ข้อมูลหลุดเพียงชุดเดียว เสก สตาร์ตอัปไร้แล็บ กลายเป็นคู่แข่งระดับโลก

สตาร์ตอัปไร้แล็บ

เจาะเบื้องหลัง CXMT สตาร์ตอัปไร้แล็บ สู่คู่แข่งระดับโลก หลังได้ สูตรผลิตชิป Samsung 18nm ทลายกำแพง R&D พันล้านดอลลาร์ในพริบตา

ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การพัฒนาชิปหน่วยความจำสักหนึ่งรุ่นขึ้นมาจากศูนย์ เปรียบเสมือนการเดินลุยไฟที่ต้องแลกด้วยเวลาหลายปีและงบประมาณระดับพันล้านดอลลาร์

แต่กรณีล่าสุดของ CXMT (ChangXin Memory Technologies) ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ที่สุดของจีน ได้พิสูจน์ให้เห็นความจริงอันน่ากลัวของโลกเทคโนโลยีว่า หากข้อมูลหัวใจสำคัญหลุดรอดออกไปเพียงนิดเดียว ใครก็สามารถลัดขั้นตอนทั้งหมดเพื่อขึ้นมาเป็นคู่แข่งเบอร์ใหญ่ได้ในชั่วข้ามคืน

ต้นตอของข้อมูลนี้มาจาก Samsung Electronics ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งแห่งวงการชิปสัญชาติเกาหลีใต้ โดยมีกระบวนการรั่วไหลผ่าน ช่องโหว่ทางบุคลากร คือ

การดึงตัวบุคลากรวงใน โดยสตาร์ตอัปจากจีนใช้วิธีกว้านซื้อตัวอดีตวิศวกรและพนักงานระดับซีเนียร์ของ Samsung โดยมีคีย์แมนสำคัญคือนายชอน (Jeon) วิศวกรผู้คร่ำหวอดใน Samsung มานานเกือบ 30 ปี ก่อนจะย้ายค่ายไปในปี 2016 พร้อมกับทีมงานอีกเกือบสิบคน

เอกสารชิ้นสำคัญ คือ Process Recipe Plan เป็นสิ่งที่ถูกขโมยออกไปไม่ใช่แค่ไอเดียคร่าวๆ แต่คือพิมพ์เขียวการผลิตความลับขั้นสูงสุด มันคือเอกสารที่ระบุขั้นตอนการผลิตชิป 18 นาโนเมตรอย่างละเอียดกว่า 600 ขั้นตอน โดยบอกหมดตั้งแต่ค่าอุณหภูมิ แรงดันเครื่องจักร ไปจนถึงลำดับการทำงานในโรงงาน

5 ปี และ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คือสิ่งที่ Samsung ทุ่มเทเพื่อลองผิดลองถูกจนได้สูตรการผลิตนี้มา แต่ฝั่งคู่แข่งได้ทุกอย่างไปโดยไม่ต้องเดาหรือทดลองเองแม้แต่วันเดียว

คำให้การในชั้นศาลของเกาหลีใต้เผยความจริงที่น่าตกใจว่า ในช่วงเริ่มต้น CXMT ไม่มีแม้กระทั่งห้องปฏิบัติการขั้นพื้นฐาน และไม่เคยมีแผนที่จะทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่พวกเขาทำมีเพียงแค่นำสูตรลับที่ได้มา ไปป้อนเข้าสู่สายการผลิตจริง โดย สามารถข้ามเวลา R&D หลายปี จากศูนย์สู่การผลิตชิปขั้นสูง (Mass Production) ได้สำเร็จภายในปี 2023 และตอนนี้ กำลังการผลิตแบบก้าวกระโดด โดยไต่ระดับจาก 40,000 แผ่นเวเฟอร์ พุ่งทะยานสู่ 720,000 แผ่นเวเฟอร์ ภายในไม่กี่ปี

ปัจจุบัน CXMT กลายเป็นผู้ผลิต DRAM อันดับ 1 ของจีน และกำลังเร่งสปีดจี้ติดยักษ์ใหญ่อย่าง Micron เข้าไปทุกขณะ ซึ่งตอนนี้ กลายเป็นบทเรียนราคาแพงของสงครามเซมิคอนดักเตอร์ และคดีนี้จบลงด้วยการที่ศาลเกาหลีใต้ตัดสินจำคุกนายชอนเป็นเวลา 7 ปี พร้อมสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องอีก 10 รายในข้อหาทรยศต่อเทคโนโลยีที่ได้รับการคุ้มครองระดับชาติ

ทว่าในโลกธุรกิจ ความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว ข้อมูลชุดเดียวที่หลุดออกไป ไม่เพียงแต่ประหยัดเวลาและเงินทุนมหาศาลให้กับผู้เล่นหน้าใหม่ แต่ยังทลายกำแพงทางเทคโนโลยี ที่ผู้นำตลาดสร้างมานานหลายทศวรรษลงอย่างง่ายดาย สะท้อนให้เห็นว่าในสงครามเทคโนโลยีขั้นสูง สิ่งที่อันตรายที่สุดอาจไม่ใช่คู่แข่งที่มีเงินหนากว่า แต่เป็นข้อมูลพิมพ์เขียวเพียงแผ่นเดียวที่ตกไปอยู่ในมือคนอื่น….

ที่มา : techspot

ติดตามข่าวอื่น ๆ ได้ที่ Techhub