[มากกว่าจองตั๋ว] เคยไหม ? เวลาวางแผนเที่ยวทีไร นอกจากเรื่องจองตั๋วเครื่องบินหรือจองห้องพักแล้ว สิ่งที่หลายคนกังวลที่สุดมักจะเป็น “หากเกิดปัญหาขึ้นมาระหว่างทริป จะหันไปพึ่งใคร”
ล่าสุด Trip.com แพลตฟอร์มให้บริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร ได้เปิดตัวแคมเปญ “Always There เพราะการอยู่ตรงนั้นสำคัญเสมอ” ตอบโจทย์ความกังวลดังกล่าวโดยเฉพาะ ชูเบื้องหลังการทำงานที่ผสานทั้ง ‘เทคโนโลยี’ และ ‘หัวใจบริการ’ ที่จะยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวขึ้นไปอีกขั้น

ในยุคดิจิทัล ใคร ๆ ก็สามารถกดจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พักเองได้ง่าย ทว่า นายชูเบิร์ต โหล (Schubert Lo) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจในงานเปิดตัวว่า
แม้เทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การจองเป็นเรื่องที่สะดวกรวดเร็วและเชื่อถือได้ แต่เมื่อนักเดินทางออกเดินทางจริง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ คนและบริการต่างหากที่จะอยู่เคียงข้างและดูแลผู้ใช้ได้ดีที่สุด

จึงเป็นที่มาของแคมเปญ Always There หรือการเตรียมทีมบริการลูกค้าที่พร้อมสแตนด์บายดูแลและช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่หลากหลายตลอดการเดินทาง
ปัจจุบัน Trip.com ถือเป็นผู้ให้บริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่ระดับโลก โดยให้บริการรองรับถึง 27 ภาษา ใน 48 ประเทศ และรองรับ 44 สกุลเงิน กับมีเครือข่ายโรงแรมและเที่ยวบินครอบคลุมมากกว่า 1.7 ล้านแห่ง พร้อมด้วยพันธมิตรสายการบินกว่า 680 ราย ครอบคลุมสนามบิน 3,500 แห่ง ใน 220 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

จึงทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่ว่าผู้ใช้จะวางแผนเดินทางไปมุมไหนของโลก ก็จะมีเพื่อนคู่ใจคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเสมอ ที่สำคัญเลยคือ Always There ถือเป็นมาตรฐานการบริการ ที่จะเริ่มทำงานทันทีเมื่อทำการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือกิจกรรมผ่าน Trip.com โดยระบบจะคอยมอนิเตอร์สถานะการเดินทางของผู้ใช้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ขั้นตอนขอความช่วยเหลือสามารถทำได้ตามนี้

อันดับแรกให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ Trip.com ก่อน จากนั้นก็สมัครสมาชิกและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย
หลังใช้บริการ Trip.com ช่วยจองตั๋วแล้ว หากเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง ก็ไปที่หน้าโปรไฟล์ (Account) หรือหน้าการจอง (My Trips) กดไอคอน “บริการลูกค้า” (Customer Support) จากนั้นระบบจะเชื่อมต่อกับเจ้าหน้าที่หรือแชตบอต เพื่อตรวจสอบข้อมูลการจองหรือ Booking ของผู้ใช้ทันที
ทั้งนี้ทาง Trip.com ยังรองรับการติดต่อผ่านการโทรในแอปฯ ฟรี ไม่ต้องเสียค่าโทรข้ามประเทศ และมีบริการ Live Chat และการโทรคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์จริง ๆ (ไม่ใช่แค่ AI) ตลอด 24 วัน 7 ชั่วโมง เพื่อแก้ปัญหาซับซ้อน เช่น เที่ยวบินดีเลย์ , โรงแรมไม่พบชื่อผู้จอง หรือกระเป๋าเดินทางสูญหาย
ถัดมาก็แนะนำให้ผู้ใช้ Trip.com เปิดใช้งาน SOS หรือระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน หากเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ เหตุการณ์ความไม่สงบ หรืออุบัติเหตุระหว่างอยู่ต่างประเทศ
เข้าไปที่หน้าการจองทริปนั้น ๆ ในแอปฯ จะมีปุ่มช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อส่งพิกัดและขอความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยจะมีทีมงานประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นให้
อีกส่วนคือระบบจะบันทึกเอกสารการจองไว้ในแอปฯ โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถเปิดแสดงให้โรงแรมหรือสายการบินดูได้ แม้ในจุดที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ตาม
สำหรับใครที่อยากรู้เกี่ยวกับแคมเปญ Always There สามารถดูภาพยนตร์โฆษณาจากทาง Trip.com ได้ตามนี้








