แว่น AI ติดกล้อง เปิดตัว Ray-Ban Meta ค้นหารองรับภาษาไทย

[ตาที่สาม] ปกติเวลาจะให้ AI ช่วยค้นหาข้อมูลตรงหน้า ก็คงต้องใช้กล้องมือถือช่วยถ่ายภาพที่เห็น แต่บางทีอาจไม่ทันใจ กว่าจะสแกนนิ้ว กว่าจะเรียกใช้ AI และกว่าจะสั่งการอีก ซึ่งจะเป็นอย่างไรหากเราติด ‘ดวงตา’ ให้ AI มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามสายตามนุษย์ได้แบบ Realtime เลย

วันนี้เราได้ลองสัมผัสแล้วกับ Ray-Ban Meta และ Oakley Meta แว่นตาติดกล้อง AI อัจฉริยะ ที่มาพร้อมทั้งแฟชั่นและเทคโนโลยีในตัวเดียว เป็นได้ทั้งแว่นตาดีไซน์หรูจากแบรนด์ดัง และผู้ช่วยอัจฉริยะจาก META AI ที่สามารถสอบถามข้อมูลตามสิ่งที่มองเห็นได้ทันที โดยผ่านผู้ช่วย AI ที่จะออกเสียง ‘พูคคุย’ กับผู้ใช้โดยตรง

การใช้งาน (ลดการหยิบมือถือ)

“นวัตกรรมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การบันทึกภาพและวิดีโอแบบแฮนด์ฟรี ไปจนถึงการติดตามประสิทธิภาพด้านกีฬาแบบเรียลไทม์ พร้อมตอบโจทย์ทั้งรูปแบบแว่นกันแดดและแว่นสายตา” คุณศุภชัย อาชีวระงับโรค ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท EssilorLuxottica ประเทศไทย จำกัด

สำหรับใครที่มีคำถามว่าตัวแว่นใช้งานยังไง ? และเพื่ออะไรนั้น ? ก็ต้องบอกก่อนเลยว่า ตัวแว่นจะเน้นการพูดคุยหรือใช้เสียงแทนการแสดงผล (จากผู้ช่วย Meta AI ที่สั่งงานด้วยเสียง) คือไม่ได้มีจอ Display เหมือนแว่น XR แต่จะใช้ลำโพงกับไมค์ที่ติดในขาแว่นทั้งสองฝั่ง เพื่อคงความเป็น “แว่นตา” อย่างถึงที่สุด

นอกจากลำโพงแล้ว ตัวแว่นยังมีกล้องให้ด้วย ที่จะใช้ถ่ายรูปก็ได้ แต่โดยรวมแล้วจะเน้นเป็นดวงตามสำหรับ AI มากกว่า หรือเรียกได้ว่าเป็น Visual AI ที่จะถาม-ตอบตามสิ่งที่มองเห็น (จากมุมมองสายตาของผู้ใช้เองเลย) จะถามหาวัตถุ สถานที่ หรือแปลภาษาผ่านโทรศัพท์ได้แบบ Real-time

ในส่วนการใช้งานอื่น ๆ ก็มีทั้งการฟังเพลง , ฟังพอดแคสต์ , รับสายโทรศัพท์ , อ่านและส่งข้อความ , ตั้งการแจ้งเตือน , เป็น GPS บอกทางผ่านเสียง และช่วยบันทึกภาพกับวิดีโอจากมุมมอง POV โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนเลยนั้นเอง

แต่ตัวสมาร์ทโฟนก็ต้องติดตั้งแอปฯ สำหรับใช้งานตัวแว่นด้วย เพื่อใช้ตั้งค่า หรือเป็นที่เก็บไฟล์ข้อมูลภาพจากกล้องของแว่นตา อนึ่ง ตัว OAKLEY META สามารถใช้ร่วมกับสมาร์ทวอทช์ได้ด้วยนะ ใช้สั่งการวัดผลขณะวิ่งหรือการออกกำลังกายต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องแตะสมาร์ทวอทช์

ท้ายนี้ตัวแว่น จะรองรับการพูดคุยผ่าน ‘ภาษาไทย’ในเร็ว ๆ นี้ด้วย

RAY-BAN META (GEN 3) ไอคอนระดับตำนาน

หลังได้เห็นการใช้งานแล้ว ต่อไปลองมาดูรายละเอียดตัว Ray-Ban Meta กับ Oakley Meta ที่มีให้เลือกหลากรุ่น ประเดิมด้วย Ray-Ban Meta เจน 3 เป็นซีรีส์ที่ผสานดีไซน์เอกลักษณ์ของ Ray-Ban เข้ากับเทคโนโลยี AI โดยในประเทศไทยก็มีให้เลือกด้วยกัน 3 ดีไซน์หลัก ได้แก่ Wayfarer กรอบแว่นดีไซน์ดั้งเดิม กับ Aviator กรอบทรงนักบินระดับตำนาน และ Zena กรอบแว่นทรงแคตอายที่โดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิต

สเปก RAY-BAN META (GEN 3)

– กล้องบันทึกภาพ/วิดีโอ : ความละเอียดคมชัดสูงระดับ 3K Ultra HD
– ไมโครโฟน : ชุดไมโครโฟน 6 ตัวรุ่นใหม่ เก็บเสียงได้คมชัดยิ่งขึ้น
– ระบบเสียง : ลำโพงแบบเปิดหู (Open-ear) มอบประสบการณ์เสียงเสมือนจริง
– ปุ่มควบคุม : Action Button กำหนดฟังก์ชันลัดเข้าถึง Meta AI ได้ทันที
– แบตเตอรี่ : ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานสูงสุด 9 ชั่วโมงการสวมใส่: ปลายขาแว่นปรับยืดหยุ่นได้ เพื่อความสบายและพอดีกับรูปหน้า

RAY-BAN META OPTICS เติมเต็มทุกค่าสายตา

สำหรับใครที่อยากได้เป็นแว่นสายตาด้วย ก็มีซีรีส์ Meta Optics นำโดยรุ่น Blayzer Optics (Gen 2) (ซึ่งได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลกอย่าง Jennie สวมใส่ในคอลเล็กชั่น) และรุ่น Scriber Optics (Gen 2) พร้อมรองรับตัวเลือกเลนส์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เลนส์ใส , เลนส์กันแดด, เลนส์ Transitions ที่เปลี่ยนสีตามสภาพแสงอย่างราบรื่น , เลนส์โพลาไรซ์ , เลนส์กรองแสงสีฟ้า รวมถึง เลนส์สายตา ตามค่าสายตาของผู้ใช้งาน

OAKLEY META เอาใจสายสปอร์ต

ปิดท้ายด้วยตัวฝั่งสปอร์ต ที่ Meta จับมือกับ Oakley เปิดตัวแว่นตา AI ในกลุ่ม Performance AI และ Athletic Intelligence โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับใครที่ใส่ไปวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬา Extreme ที่แว่นต้องไม่หลุดหายง่าย ๆ นั้นเอง

ส่วนตัว OAKLEY META ก็มีแบ่งเป็น 2 รุ่นและมีสเปกการใช้งานต่างกันตามนี้

Oakley Meta HSTN

– กล้องบันทึกภาพ/วิดีโอ : ความละเอียด 3K Ultra HD ในตัว บันทึกมุมมองแฮนด์ฟรี.
– ระบบเสียง : ลำโพงแบบเปิดหู (Open-ear) ประสิทธิภาพสูง ผสานเข้ากับกรอบแว่นได้อย่างลงตัว
– ความทนทาน : มาตรฐานกันน้ำระดับ IPX4 พร้อมรับมือกับกิจกรรมกลางแจ้ง.
– เทคโนโลยีเลนส์ : เลนส์ Oakley PRIZM™ เสริมความชัดเจนและความแตกต่างของสีแสงในทุกสภาพอากาศ
– ตัวอย่างรุ่นโดดเด่น : Oakley Meta HSTN (Gen 2) กรอบสีดำ มาพร้อมเลนส์ Transitions สี Amethyst

Oakley Meta Vanguard

– ออกแบบเฉพาะเพื่อกีฬา : Kylian Mbappé สวมใส่รุ่น Vanguard (Gen 2) ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมความเร็วสูง เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือการฝึกซ้อม
– กล้อง Ultra-Wide : ความละเอียด 12MP ให้มุมมองกว้างถึง 122°.
– ระบบกันเสียงรบกวน : เทคโนโลยีลดเสียงลมขั้นสูง (Advanced wind noise reduction)
– การสวมใส่ที่มั่นคง : ระบบ Three-Point Fit พร้อมแป้นรองจมูกเปลี่ยนได้ 3 ขนาด รองรับทั้งสันจมูกต่ำและสูง สวมใส่สบาย สวมร่วมกับหมวกกันน็อกจักรยานได้.
– ความทนทานสูง : มาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP67
– Fitness Integration : รองรับการเชื่อมต่อกับแอปฯ อย่าง Strava และ Garmin เพื่อติดตามประสิทธิภาพการออกกำลังกายแบบ Realtime

สรุปราคาและช่องทางการซื้อในไทย

ตัวแว่นตา AI ทั้งสองแบรนด์ จะเริ่มวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป โดยมีราคาเริ่มต้นตามนี้

– Oakley Meta HSTN ราคา 16,290 บาท
– Ray-Ban Meta (Gen 3) ราคา 16,690 บาท
– Ray-Ban Meta Optics (Gen 2) ราคา 17,490 บาท
– Oakley Meta Vanguard ราคา 20,390 บาท

ร้านจำหน่าย

– ตัวแทนจำหน่าย Ray-Ban และ Sunglass Hut ทั่วประเทศ
– ร้านค้า Oakley และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
– Oakley CentralWorld : ชั้น 3 โซน Eden (ห้อง E307)
– Oakley ICONSIAM : ชั้น 2
– Oakley Siam Paragon : ชั้น 2