาณด้วย

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางทีม Techhub มีโอกาสไปนั่งฟังรายละเอียดความร่วมมือระหว่าง Saab บริษัทชั้นนำด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงจากสวีเดน กับกองทัพไทย โดยทาง Saab กล่าวเลยว่าได้มีความร่วมมือกับกองทัพไทยมานานกว่า 40 ปีแล้วเพื่อสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถด้านการป้องกันทางอากาศ และการเฝ้าระวังแบบบูรณาการ

อย่างไรก็ตาม Uncrewed Aerial Systems (UAS) การใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับ หรือที่หลายนิยมเรียกว่า “โดรน” ปัจจุบันมีการใช้งานเพิ่มมากขึ้น จนนับได้เลยว่าเป็นภัยคุกคามแบบใหม่ อีกทั้งยังมีการพัฒนาอีก จนส่งผลให้การป้องกันและต่อต้านโดรนนั้น ต้องมีประสิทธิภาพและปรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่ยิงตกไหม ? แต่คือใช้อะไรยิงถึงจะเหมาะสม โดยทาง Saab หรือคุณเฟรดริกกล่าวเลยว่า ในอดีตหากมีภัยคุกคามทางอากาศ เรามักพึ่งพาระบบป้องกันภัยทางอากาศประสิทธิภาพสูง (และราคาสูงด้วย) แต่ปัจจุบันเมื่อโดรนต้นทุนต่ำถูกนำมาใช้งานเป็นฝูง การใช้กระสุนหรือขีปนาวุธราคาแพงไปจัดการอาจไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่า
Multi-layered Defense กลยุทธ์การป้องกันแบบหลายชั้น

Saab เสนอว่าระบบป้องกันที่ยั่งยืนต้องทำงานสอดประสานกันเหมือนโครงข่ายอัจฉริยะ โดยแบ่งองค์ประกอบเป็น 3 ส่วนหลักตามนี้
- Sense (ตรวจจับ) : การใช้เรดาร์ร่วมกับระบบตรวจจับด้วยแสง เพื่อระบุเป้าหมายให้ชัดเจนว่าสิ่งที่บินมาคืออะไร
- Command & Control (บัญชาการ) : ระบบ C2 ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจว่าควรตอบโต้ด้วยวิธีใด
- Act (ตอบโต้) : ไม่จำเป็นต้องจบด้วยการยิงเสมอไป! เพราะสามารถใช้ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ เข้าไปรบกวนสัญญาณให้โดรนร่วง หรือหากจำเป็นจริงๆ จึงค่อยใช้การตอบโต้ทางกายภาพที่แม่นยำเข้าเสริม
Loke ระบบต่อต้านโดรนแบบ Modular

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือระบบ Loke จากสวีเดน ซึ่งเป็นระบบต่อต้านโดรนแบบ Modular ที่รวมเซ็นเซอร์ ระบบบัญชาการ และระบบตอบโต้ไว้ในโซลูชันเดียว ทั้งยังมีความคล่องตัวสูง สามารถเคลื่อนย้ายและติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว กับสามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยไม่ว่าจะใช้ป้องกันพื้นที่ทางการทหาร โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หรือพื้นที่สาธารณะที่มีฝูงชนหนาแน่น ระบบนี้สามารถปรับขนาดและตำแหน่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ทันที

อนึ่งทาง Saab โชว์ประสิทธิภาพการตรวจจับโดรนท่ามกลางฝูงนกที่มีนับไมถ้วน แต่ตัวระบบก็สามารถจับโดรนที่มีเพียง 2 ลำได้ตามภาพ
สถานการณ์ในปัจจุบัน

ปัจจุบันแนวทางดังกล่าวถูกนำไปใช้จริงแล้ว เช่น การพัฒนาระบบต่อต้านโดรนแบบ Modular ของสวีเดนอย่าง Loke โดยการผสานรวมเซ็นเซอร์ ระบบบัญชาการและควบคุม และระบบตอบสนองเข้าไว้ด้วยเป็นโซลูชันเดียว ชูโรงเรื่องระบบที่มีความยืดหยุ่น และสามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างรวดเร็วในเชิงปฏิบัติการ
สำหรับประเทศไทย แนวทางดังกล่าวถือเป็นแนวทางที่สมดุลสำหรับการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศในอนาคต โดยโซลูชันต่อต้านอากาศยานไร้คนขับแบบบูรณาการ และเหมาะสมกับระดับของภัยคุกคาม จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และรองรับการขยายความสามารถ เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการต่อยอดจากเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว
“ซาบได้มีส่วนร่วมการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันประเทศไทยที่มีความแข็งแกร่ง และความโดดเด่นในภูมิภาค ทั้งนี้การต่อยอดจากรากฐานดังกล่าวร่วมกัน และการพัฒนาและบูรณาการขีดความสามารถที่มีอยู่ให้ต่อเนื่อง จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถตอบสนองต่อความต้องการในอนาคตได้อย่างมีความยืดหยุ่นและยั่งยืน” คุณเฟรดริกกล่าวเสริม

ในวันที่โดรนมีวิวัฒนาการไปไกล การมีสถาปัตยกรรมการป้องกันแบบหลายชั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่คือเกราะคุ้มกันที่จำเป็นเพื่อให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของไทยก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยั่งยืน








