ในแต่ละวัน รังสีแพทย์ต้องใช้เวลาวินิจฉัยความผิดปกติ จากภาพถ่ายเอ็กเรย์นับพัน แต่ที่ศิริราชเริ่มใช้ AI ฝีมือคนไทยเข้ามาช่วยวิเคราะห์ฟิล์มเอ็กเรย์ ได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว
HealthTech insight พาไปดูเทคโนโลยีการแพทย์สุดล้ำ AI ที่เข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่าย และได้ลัพธ์ที่ได้ไม่แพ้ AI ที่มาจากต่างประเทศ
: ความหวังใหม่วงการแพทย์
เทคโนโลยี AI กลายเป็นความหวังใหม่ของวงการแพทย์ ทันทีที่มันสามารถแยกแยะความผิดปกติบนภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์นับพัน ได้อย่างรวดเร็ว กลายเป้นผู้ช่วยแพทย์ในการคัดกรองและวินิจฉัยโรคได้อย่างน่าสนใจ
รศ.นพ. ตรงธรรม ทองดี หัวหน้าภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนหน้าว่า AI ทางการแพทย์ ในยุคเริ่มต้นเป็นเทคโนโลยีที่มาจากต่างประเทศที่ช่วยลดความผิดพลาดของแพทย์ สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้การรักษาดีขึ้น แต่ยังติดปัญหาเรื่องการยอมรับจากรังสีแพทย์
แต่หลังจากถูกใช้งานมาเป็นเวลากว่า 5 ปี AI ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า AI ไม่ได้เข้ามาแย่งงานเจ้าหน้าที่รังสีแพทย์ แต่สามารถทำงานได้แบบไม่เมื่อยล้า และช่วยเตือนในจุดที่คนอาจจะมองข้าม ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
“การที่เราสามารถพัฒนา AI ทางการแพทย์ได้ด้วยฝีมือคนไทย ที่มีความเทียบเคียงและเท่าเทียมกับเทคโนโลยีของต่างประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งความหวังของการรักษาที่จะช่วยประหยัดงบประมาณไปได้มาก โดยเฉพาะโรคปอดที่เป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ของคนไทย”

เช่นเดียวกับโรคมะเร็งเต้านม ที่ AI กำลังเข้ามาช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์หน้าอก เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น ช่วยทคัดกรองกลุ่มเสี่ยงได้เร็ว และง่าย เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด
ศ.พญ. พรพิมพ์ กอแพร่พงศ์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บอกว่า ศิริราชเป็นโรงเรียนแพทย์ที่เก็บข้อมูล (Data) อย่างเป็นระบบ อยู่แล้ว แต่การใช้ AI เข้ามาช่วยประมวลผล จำเป็นต้องมีแนวทาง (Guideline) ให้เข้าใจถึงวิธีใช้งานและข้อจำกัด เพื่อให้รู้เท่าทันเทคโนโลยี (AI literacy)
“การแพทย์ในอนาคตไม่ได้เปลี่ยนวิธีการรักษา แต่แค่ให้ตรวจวินิจฉัยได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ทำได้ไม่เกิน 20 รายต่อวัน แต่ถ้าเรามี AI เข้ามาช่วยคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้ โอกาสในการรักษาก็จะเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยค้นหามะเร็งเต้านมในกลุ่มคนที่ยังไม่เคยเกิด ซึ่งถ้าทำได้ถึงระดับนั้นก็จะมีประโยชน์อย่างมาก”

: เบื้องหลัง AI ฝีมือคนไทย
ทีมนักพัฒนาจาก Perceptra สตาร์ทอัพเฮทธ์เทคแถวหน้าของไทย ได้ใช้เวลาเรียนรู้ ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการวิเคราะห์ ที่น่าเชื่อถือ
สุพิชญา พู่พิสุทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด ผู้พัฒนา AI ช่วยวินิจฉัยโรค บอกว่า ข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์ของคนไทยจากทั่วประเทศ ถูกรวบรวมใช้ฝีก AI ให้แยกความผิดปกติได้ แม้ในจุดเล็กๆ ที่คนอาจมองข้าม
จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสาธารณสุขไทยที่ยังมีข้อจำกัด ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุกำลังเพิ่มสูงขึ้น การพัฒนาเกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายที่ต้องใช้ทั้งความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ข้อมูลที่ออกมาต้องแม่นยำ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตคนที่ผิดพลาดไม่ได้

“เราต้องใช้ข้อมูลที่มหาศาล เพื่อให้ได้เทคโนโลยี AI ที่ความแม่นยำ โดยทดสอบใช้งานจริงร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช ที่มีมาตรฐานที่ค่อนข้างสูง รวมถึงทดลองใช้ในโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อวิเคราะห์ผลจนเป็นที่ยอมรับ และเกิดการใช้งานจริงในที่สุด” สุพิชญา กล่าว
ตอนนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง ทั้งความเชี่ยวชาญ และเครื่องไม้เครื่องมือที่มีความพร้อม ก้าวต่อไปคือการนำเทคโนโลยี AI เขามาช่วยเสริม
“เมื่อไหร่ก็ตามที่มาใช้ AI ตัวนี้เข้าไปดูภาพเอ็กซเรย์ของคนไทยทั้งประเทศได้ เราจะมีข้อมูลชุดใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่การรักษา แต่สามารถวิเคราะห์ได้ในระดับพื้นที่ที่เกิดโรค เช่น ผู้ป่วยวัณโรค เพื่อหามาตรการป้องกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า” รศ.นพ. ตรงธรรม กล่าวเสริมว่า
มาร่วมหาคำตอบว่า เทคโนโลยีจะช่วยเปลี่ยนอนาคตการดูแลสุขภาพไปได้อย่างไร ในซีรีส์ HealthTech Insight เทคโนโลยีการแพทย์สุดล้ำ ความหวังใหม่ของการรักษาโรค ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ Techhub









