ทุ่มงบ 2 หมื่นล้าน เปิดแผนสร้าง WellEra รวมเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ

[Hub ของโลก] “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” พุทธพจน์ที่หลายคนอาจได้ยินบ่อย ๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นสุดยอดความปรารถนา ที่ไม่ว่าใครก็ต้องอยากได้ ซึ่งก่อนจะเกิดโรค ก็ต้องเริ่มจากสุขภาพ และสุขภาพที่ดีก็มักเริ่มต้นจาก “สถานที่” ตามด้วยตัวเราเอง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง BDMS หรือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ประกาศเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ ทุ่มงบกว่า 29,000 ล้านบาท สร้างตึก “WellEra” รวมทุกเทคโนโลยีด้านสุขภาพไว้ที่เดียว สร้างระบบนิเวศแห่งการมีชีวิตที่ดีแบบครบวงจร ณ ใจกลางย่านลุมพินี

[บ้าน] คือยารักษาโรคที่ดีที่สุด

มีสถิติเผยมนุษย์ส่วนใหญ่ มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 71.4 ปี แต่กลับมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี เพียง 61.9 ปี แปลว่าผู้คนจำนวนมากต้องใช้เวลากว่า 10 ปีสุดท้ายของชีวิต อยู่กับความเจ็บป่วยบนเตียงพยาบาล

นับเป็นโจทย์สำหรับนายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม BDMS ซึ่งได้ยกเรื่องสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้คน ที่มีบทบาทต่อสุขภาพไม่แพ้พันธุกรรม จนเป็นที่มาของโครงการ WellEra นี้ โดยจะถูกสร้างบนพื้นที่กว่า 2 แสนตารางเมตร (กำหนดเสร็จปี 2573) ออกแบบมาให้เป็นระบบนิเวศที่ดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ ที่ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักตามนี้

  • BDMS Wellness Clinic : คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกันด้วยวิทยาศาสตร์
  • Wellness Residence (Branded Residence) : ที่พักอาศัยที่ผนึกกำลังกับ Capella แบรนด์โรงแรมระดับโลก (262 ยูนิต)
  • Urban Wellness Retreat : พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพระดับพรีเมียม (168 ห้อง)
  • Lifestyle Retail : พื้นที่ร้านค้า คอมมูนิตี้ และบริการเพื่อสุขภาพ

6S+ Surrounding เบื้องหลังเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ

ความล้ำของ WellEra ไม่ใช่อุปกรณ์หน้าตาเหมือนในหนังไซไฟ แต่มันคือ “การแฝงเทคโนโลยีการแพทย์ไว้ในโครงสร้างอาคาร” โดยอ้างอิงมาตรฐานอาคารระดับโลก ทั้ง LEED Gold , Fitwel 3-Star และ WELL Platinum ผ่านการจัดการ 5 ด้านหลัก ได้แก่

  • อากาศ (Air) สู้ฝุ่น PM2.5 : ติดตั้งระบบกรองอากาศระดับ MERV-14 (มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในห้อง ICU) สามารถกรอง PM2.5 ได้สูงถึง 95% และช่วยฆ่าเชื้อไวรัสในอากาศได้
  • น้ำ (Water) ไร้ไมโครพลาสติก : แก้ปัญหาไมโครพลาสติกอุดตันหลอดเลือด ด้วยระบบกรอง Carbon Filtration และ UV สำหรับน้ำใช้ และเพิ่มระบบกรองพิเศษสำหรับน้ำดื่มเพื่อดักจับสิ่งเจือปนขนาดจิ๋ว
  • แสง (Light) ตามนาฬิกาชีวภาพ : ใช้แนวคิด Circadian-Friendly Light Design ออกแบบแสงสว่างให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพของร่างกายมนุษย์ ควบคุมค่าแสงแยงตา (UGR) ให้น้อยกว่า 16 เพื่อลดความล้าของสายตา
  • เสียง (Sound) ความเงียบคือยา : ติดตั้งกำแพงประสิทธิภาพสูงมาตรฐาน STC-60 ช่วยบล็อกเสียงรบกวนจากภายนอกได้สูงสุด 60 เดซิเบล เพราะงานวิจัยระบุว่าเสียงรบกวนตอนกลางคืนเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้ถึง 27%
  • อุณหภูมิและความชื้น (Thermal) : ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ในอาคารให้อยู่ที่ 50-65% ตามมาตรฐาน ASHRAE เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและไวรัส

หมอประจำบ้าน 24 ชั่วโมง

ไม่ใช่แค่ตัวตึกที่ฉลาด แต่ระบบการจัดการยังล้ำหน้าด้วยคอนเซปต์ Healthcare Humanware ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตเข้ากับระบบบริการสุขภาพแบบองค์รวม

มีทีมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์สแตนด์บาย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบรองรับเหตุฉุกเฉินระดับสูงสุด ทั้งรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกช่วงวัย

ถ้าสังเกตให้ดี ปี 2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจเวลเนสของเครือ BDMS กวาดรายได้ไปถึง 13,600 ล้านบาท (คิดเป็น 12% ของรายได้รวม) ตัวเลขนี้ยืนยันชัดเจนว่า ผู้คนยอมจ่ายเพื่อ “การไม่ป่วย” มากกว่า “ค่ารักษาพยาบาล”

การเปิดตัว WellEra ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกเสาเข็มทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากของประเทศไทยในตลาด Global Wellness Economy ที่กำลังจะพุ่งทะลุ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ในอนาคต อสังหาริมทรัพย์หรูระดับ Ultra-Luxury จะไม่ได้วัดกันที่หินอ่อนนำเข้า หรือแชนเดอเลียร์ราคาแพงอีกต่อไป แต่วัดกันที่ว่า “ตึกนี้ช่วยต่ออายุขัยให้คุณได้กี่ปี ?” ซึ่ง WellEra กำลังจะเป็นโครงการต้นแบบของประเทศ ที่หลอมรวม [วิทยาศาสตร์การแพทย์] เข้ากับ [ชีวิตประจำวัน] ได้อย่างลงตัวที่สุดครับ