เขย่าวงการเทคโลก! LineShine ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ จีน ทลายกำแพง 2 Exaflops เครื่องแรกในประวัติศาสตร์ ใช้ชิป Huawei 13.79 ล้านคอร์
หลังจากที่สถาบันวิจัยของจีนหายหน้าไปจากการจัดอันดับมหาอำนาจคอมพิวเตอร์โลกตั้งแต่ปี 2023 เนื่องจากสงครามการค้าและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน ล่าสุดแดนมังกรกลับมาแก้แค้นอย่างสมศักดิ์ศรีด้วยการเปิดตัว LineShine ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จีน เครื่องใหม่ล่าสุดที่ผงาดขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกในการจัดอันดับ TOP500 ประจำปี 2026
โดยในงาน ISC 2026 เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี LineShine ได้โค่นแชมป์เก่าอย่าง El Capitan ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ของสหรัฐฯ ลงได้อย่างราบคาบ และที่น่าทึ่งที่สุดคือ มันขับเคลื่อนด้วย ชิป Huawei โดยเป็นระบบที่ใช้ CPU ล้วน ๆ ไม่มีการใช้ GPU ช่วยเร่งความเร็วเลยแม้แต่ตัวเดียว
LineShine ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จีน ที่พึ่งพาตัวเอง 100%
LineShine ทำความเร็วในแบบทดสอบ Linpack ได้สูงถึง 2.198 Exaflops โดยคิดเป็น 80% ของความเร็วสูงสุดตามทฤษฎีที่ 2.736 Exaflops ทำให้มันกลายเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ทลายกำแพง 2 Exaflops ในการประมวลผลทศนิยมความละเอียดสองเท่าได้สำเร็จ
ตัวเครื่องติดตั้งอยู่ที่ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติในเมืองเซินเจิ้น ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม LingKun และหัวใจหลักคือชิปประมวลผลรหัส LX2 สถาปัตยกรรม Armv9 ที่ออกแบบโดย Huawei ภายในชิปแต่ละตัวจะรวมเอา Compute Dies 2 ตัว (รวม 304 คอร์) และหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง ขนาด 32 GB เข้าไว้ด้วยกัน
เมื่อนับรวมทั้งระบบ LineShine จะมีแกนประมวลผลมากถึง 13.79 ล้านคอร์ เชื่อมต่อด้วยเครือข่ายความเร็วสูง LingQi และรันบนระบบปฏิบัติการ Kylin OS ของจีนเอง เรียกว่าเป็นโปรเจกต์ Made in China เกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงสถาปัตยกรรมชุดคำสั่ง Arm ที่เป็นของอังกฤษเท่านั้น การคว้าแชมป์โลกครั้งนี้ทำเอาสหรัฐฯ จุกไม่น้อย เพราะส่งผลให้แชมป์เก่าอย่าง El Capitan ตกไปอยู่อันดับ 2 ทันที
ปัจจุบันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ Top 5 ของโลก ตกเป็นของสหรัฐฯ ไปแล้ว 3 เครื่อง (El Capitan, Frontier, Aurora) และเยอรมนีอีก 1 เครื่อง แต่ทั้งหมดล้วนพึ่งพาการผสมผสานระหว่าง CPU และ GPU แทบทั้งสิ้น มีเพียง LineShine เท่านั้นที่แหวกแนวด้วย CPU ล้วน
ความสำเร็จของ LineShine คือการส่งสัญญาณเตือนที่ทรงพลังไปยังสหรัฐฯ และยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ว่า มาตรการแบนชิป AI และ GPU ระดับสูงนั้นไม่ได้ผลอย่างที่คิด เพราะเมื่อโดนบีบ จีนก็พร้อมหันมาเค้นพลังจาก CPU และสถาปัตยกรรมที่พัฒนาเองจนแซงหน้าโลกตะวันตกได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม แม้ LineShine จะชนะในผลทดสอบทางคณิตศาสตร์ขนาดยักษ์ แต่ในโลกการทำงานจริง โดยเฉพาะการฝึกฝนโมเดล AI และ Large Language Model (LLM) ในปัจจุบันที่ซอฟต์แวร์และ Ecosystem ส่วนใหญ่ถูกเขียนมาเพื่อสถาปัตยกรรม GPU ของ Nvidia เป็นหลัก
การใช้ CPU ล้วนของ Huawei จะสามารถรันงาน AI ได้คุ้มค่าพลังงานและมีประสิทธิภาพหน้างานจริงแค่ไหน? เรื่องนี้ยังไม่มีผลการใช้งานจริงออกมายืนยัน แต่มุมที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ สงครามเทคโนโลยีครั้งนี้บีบให้จีนโตเร็วและแกร่งขึ้นจนน่ากลัว และนี่คือสิ่งที่วงการเทคโลกต้องจับตาแบบห้ามกระพริบตาเลยทีเดียวครับ
ที่มา








