เทหมดตัก เกาหลีใต้ทุ่ม 30 ล้านล้าน เดิมพันตั้ง โรงงานผลิตชิป AI

โรงงานผลิตชิป AI

เกาหลีใต้กำลังเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี ด้วยการประกาศระดมทุนมูลค่ามหาศาลราว 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์

โดยรัฐบาลได้จับมือกับสองยักษ์ใหญ่ผู้ผลิต เซมิคอนดักเตอร์ ระดับโลกอย่าง ซัมซุง และ เอสเค ไฮนิกซ์ เพื่อเร่งผลิต ชิป AI และสร้าง ศูนย์ข้อมูล ขนาดใหญ่ โดยประธานาธิบดี ลีถึงกับลั่นวาจาว่า ความเร็วคือทางเดียวที่จะรอด ในสมรภูมิเทคโนโลยีนี้

เม็ดเงินเกือบ 30 ล้านล้านบาทนี้ (ซึ่งคิดเป็น 5% ของ GDP ประเทศ) จะถูกแบ่งไปสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยเน้นไปที่ชิปความจำแบนด์วิดท์สูง ที่จำเป็นมากสำหรับระบบคำนวณขั้นสูง

นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่อย่าง Naver ยังร่วมลงขันพัฒนา ศูนย์ข้อมูล ให้มีกำลังไฟสูงถึง 8.4 กิกะวัตต์ภายในปี 2029 เพื่อให้เกาหลีใต้รองรับการประมวลผล AI ได้เองในประเทศโดยไม่ต้องง้อต่างชาติ และซัมซุงยังมีแผนจะส่ง หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เข้าไปทำงานในสายการผลิตที่เมืองกูมิเพื่อเปลี่ยนโรงงานให้เป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมดอีกด้วย

มองมุมหนึ่ง นี่คือวิสัยทัศน์ที่ฉลาดมากของเกาหลีใต้ที่เลือกเดิมพันกับ ฮาร์ดแวร์ แทนที่จะไปแข่งพัฒนาซอฟต์แวร์หรือโมเดลภาษา (LLM) ชนกับสหรัฐฯ เพราะไม่ว่าซอฟต์แวร์ AI ของใครจะชนะ ทุกคนก็ต้องกลับมาง้อชิปหน่วยความจำของอยู่ดี

แต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามและต้องจับตาดูแบบตาไม่กระพริบคือ ความเสี่ยงจากภาวะฟองสบู่ AI เพราะตอนนี้บิ๊กเทคทั่วโลกกำลังเผาเงิน จนเริ่มมีเสียงเตือนแล้วว่าผลตอบแทนกลับมายังไม่คุ้มทุน หากวันดีคืนดีความต้องการ AI ชะลอตัวลง หรือตลาดเกิดภาวะชะงักงัน เม็ดเงิน 30 ล้านล้านบาทที่เกาหลีใต้ถมลงไปในโรงงานและศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ อาจกลายเป็นภาระหนี้สินก้อนโตที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจของประเทศแทน

และอีกเรื่องคือการกระจายโรงงานออกไปนอกกรุงโซลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จะดึงดูดแรงงานระดับท็อปให้อยากย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดได้จริงไหม? งานนี้ถ้าเกาหลีใต้ทำสำเร็จ พวกเขาจะคุมต้นน้ำของ AI โลก แต่ถ้าพลาด… นี่อาจเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีเช่นกัน

ที่มา

rfi