NHTSA เปิดฉากสอบสวนเหตุการณ์ Tesla Model 3 พุ่งชนบ้านคนจนมีผู้เสียชีวิต หลังคนขับอ้างเปิด ระบบขับขี่อัตโนมัติ Tesla ขณะเกิดเหตุ
จากรายงานของสำนักงานนายอำเภอเขตแฮร์ริสระบุว่า รถคันดังกล่าวหลุดโค้งด้วยความเร็วสูง ก่อนจะพุ่งตัดสนามหญ้าและทางรถวิ่งเข้าชนตัวบ้านอย่างรุนแรง ซึ่งประเด็นสำคัญที่ทำให้หน่วยงานรัฐต้องลงมาไล่เลียงคือ ตัวคนขับได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เขากำลังใช้งาน ระบบขับขี่อัตโนมัติอยู่ในขณะที่เกิดการชน
เมื่อคนขับอ้างใช้ ระบบขับขี่อัตโนมัติ Tesla แต่ค่ายรถสวนกลับทันควัน
หลักฐานจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นภาพรถ Model 3 สีน้ำเงินพุ่งทะยานข้ามสนามหญ้าตรงเข้าถล่มกำแพงหน้าบ้านอย่างน่ากลัว อย่างไรก็ตาม แม้ระบบ Full Self-Driving ของ Tesla จะถูกออกแบบมาให้ควบคุมพวงมาลัย เร่งความเร็ว และเบรกได้เองในหลายสถานการณ์ แต่ทางบริษัทก็ย้ำเสมอว่าระบบนี้ต้องการการควบคุมและเฝ้าระวังจากมนุษย์ตลอดเวลา ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงคลุมเครือว่าซอฟต์แวร์มีส่วนผิดพลาดจริงหรือไม่
ล่าสุด Ashok Elluswamy รองประธานฝ่าย AI และซอฟต์แวร์ของ Tesla ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X สวนกลับทันควันว่า ข้อมูลตัวรถชี้ชัดว่าคนขับเป็นผู้เหยียบคันเร่งเอง และยังคงเหยียบค้างไว้แม้หลังจากรถชนไปแล้ว ซึ่งข้อมูลนี้ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระจากพนักงานสอบสวน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความยากในการชี้ชัดว่าความผิดพลาดเกิดจากระบบเอไอหรือมนุษย์กันแน่
ปัจจุบันหน่วยสืบสวนอุบัติเหตุพิเศษของ NHTSA กำลังเข้าตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยเคสนี้ถือเป็นหนึ่งในกว่า 40 คดีที่ Tesla ถูกเพ่งเล็งเรื่องระบบช่วยขับขี่ และหากพบว่าเป็นข้อบกพร่องเชิงระบบจริง ก็อาจนำไปสู่การสั่งเรียกคืนรถครั้งใหญ่
ในมุมมองของ Techhub นี่อาจเป็นสงครามปัดความรับผิดชอบ หรือความประมาทของผู้ขับขี่เอง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุรถชนธรรมดา แต่มันคือภาพสะท้อนของ ช่องว่างความรับผิดชอบ ที่น่ากลัวของเทคโนโลยีกึ่งอัตโนมัติในปัจจุบัน ฝั่งผู้บริโภคมักจะถูกคำการตลาดหรูๆ อย่าง Full Self-Driving กล่อมจนเคลิ้มและไว้วางใจระบบมากเกินไปจนละสายตาจากถนน ในขณะที่ฝั่งผู้ผลิตอย่าง Tesla ก็มักจะมี การ์ดป้องกันตัว เสมอด้วยข้อกฎหมายที่ระบุว่าระบบนี้เป็นแค่ระบบควบคุมภายใต้การดูแลของมนุษย์ และพร้อมจะงัดข้อมูล Log จากกล่องดำมาโต้แย้งทันทีว่ามนุษย์เป็นคนกดคันเร่งพลาดเอง
สิ่งที่วงการเทคต้องจับตาดูต่อไปไม่ใช่แค่ว่า NHTSA จะสั่งปรับ Tesla หรือไม่ แต่คือการที่หน่วยงานรัฐจะเข้ามาเซ็ตมาตรฐานนิยามคำว่า ระบบช่วยขับขี่ ให้เข้มงวดขึ้นอย่างไรเพื่อไม่ให้ค่ายรถใช้คำการตลาดที่สร้างความเข้าใจผิด ตราบใดที่ระบบยังไปไม่ถึงยุค Autonomous ระดับ 5 ที่สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติสมบูรณ์แบบโดยไม่มีมนุษย์
ฉะนั้นแล้ว หากใครมีระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะอยู่ในรถ ไม่ว่าจะเป็นค่ายใด เราอย่าเพิ่งฝากชีวิตไว้กับซอฟต์แวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเวลาเกิดเหตุขึ้น เอไอไม่ได้มารับโทษจำคุกหรือชดใช้ชีวิตแทนเราอย่างแน่นอน
ที่มา








