อนาคตการรักษาโรคของคนไทยกำลังเปลี่ยนไป เมื่อซอฟต์แวร์ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับร้านขายยา และคลินิคทั่วประเทศ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงยาได้แบบไม่ต้องรอคิวนาน
HealthTech insight พาไปดูแพลตฟอร์ม Digital Healthcare ผลงานของคนไทย ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงยาและรักษาสุขภาพได้มากขึ้น กับ “A-MED Telehealth” แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อร้านขายยาทั่วประเทศเข้าด้วยกัน ผ่านระบบเบิกจ่ายได้ที่ทำได้สะดวก และรวดเร็วขึ้น
: ซอฟต์แวร์สุขภาพฝีมือคนไทย
โจทย์แรกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ A-MED เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้จำเป็นต้องมีระบบบันทึกติดตามคนไข้ในรูปแบบดิจิทัลขึ้นมาใช้แทนการบันทึกด้วยกระดาษเพื่อช่วยให้แพทย์ติดตามอาการผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ผอ.กลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพการแพทย์ สวทช. บอกว่า ระบบนี้ยังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยทีมวิจัยได้ทำงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสภาเภสัชกรรม เพื่อช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล สำหรับคนไข้ที่มีอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย ให้สามารถรับยาแล้วก็กลับบ้านได้ทันที
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากคลินิกหรือร้านยาเอกชน กว่า 1 พันแห่ง โดยทีมวิจัยได้ ออกแบบซอฟต์แวร์ A-MED Care ให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบของร้านขายยาที่มีอยู่เดิม บนมาตรฐานเดียวกัน และสามารถรองรับหน่วยบริการนวัตกรรมได้ถึง 7 ประเภท เช่น คลินิกเวชกรรม, คลินิกการพยาบาล, คลินิกทันตกรรม, คลินิกกายภาพบำบัด, คลินิกแพทย์แผนไทย, คลินิกเทคนิคการแพทย์ และร้านยา ที่เข้าร่วมให้บริการแก่ผู้มีสิทธิบัตรทอง 30 บาท หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับบริการ 3-4 พันแห่งได้ในอนาคต

: จากงานวิจัยสู่แพลตฟอร์ม Digital Health
สวทช. เดินหน้าทำวิจัยด้านการแพทย์และสุขภาพมากว่า 10 ปี ทั้งการพัฒนาแอปพลิเคชั่น รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างเครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ CT Scan ที่ได้มาตรฐาน และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเอกชน จนเกิดการรวมกลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่เป็นซอฟต์แวร์ของคนไทย ใช้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการตรวจเยี่ยมสุขภาพประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในรูปแบบ แอปพลิเคชั่นบนมือถือ
ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บอกว่า สวทช. มีความมุ่งมั่นที่จะนำดิจิตอลเทคโนโลยีเข้าไปช่วยเสริมงานบริการด้านสาธารณสุข เพื่อลดข้อจำกัด รวมถึงพัฒนาระบบที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และวางแผนบริการจัดการระบบสุขภาพของคนไทยทั่วประเทศได้ในภาพรวม

“เมื่อข้อมูลอยู่เก็บอยู่ในรูปแบบดิจิทัล สปสช. สามารถประมวลข้อมูลได้ทันทีว่าการระบาดของโรคเกิดขึ้นในพื้นที่ไหน ช่วยให้หน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจอยู่บนฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง” ผอ.สวทช. กล่าว และย้ำว่า ในอนาคตการเชื่อมกันของข้อมูลสุขภาพประชาชนจะทำได้ง่าย เพียงแค่มีบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถเข้าถึงข้อมูลการรักษาได้จากทุกโรงพยาบาล
อนาคตเทคโนโลยีทางการแพทย์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่กำลังขยายไปสู่ชุมชน และพื้นที่ห่างไกล เพื่อช่วยให้คนไทย สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพแบบดิจิทัลได้มากขึ้น
มาร่วมหาคำตอบว่า เทคโนโลยีจะช่วยเปลี่ยนอนาคตการดูแลสุขภาพไปได้อย่างไร ในซีรีส์ HealthTech Insight เทคโนโลยีการแพทย์สุดล้ำ ความหวังใหม่ของการรักษาโรค ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ Techhub









