ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลหมุนไวเกินกว่าจะรอให้เรียนจบ ทักษะ AI Prompt Engineering ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่เด็กยุคนี้ต้องใช้ให้เป็น ล่าสุดเราได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในวงการศึกษาไทย เมื่อเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา (ปวช.) จำนวน 299 คน จาก 106 ทีม 99 โรงเรียนทั่วประเทศ มารวมตัวกันเพื่อประลองไอเดียในเวที “SPU AI Prompt Mini Hackathon 2026 : PromptVerse – Code the Future” ครั้งที่ 4
งานนี้จัดขึ้น ณ ห้องบัวหลวงแกรนด์รูม ชั้น 5 อาคาร ดร.สุข พุคยาภรณ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นผู้สร้างพื้นที่การเรียนรู้นี้ขึ้นมา เพื่อเปลี่ยนจากบทเรียนในตำรา ให้กลายเป็นการลงมือแก้โจทย์จากสถานการณ์จริง
เบื้องหลังความเข้มข้น 2 ชั่วโมงกับการขยับขีดจำกัดด้าน AI
ความน่าสนใจของ Hackathon ครั้งนี้ คือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบ Community-driven หรือการเรียนรู้แบบพี่ช่วยน้อง โดยมีทีมนักศึกษา TA จาก “SPU AI Spark Club” เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ก่อนเริ่มการแข่งขัน เยาวชนทุกคนได้รับการบ่มเพาะความรู้และเครื่องมือ AI เบื้องต้นจาก 3 ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์และทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตัดสิน ได้แก่:
-
คุณอานนท์ แซ่อึ่ง ผู้ช่วยนักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช.
-
คุณศุภโชค บัวรักษ์ นักวิจัยหลังปริญญาเอก สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
คุณธิรวริทธิ์ ปิติพิพัฒน์ AI Model Engineer บริษัท สกายเอไอ จำกัด (SKYAI)
ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงเต็มของการแข่งขัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทุกทีมต้องดึงทักษะการคิดวิเคราะห์ การเขียน Prompt การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีมออกมาใช้อย่างขีดสุด เพื่อพิสูจน์ว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่พวกเขาสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ได้ทันที
มุมมองจากผู้บริหาร ทำไมต้องเป็น “PromptVerse”?

ผศ.ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสำคัญของทักษะนี้ไว้ว่า: “AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นทักษะสำคัญของโลกปัจจุบันที่เยาวชนต้องเข้าใจและใช้ให้เป็น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการรู้จักเทคโนโลยี แต่ต้องใช้เทคโนโลยีให้เกิดคุณค่า เวทีนี้จึงเป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง กล้าคิด กล้าทดลอง และเห็นว่า AI สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์อนาคตได้จริง”

ขณะที่ ผศ.ดร.ปราลี มณีรัตน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวเสริมถึงเป้าหมายที่แท้จริงของงานว่า: “SPU AI Prompt Mini Hackathon 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขันเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่ทำให้เยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์จริง เข้าใจการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ ฝึกการคิดเป็นระบบ และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ภายใต้แนวคิด ‘Code the Future’ ซึ่งสะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ที่สามารถมีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อสังคม”
การเปิดงานในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณอดิศร นิลวิสุทธิ์ นายกสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ และ คุณสิริกร ประทุม ผู้อำนวยการสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย มาร่วมงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคการศึกษาและเครือข่ายวิชาชีพด้านเทคโนโลยีในการร่วมกันพัฒนาคนรุ่นใหม่
โฉมหน้าผู้ชนะ: ทำเนียบทีมเยาวชนสุดเจ๋งบนเวที PromptVerse ครั้งที่ 4

จากการเคี่ยวกรำไอเดียอย่างหนัก นี่คือรายชื่อทีมเยาวชนที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการแข่งขันครั้งนี้ โดยมีเงินรางวัลรวมกว่า 30,000 บาท เป็นแรงผลักดัน
สำหรับผลการแข่งขัน “SPU AI Prompt Mini Hackathon 2026 : PromptVerse – Code the Future” ครั้งที่ 4 มีดังนี้
- รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม “Autism” โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต รับเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม “Software Warriors” โรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา รับเงินรางวัลมูลค่า 8,000 บาท
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม “PS” โรงเรียนโพธิสารพิทยากร รับเงินรางวัลมูลค่า 6,000 บาท
- รางวัลชมเชย ได้แก่ ทีม “ชื่อทีม” โรงเรียนสรรพวิทยาคม รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท
- รางวัลชมเชย ได้แก่ ทีม “ทีม Z” โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท
ก้าวต่อไปของ Future Skills” ในสังคมไทย
บทสรุปของการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ได้จบลงเพียงแค่การได้รายชื่อผู้ชนะ แต่เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของแนวคิด “เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง” ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่พยายามผลักดันระบบนิเวศการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Action Learning) การบ่มเพาะทักษะด้าน AI การคิดเชิงวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาร่วมกันในกลุ่มเยาวชน จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กำลังคนรุ่นใหม่ สามารถขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน
ที่มา
จดหมายข่าว SPU








