ความจริงด้านมืดเมื่อเบื้องหลัง ศูนย์ข้อมูล AI กำลังผลักดันการเผาไหม้พลังงานฟอสซิลพุ่งสูง ชะลอแผนพลังงานสะอาด และทิ้งมลพิษไว้ให้โลกชดใช้
ในขณะที่ทุกคนตื่นตาตื่นใจกับความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของปัญญาประดิษฐ์ มีความจริงด้านมืดข้อหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ นั่นคือเบื้องหลังการประมวลผลอันทรงพลังของ ศูนย์ข้อมูล AI กำลังกระตุ้นการเผาไหม้พลังงานฟอสซิลระลอกใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา
ซึ่งแต่เดิมแล้ว ประเทศนี้ก็ครองแชมป์การใช้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเกือบ 1,000 แห่ง ซึ่งนับว่ามากกว่ากำลังการผลิตของ 9 ประเทศชั้นนำอันดับถัดไปรวมกันเสียอีก ยิ่งเมื่อทิศทางการเมืองสหรัฐฯ หันกลับมาโอบรับเชื้อเพลิงคาร์บอนสูง โครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งจึงถูกชะลอ และเปิดทางให้โรงไฟฟ้าก๊าซและถ่านหินกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง
ข้อมูลวิเคราะห์ล่าสุดจากศูนย์วิจัยและนโยบายสิ่งแวดล้อมแห่งอเมริกา (Environment America Research and Policy Center) ระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า แผนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ จะผลักดันให้กำลังการผลิตของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 44% ภายใน 4 ปีข้างหน้า
นั่นหมายถึงกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเกือบ 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 เทียบกับฐานเดิมของประเทศที่มีอยู่ราว 41.8 กิกะวัตต์ ซึ่งตัวเลขที่วางแผนจะเพิ่มขึ้นนี้ มีขนาดใหญ่กว่ากำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของเกือบทุกรัฐในสหรัฐฯ รวมกัน ยกเว้นเพียงรัฐขนาดใหญ่ อาทิ เท็กซัส แคลิฟอร์เนีย และฟลอริดา เท่านั้น
ในทางกลับกัน แผนการพัฒนาพลังงานสะอาดยุคใหม่กลับถูกหั่นทิ้งอย่างไม่ใยดี โดยกำลังการผลิตของฟาร์มกังหันลมที่เคยอยู่ในแผนลดฮวบลงถึง 34% ซึ่ง Andre Delattre ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ The Public Interest Network ได้ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ความต้องการไฟฟ้ามหาศาลเพื่อป้อนระบบกำลังทำให้แผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของชาติพังทลาย อายุการใช้งานของโรงไฟฟ้าก๊าซเหล่านี้ยาวนานหลายสิบปี เท่ากับเรากำลังล็อกประเทศไว้กับฟอสซิลไปอีกชั่วอายุคน และประโยชน์ของเทคโนโลยีล้ำสมัยจะไม่มีความหมายอะไรเลย หากโลกต้องพังทลายลงระหว่างทาง”
สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พรมและน่ากังวลยิ่งกว่า คือรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้นับรวมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ติดตั้งพ่วงเข้ากับระบบของบริษัทเทคโนโลยีโดยตรง เช่น โรงกำเนิดไฟฟ้ากังหันก๊าซขนาด 1.2 กิกะวัตต์ของ Elon Musk ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ซึ่งกำลังปล่อยไอเสียรบกวนชุมชนท้องถิ่นอยู่ในขณะนี้
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เราอาจมองว่า AI เป็นเพียงแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนที่ตอบคำถามได้ในพริบตา แต่ต้นทุนที่แท้จริงของการสั่งพรอมต์แต่ละครั้งกำลังถูกผลักไปเป็นมลพิษทางอากาศ ค่าไฟฟ้าพื้นฐานที่อาจพุ่งสูงขึ้นตามความต้องการในระบบ และปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกที่แปรปรวนขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเมกะโปรเจกต์เหล่านี้ยังเลือกทางลัดด้วยการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลแทนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง
ที่มา : futurism








