ซัมซุงขึ้นแท่น แผนกผลิตชิป AI คว้ากำไรเพิ่ม 19 เท่า

[แซงหน้ายักษ์ใหญ่] การเพิ่มขึ้นของราคาชิปหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ส่งผลให้ Samsung ขึ้นเป็นบริษัทที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลกไปแล้ว (ในช่วงเวลาดังกล่าว) โดยมีกำไรจากการดำเนินงานในปี 2026 พุ่งขึ้นถึง 19 เท่า นับตั้งแต่เริ่มธุรกิจชิปเมื่อ 40 ปีก่อน

เหนือคาดการณ์กันเลยกับ Samsung หลังประกาศผลกำไรชวนตะลึง พบมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดยอยู่ที่ประมาณ 84.6 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 5.51 หมื่นล้านดอลลาร์ ประกาศโดย Kim Yong-Kwan ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหารของแผนก Device Solutions (DS) ที่ผลิตส่วนประกอบเทคโนโลยีขั้นสูง หรือกลุ่มธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของบริษัท ทั้งชิปประมวลผล Exynos ชิปเซ็นเซอร์ภาพ ISOCELL กับชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND Flash

มีรายงานยังเผยอีกว่า Samsung คว้ากำไรกว่า 3.51 หมื่นล้านดอลลาร์ จากแผนก DS จนบริษัทมีมูลค่ารวมแล้วมากถึง 5.85 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการประกาศผลประกอบการเบื้องต้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม แซงหน้ากำไรจากการดำเนินงานไตรมาสล่าสุดของ Nvidia ที่ 5.35 หมื่นล้านดอลลาร์ ไปแล้ว

“กำไรของปีนี้ปีเดียว ก็เกินกว่ากำไรสะสมตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมากันเลย นับตั้งแต่เราเข้าสู่ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์” Kim Yong-Kwan ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหารของแผนก DS ของ Samsung กล่าว อนึ่งยังกล่าวย้ำด้วยว่า “กำไรนี้มาจากธุรกิจชิปเท่านั้น ไม่ใช่ภาพรวมของเครือบริษัททั้งหมด”

ถือเป็นแรงหนุนจากกระแส AI ที่มีความต้องการชิปหน่วยความจำอย่างมากในปัจจุบัน ดันให้ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสำหรับ DRAM และ NAND สูงกว่า 40% – 50% ในช่วงครึ่งปีแรกกันเลย ดูได้จากราคาโมดูลแรม LPDDR5X ขนาด 12 GB ก็มีราคาพุ่งสูงถึงประมาณ 145 ดอลลาร์ หรือเกือบ 5 พันบาท

ท้ายนี้ทาง Samsung มีการเตือนด้วยว่า “เตรียมรับมือกับอุปทานหรือปริมาณสินค้าที่จะตึงตัวอย่างน้อยจนถึงปี 2027 ด้วย”

ที่มา : TomsHardware