แก้ไม่ได้ ใช้ AI สร้างภาพติดลิขสิทธิ์ OpenAI ยอมปิดให้บริการ Sora

[มันไม่คุ้ม] ย้อนกลับไปวันที่ 30 กันยายนปีที่แล้ว OpenAI ได้เปิดตัว ‘Sora 2’ แพลตฟอร์มสร้างวิดีโอด้วย AI ตัวใหม่ ที่มุ่งเน้นการสร้างโลกเสมือนที่สมจริงยิ่งขึ้น (ไม่ดู Slop แล้ว) จนสร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม Sora เวอร์ชั่นใหม่ที่กำลังไปได้สวยนี้ กลับถูกปิดตัวลงในเวลาเพียง 6 เดือน..

มีคำถามตามมามากมายทันที พร้อม ๆ กับข้อข้อสันนิษฐานอีกมากมายเช่นกัน ว่าด้วยเรื่องลิขสิทธิ์เอย การใช้งานเอย หรือกระทั่งปัญหาภายใน อย่างไรก็ตาม OpenAI เคยมีข้อตกลงกับ Disney ในเรื่องความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ฯ ที่วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันสั้น ๆ ว่า หรือนี่คือเหตุผลที่ OpenAI ขอม้วนเสื่อเก็บบริการ Sora กันครับ

หากลองดูกระแสของตัว Sora ที่ผ่านมา ก็พบเลยว่าแม้จะมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ทว่าตัวแพลตฟอร์มก็มาพร้อมปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เป็นเงาตามตัว ที่รอวันถูกเจ้าของผลงานฟ้องร้องแบบกลุ่ม ทั้งสมาคมภาพยนตร์ (MPA) ทั้ง Disney ทั้ง Studio Ghibli รวมถึงค่ายทำอนิเมะของญี่ปุ่นหลากหลายแห่ง และอีกมากมายในวงการบันเทิง

อย่างไรก็ตาม OpenAI ก็มีสัญญาณว่ากำลังพยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยในวันที่ 11 เดือนธันวาคม 2025 ทางบริษัทได้ร่วมมือกับทาง The Walt Disney Company อนุญาตให้ Sora ใช้ลิขสิทธิ์ตัวละคร Disney กว่า 200 ตัวได้ในเวลา 3 ปี โดยที่ทาง Disney จะกลายมาเป็นลูกค้ารายใหญ่ ในงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ฯ นับเป็นข่าวที่ดีมากสำหรับแพลตฟอร์ม AI นี้ในช่วงนั้น

“ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมของเรา และความร่วมมือกับ OpenAI ในครั้งนี้ จะช่วยขยายขอบเขตการเล่าเรื่องของเราผ่าน Generative AI อย่างรอบคอบและมีความรับผิดชอบ” Robert A. Iger ซีอีโอของ Disney กล่าว

ความชื่นมื่นของทั้งสองฝ่ายนี้ ก็เหมือนเป็นการส่งสัญญาญไปยังเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้งหลายว่า “เราคุยกันได้นะ” ทว่าหลังจากนั้นเพียง 3 เดือน ทุกอย่างจากหน้ามือกลายก็เป็นหลังมือไปซะฉิบ เมื่อการเจรจามาจุดถึงแตกหัก หลังทาง OpenAI ตัดสินใจหักดิบปิดตัว Sora โดยที่ทาง Disney ไม่ทันตั้งตัว สุดท้ายดีล 1,000 ล้านดอลลาร์ฯ ก็ล่มตามไปด้วย

“เนื่องจากวงการ AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เราเคารพการตัดสินใจของ OpenAI ที่จะออกจากธุรกิจสร้างวิดีโอ และเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับด้านอื่น” ทางซีอีโอของ Disney ได้ออกมากล่าวอีกครั้ง โดยใจความผิดกับตอนแรกอย่างสิ้นเชิง แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม AI เพื่อหาวิธีใหม่ ๆ ในการตอบสนองความต้องการของแฟน ๆ ในยุคนี้ เท่ากับว่าเรื่องนี้ยังคงหารือกันใหม่ได้..แต่คงไม่มีอีกแล้ว

ในตอนที่ Sora เวอร์ชั่นที่ 2 เปิดตัวนั้น OpenAI เคยขอให้เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องปกป้องผลงานเอาเอง หากไม่ต้องการให้ถูกใช้เทรน AI จนมีกระแสต่อต้านอย่างหนัก ก็ทำให้ OpenAI เปลี่ยนแนวทางใหม่อย่างรวดเร็ว และขอให้เจ้าของลิขสิทธิ์เข้าร่วมงานกับ Sora แทน ทว่าก็ไม่มีสัญญาที่ชัดเจน โดยเฉพาะการแบ่งปันผลกำไรในอนาคต

โดยสรุปคงกล่าวได้เลยว่า Sora มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ (ที่สุดท้ายก็เจรจาไม่ลงตัว) เป็นเหตุให้ต้องปิดตัวแพลตฟอร์มยอดฮิตนี้เอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีรายงานด้วยว่าแอปฯ Sora มียอดดาวน์โหลดสูงสุดที่ประมาณ 3.3 ล้านครั้งทั้งบน iOS และ Google Play ในเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่จะตกลงเหลือเพียง 1.1 ล้านดาวน์โหลดในเดือนกุมภาพันธ์

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา Appfigures Intelligence ประเมินด้วยว่า Sora ทำรายได้รวมเพียง 2.14 ล้านดอลลาร์ฯ จากการดาวน์โหลด 11.7 ล้านครั้ง นับเป็นเพียงยอดการดาวน์โหลดที่เล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับขนาดบริษัท OpenAI โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงต้นทุนมหาศาลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวิดีโอ AI ที่ในท้ายที่สุดทาง OpenAI ก็มองว่า “มันไม่คุ้ม” ทั้งการถูกฟ้องและการลงทุนในอนาคต ประมาณว่าแค่ Disney ก็เหนื่อยแล้ว ที่เหลือก็คงลากเลือด

ที่มา : ArsTechnica , OpenAI , X.com