AI ระบุพิกัดจากรูปภาพ แค่ภาพในห้องก็รู้บ้าน ตำรวจใช้สืบหรือล้ำเส้น

AI ระบุพิกัดจากรูปภาพ

ตำรวจสหรัฐฯ ใช้ AI ระบุพิกัดจากรูปภาพ แค่ภาพมุมห้องก็ชี้เป้าบ้านได้ เจาะลึกซอฟต์แวร์ Raven เมื่อความปลอดภัยกำลังคุกคามความเป็นส่วนตัว

ตอนนี้ มีข้อมูลว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศอย่าง กรมตำรวจลอสแอนเจลิส และสำนักงานนายอำเภอไมอามี-เดด ได้เริ่มใช้งานซอฟต์แวร์ Raven ที่เป็นเทคโนโลยี AI ระบุพิกัดจากรูปภาพ ซึ่งแม้แต่รูปเครื่องซักผ้ารูปเดียว ก็ทำให้ระช่วยระบุตำแหน่งบ้านได้

โดยเดิมที ระบบนี้คือ GeoSpy ปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกเทรนด้วยภาพถ่ายนับล้านภาพจากทั่วโลกเพื่อให้จดจำลักษณะทางภูมิศาสตร์ เช่น ภูมิสถาปัตย์ รูปแบบอาคาร ไปจนถึงสีและลักษณะของดิน แต่ในเวอร์ชันล่าสุด Raven ถูกอัปเกรดความสามารถให้ทะลวงลึกเข้าไปถึงภายในตัวอาคาร (นี่มันตาเทพชัดๆ)

หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นเพียงการค้นหาภาพย้อนกลับ ธรรมดาแบบเดียวกับ Google Images แต่ในความเป็นจริง ระบบ AI ระบุพิกัดจากรูปภาพ ของ Raven ทำงานซับซ้อนกว่านั้นมาก ซึ่งตำรวจเพียงแค่อัปโหลดภาพเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า ระบบก็สามารถจำกัดวงการค้นหาและชี้ตำแหน่งที่ตั้งในระดับภูมิภาคได้ทันที

หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องซักผ้าเพียงอย่างเดียว แต่ AI จะสแกนและตรวจจับรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะจุด เช่น รอยตำหนิบนผนัง ลวดลายของกระเบื้อง ปลั๊กไฟ มุมบัวเชิงผนัง หรือหน้าต่าง จากนั้นจะนำไปเทียบเคียงกับคลังภาพที่ถูกดูดข้อมูล มาจากแพลตฟอร์มบ้านเช่าและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังอย่าง Airbnb, Vrbo และ Zillow ซึ่งผลการทดสอบพบว่า ข้อความที่ AI สร้างขึ้นมาอธิบายตำแหน่งที่ตั้งนั้น คัดลอกมาจากคำบรรยายห้องพักบน Airbnb แบบคำต่อคำ

ในมุมของผู้พัฒนา อสังหาริมทรัพย์และบ้านพักรายวันมักตกเป็นแหล่งกบดานของขบวนการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การมีเครื่องมือที่เปลี่ยนภาพมุมห้องนิรนามให้กลายเป็นเบาะแสพิกัดจริง จึงเป็นเสมือนกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเหยื่อได้ทันท่วงที

แต่เรื่องนี้ก็เป็นดาบสองคม เมื่อเส้นแบ่งระหว่างความปลอดภัยกับการถูกคุกคามเริ่มเลือนราง โดยแม้ประโยชน์ในการปราบปรามอาชญากรรมจะฟังดูมีน้ำหนัก แต่ Raven กำลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักด้านจริยธรรม เริ่มตั้งแต่ทางฝั่งเจ้าของข้อมูลอย่าง Airbnb และ Zillow ที่ออกมาระบุชัดเจนว่า การดูดข้อมูลรูปภาพบนระบบไปใช้งานนั้นละเมิดข้อกำหนดการให้บริการ และทางแพลตฟอร์มกำลังตรวจสอบพร้อมพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย แน่นอนว่ามันจะทำให้ธุรกิจปล่อยเช่าบ้าน รู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ประวัติการใช้งานในอดีตย้อนกลับไปตอนที่เครื่องมือนี้ยังเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งานภายใต้ชื่อ GeoSpy มีผู้ใช้งานบางกลุ่มเข้าไปขอความช่วยเหลือในคอมมูนิตี้ Discord ของบริษัทเพื่อขอให้ช่วยแกะรอยตามสืบพิกัดของผู้หญิงจากรูปถ่าย จนผู้พัฒนาต้องสั่งปิดการเข้าถึงแบบสาธารณะและจำกัดไว้ให้เฉพาะหน่วยงานรัฐและองค์กรธุรกิจเท่านั้น

กรณีนี้สะท้อนปัญหาเดียวกับเทคโนโลยีสอดแนมอย่าง Flock ที่ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถด้วย AI ซึ่งในอดีต ก็เคยมีกรณีอื้อฉาวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำระบบดังกล่าวไปใช้ส่องและสะกดรอยตามบุคคลเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

ในเชิงวิเคราะห์ เทคโนโลยีนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยโดยตรงถึงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกคน ในยุคที่ Digital Footprint ของเรา ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ข้อมูลส่วนตัว แต่ยังรวมถึงภาพถ่ายบ้านเช่า ห้องพัก โรงแรม หรือแม้แต่ภาพมุมห้องที่เราถ่ายติดของใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

ความเป็นส่วนตัว กำลังถูกทำลายลงอย่างง่ายดายด้วยพลังการคำนวณของ AI คำถามสำคัญที่สังคมต้องร่วมกันจับตาจึงไม่ใช่แค่ AI เก่งขึ้นแค่ไหน แต่คือเรามีกลไกตรวจสอบอำนาจของผู้ถือเครื่องมือนี้รัดกุมพอหรือยัง ก่อนที่ความปลอดภัยของสาธารณะจะกลายเป็นการสูญเสียพื้นที่ส่วนตัวอย่างถาวร

ที่มา : techspot