ตกเป็นเป้า แฮกเกอร์ใช้กล้องวงจรปิด ช่วยสอดแนมในสนามรบ

[สายลับใกล้ตัว] ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบัน เราได้พบความเป็นจริงอันน่าตกใจของสงครามยุคใหม่หลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนโดรนพลเรือนเป็นอาวุธ การสร้างข่าวปลอม การกดดันทางเศรษฐกิจ และอีกสารพัดวิธีที่คาดไม่ถึง..หรือไม่คิดว่าจะใช้

ล่าสุดพบอีกหนึ่งวิธีที่น่าตกใจ เมื่อกล้องวงจรปิดกลายเป็นเป้าหมายชั้นดี ที่เหล่าแฮ็กเกอร์จ้องเจาะระบบเพื่อดูความเคลื่อนไหวโดยตรง โดยมีตั้งแต่สงครามยูเครนจนถึงอิหร่านแล้ว มีความเป็นไปได้ไหมที่กล้องวงจรปิดที่เราเดินผ่านประจำ อาจมีทหารหรือหน่วยข่าวกรองต่างประเทศนั่งดูอยู่ก็เป็นได้

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ดาวเทียม โดรน และสายลับ ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการสอดแนมฝั่งตรงข้าม จนมาถึงยุคที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ๆ จุดนี้เองก็กลายเป็น ‘ดวงตา’ ใหม่ประจำภาคพื้นดินที่ทรงพลัง และดวงตานี้ก็อาจอยู่ในร่างของกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ในประเทศ ในจังหวัด เมือง บ้าน จนถึงห้องนอนเรา ที่ทุกตัวมีโอกาสถูกแฮกได้ หวังช่วยสอดแนมไปจนถึงชี้เป้าทิ้งระเบิด

มีข้อมูลจากทางสื่อ ArsTechnica ที่ได้กล่าวถึงความเป็นไปดังกล่าว โดยยกข้อมูลจากทาง Check Point บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จากเทลอาวีฟ เมืองหลวงอิสราเอล เผยพบความพยายามแฮกหลายร้อยครั้ง ที่พุ่งเป้าไปยังกล้องวงจรปิดของพลเรือนทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งหลายครั้งก็เกิดขึ้นพร้อมกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน โดยมุ่งเป้าทั้งในอิสราเอล กาตาร์ และไซปรัส

ทั้งนี้ทาง Check Point ระบุเลยว่าผู้ลงมือบางส่วน (หรืออาจส่วนใหญ่) เป็นถึงกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองของอิหร่าน เรียกได้เลยว่าเป็นงานแฮกระดับกองทัพ ที่มุ่งเป้าไปยังฝั่งพลเรือนเลยนั้นเอง หวังใช้กล้องวงจรปิดตามที่อยู่อาศัยของอิสราเอล ให้ช่วยระบุเป้าหมาย จากนั้นก็วางแผนโจมตี และประเมินความเสียหายหลังชี้เป้าสำเร็จ

มีข้อมูลน่าตกใจอีกว่า อิหร่านไม่ใช่ประเทศแรกที่ใช้ยุทธวิธีนี้ โดยก่อนหน้านี้ทาง Financial Times เผยฝั่งกองทัพอิสราเอลเอง ก็สามารถเข้าถึงกล้องจราจรเกือบทั้งหมดในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านได้เช่นกัน และยังมีการร่วมมือกับ CIA ของสหรัฐฯ เพื่อชี้เป้าแบบทั้งคนทั้งกล้อง ช่วยให้เกิดการโจมตีทางอากาศที่สังหาร Ayatollah Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ในที่สุด (..ส่วนนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ)

ภาพจาก Calcalistech

ข้ามฝั่งไปที่ยูเครนบ้าง ก็เคยมีรายงานจากเจ้าหน้าหน่วยข่าวกรอง SSU ของยูเครน เผยรัสเซียได้แอบแฮกกล้องวงจรปิดของพลเรือนยูเครนมาหลายปีแล้ว เพื่อชี้เป้าโจมตีและสอดแนมการเคลื่อนกำลังพลเช่นกัน ในขณะที่แฮกเกอร์ชาวยูเครนก็ยึดกล้องวงจรปิดของรัสเซียกลับ เพื่อสอดแนมทหารรัสเซียกลับได้ และอาจรวมถึงการเฝ้าดูการโจมตีของตนเองด้วยเหมือนกับอิหร่าน (..ส่วนนี้ก็ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอีกเช่นกัน)

“ผู้รุกรานใช้กล้องเหล่านี้ รวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมการและโจมตีเคียฟ (เมืองหลวงยูเครน)” เจ้าหน้าหน่วยข่าวกรอง SSU ของยูเครนระบุ และถึงขั้นที่ทางการยูเครน เคยเรียกร้องให้เจ้าของกล้องวงจรปิดตามท้องถนน หยุดการถ่ายทอดสดทางออนไลน์หรือให้ปิดการใช้งานกล้องไปเลย

สำหรับกล้องวงจรปิดในที่นี่ ก็คงหมายถึงกล้อง IP Camera ที่สามาถติดตั้งใช้งานได้ง่าย ๆ ขอแค่มีเราเตอร์ Wi-Fi ที่อยู่ใกล้ จากนั้นผู้ใช้ทั่วไปก็สามารถเข้าถึงตัวกล้องผ่านเว็บหรือแอปฯ ได้สะดวกสุด ๆ รวมถึงฝั่งแฮกเกอร์ก็สะดวกสุด ๆ เช่นกัน เพราะด้วยระบบความปลอดภัยของกล้องเหล่านี้มักอยู่ที่ระดับพลเรือน ไม่ใช่ระดับองค์กรหรือเกรดกองทัพที่มีราคาแพงและเข้าถึงยาก ฉะนั้นแล้วสำหรับแฮกเกอร์ที่มีรัฐบาลหนุนหลัง เจอเป้าหมายแบบนี้ก็คงมองเป็นงานง่าย ๆ จนอยากหัวเราะเลยทีเดียว

อนึ่งมีผู้ใช้กล้องวงจรปิดตามบ้านหลายหลัง ไม่ได้อัปเดตเฟิร์มแวร์หรือระบบความปลอดภัยเลย ทำให้ยิ่งง่ายต่อการถูกเจาะระบบมากขึ้นอีก ฉะนั้นใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วมีกล้อง IP Camera ก็อย่าลืมไปอัปเดตเฟิร์มแวร์กล้องด้วยนะครับ ดีกว่าปล่อยให้เป็น ‘ช่องว่าง’ จนเสี่ยงระยะยาว

“ตอนนี้การแฮกกล้องพลเรือน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางทหารไปแล้ว”

Sergey Shykevich หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านภัยคุกคามอัจฉริยะจากทาง Check Point เผยปกติแฮกเกอร์ของทางการคงไม่มาสนใจแฮกกล้องฝั่งพลเรือน แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน มันกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางทหารไปแล้ว ซึ่งอาจไม่ต้องใช้เครื่องมือทางทหารราคาแพงอย่างดาวเทียมอีกต่อไป

Sergey Shykevich กล่าวอีกว่า แฮกเกอร์ได้พยายามเจาะช่องโหว่ 5 จุดในกล้องวงจรปิด 2 แบรนด์ เพื่อเข้าควบคุมแทนผู้ใช้ตัวจริง โดยพบความพยายามหลายสิบครั้งทั่วทั้งบาห์เรน ไซปรัส คูเวต เลบานอน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงอีกหลายร้อยครั้งในอิสราเอล อีกทั้งพบความพยายามแฮกกล้องส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่สหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มการโจมตีทางอากาศทั่วอิหร่านนี้เอง

“ข้อได้เปรียบของการใช้เครือข่ายกล้องพลเรือนคือความครอบคลุมและค่าใช้จ่าย”

Peter W. Singer นักวิจัยด้านการทหารจาก New America Foundation และผู้เขียนนวนิยายแนว Sci-Fi เรื่อง Ghost Fleet (2015) กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการแฮกกล้องพลเรื่อนนั้น ถูกและง่ายกว่าการใช้ดาวเทียมหรือโดรนสอดแนมมาก ๆ อีกทั้งเทคนิคนี้ยังแนบเนียนกว่าการใช้โดรนซะอีก ซึ่งโดรนจะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อฝั่งตรงข้ามมีระบบป้องกันภัยทางอากาศน้อย อีกทั้งโดรนมักถูกตรวจจับได้ง่ายจากระบบป้องกันในปัจจุบัน

นอกจากนี้ตัวกล้อง IP Camera ที่ถูกแฮกในระดับพื้นดิน มักให้มุมมองภาพเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าดาวเทียมหรือโดรนซะอีก (เพราะไม่ใช่มุมมองจากที่สูงเพียงอย่างเดียว) จึงกลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับการสอดแนม การลาดตระเวน การชี้เป้า และการประเมินความเสียหายจากระเบิดหลังการโจมตี

สำหรับการแฮกกล้องวงจรปิด นับเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกล้องเหล่านี้เดิมไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของการแฮกระดับนี้ ผนวกกับฝั่งผู้ผลิตเอง ก็มักแข่งกันพัฒนากล้อง IP Camera  ให้มีราคาถูกที่สุดเพื่อวางจำหน่ายได้จำนวนมาก จึงอาจตัดงบพัฒนาซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยระยะยาวทิ้งไปด้วย

ฝั่งผู้ใช้ทั่วไปที่ซื้อกล้องมาติดบ้าน ก็อาจหวังแค่ดูภาพผ่านสมาร์ทโฟนได้ก็จบ บ้างก็ไม่สนใจอัปเดตเฟิร์มแวร์เลย ขอแค่กล้องทำงานได้เป็นพอ จนไม่รู้…หรืออาจไม่แคร์เลยว่า ภาพหน้าบ้านตัวเองกำลังถูกส่งไปให้หน่วยข่าวกรองที่อยู่อีกซีกโลกดูอยู่ก็เป็นได้ครับ

ที่มา : ArsTechnica , Wired , CheckPoint , FT