บราเดอร์ เดินหน้าสร้าง Culture ใหม่ หนุน ‘จักร’ เป็นไอเทมคู่บ้านคนไทย หลัง COVID-19 สร้างให้จักรกลายเป็นฮีโร่กู้วิกฤติเปลี่ยนสู่อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ส่งผลให้จักรบราเดอร์มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น 20% ในปี 2563

-พร้อมเปิดตัว 2 รุ่นใหม่! จักรปักเชื่อมต่อไร้สายต่อยอดธุรกิจและจักรเย็บผ้าระบบคอมพิวเตอร์สู่ตลาดเมืองไทย-

บราเดอร์ พัฒนา mission ใหม่สนับสนุนคนไทย 20 ล้านครัวเรือนมีจักรเย็บผ้าประจำบ้านเหมือนในอดีต หลัง COVID-19 ส่งสัญญาณบวกดันตลาดรวมจักรในไทยและอาเซียนเติบโตเกินคาด เปิดฉากปี 64 เปิดตัวจักร 2 รุ่นใหม่รับกลุ่มลูกค้าครัวเรือนและกลุ่มธุรกิจ

นายพงษ์พันธ์ สุระวัฒน์เจริญ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดจักรในไทยมีอัตราเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ บราเดอร์ มีการนำจักรรุ่นเล็กเข้ามาจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นตามกระแสความต้องการของตลาด เพราะคนไทยอยู่บ้านมากขึ้นจึงหันมาหางานอดิเรกทำ ที่สำคัญจักรยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างอาชีพเสริมได้อีกทาง สังเกตได้จากช่วงที่หน้ากากอนามัยขาดแคลนทำให้หลายคนหันมาเย็บหน้ากากผ้าใช้เองและบางรายนำไปจำหน่าย และอีกปัจจัยสำคัญที่สร้างให้เกิดการเติบโตอย่างมากคือการส่งเสริมจากภาครัฐให้ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศเย็บหน้ากากผ้าใช้เอง ทำให้ในวันนี้การรับรู้ของคนไทยที่ต้องการมีจักรเย็บผ้าในแต่ละครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ในปี 2564 บราเดอร์ยังเชื่อมั่นว่าตลาดจักรจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนาธุรกิจโดยยึดกลยุทธ์ 3C ประกอบด้วย 1.Customer โดยได้รุกพัฒนา content เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ทุกกลุ่มเป้าหมาย ล่าสุด บราเดอร์ ได้สร้าง community ของผู้ที่ชื่นชอบการตัดเย็บโดยสร้างเป็น closed group ทาง facebook ภายใต้ชื่อ Brother Sewing Clubกลุ่มคนรักจักรบราเดอร์ที่ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามสูงกว่า 90,000 คน นอกจากนี้ยังได้ผลิตรายการ ‘เข้าด้ายเข้าเข็มกับป้าปุ้ย’ ที่เสนอผ่าน youtube channel ของ บราเดอร์ เพื่อนำเสนอเทคนิคเกร็ดความรู้ ตลอดจนช่องทางการเฟ้นหาอุปกรณ์ต่างๆ มารังสรรค์ชิ้นงานให้ได้ตามจินตนาการ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม  2.Channel ในปี 2564 บราเดอร์วางแผนขยายช่องทางการขายให้ครอบคลุมจังหวัดหัวเมืองรองเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้ายิ่งขึ้น พร้อมขยายการขายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบัน และข้อได้เปรียบของบราเดอร์คือการมีช่องทางการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ IT ที่มีจำนวนมากในไทยทำให้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้กว้างกว่า และ 3.Company ในส่วนของพนักงานบราเดอร์ เราเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทีมขายให้เป็นที่ปรึกษาแก่ลูกค้าทั้งกลุ่ม consumer ทั่วไป และกลุ่มตลาด B2B ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น”  นายพงษ์พันธ์ สุระวัฒน์เจริญ กล่าวเสริม

ด้านนางภัทรนิษฐ์ สวัสดีภิรมย์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงพฤติกรรมผู้บริโภค ณ ปัจจุบันว่า สถานการณ์ COVID-19 ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ภาพรวมจักรทั่วโลกเกิดการเติบโตเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา ทั้งกลุ่มที่ใช้จักรเป็นงานอดิเรกและใช้เพื่อทำชิ้นงานคราฟท์ขายเป็นอาชีพเสริมโดยเฉพาะในประเทศไทยที่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน ปัจจุบัน บราเดอร์ ถือเป็นแบรนด์ที่มีจักรเย็บผ้าที่หลากหลายที่สุด  แบรนด์หนึ่งในไทย ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อได้ตามความต้องการการใช้งาน โดยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องซึ่งการพัฒนาสินค้า   ของบราเดอร์นั้น ก่อนพัฒนาทุกครั้งจะต้องทำการสำรวจความต้องการของลูกค้าเป็นปัจจัยหลักเสมอดังสโลแกน ‘at your side’ จะต้องประกอบไปด้วยมิติต่างๆ ที่พร้อมจะสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทั้งด้านความสะดวกในการใช้งาน ความทนทานของผลิตภัณฑ์ งานบริการที่มีคุณภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ และที่สำคัญเราต้องมีการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยใส่เข้าไปเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน

ทั้งนี้ บราเดอร์ ได้ต่อยอดการเติบโตของตลาดจักรในไทยและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 2 รุ่นล่าสุด ‘จักรปักหัวเดียวขนาด 10 เข็มแบบอัตโนมัติ รุ่น PR-1055X (Entrepreneur ProX)’ ที่ช่วยยกระดับงานปักต่อยอดธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการเชื่อมต่อไร้สายและซอฟต์แวร์ออกแบบลายปัก PE-DESIGN 11 ที่สำคัญสามารถใช้งานเครื่องร่วมกันได้มากถึง 10 เครื่องในเวลาเดียวกันโดยไม่ต้องต่อสายใดๆ มาพร้อมกับแอปพลิเคชัน My Stitch Monitor ช่วยให้สามารถตรวจสอบชิ้นงานได้บนอุปกรณ์ iOS หรือ Android™ ได้ในทุกที่ที่ต้องการ ติดตามความคืบหน้าของงานและรับการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนด้ายหรือเมื่องานเสร็จเรียบร้อย สะดวกยิ่งขึ้นในการใช้งานด้วยจอ LCD ความละเอียดสูงขนาด 10.1 นิ้ว แสดงผลสีสดใสใช้งานง่ายด้วยเมนูที่สามารถเลื่อนขึ้นลงและไอคอนขนาดใหญ่มองเห็นชัดเจน ด้วยงก์ชันการซูมที่พัฒนาใหม่ล่าสุดสามารถขยายได้ถึง1600% ใน My Design Center และสูงถึง 200% ในโหมดอื่นๆ ทั้งยังมีลวดลายในตัวเครื่องให้เลือกถึง 1,184 ลาย สามารถปรับเปลี่ยนงานดีไซน์ได้อย่างง่ายดาย เติมแรงบันดาลใจด้วยดีไซน์สร้างสรรค์และรูปแบบการปักที่หลากหลาย สแกนพื้นหลังความเร็วสูง เหมือนมีกล้องและสแกนเนอร์ในตัวทำให้สร้างสรรค์งานได้อย่างไร้ขีดจำกัด มั่นใจได้ว่าผลงานจะออกมาสมบูรณ์แบบ พร้อมวิดีโอสอนการใช้งานที่มีมาในตัวเครื่อง นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมอีกมากมายให้เลือกได้ตามความต้องการ  อาทิ โต๊ะทูบูลาร์เฟรม ตัวช่วยพิเศษในการปักผ้า ทั้งปักลายบนแขนเสื้อ กางเกงขายาว และชิ้นงานทรงกระบอกอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย สะดึงหมวกปีกแบนซึ่งเมื่อใช้แล้วผ้าจะ “ไร้รอยกดทับของสะดึง” ถือเป็นครั้งแรกของวงการ การปักหมวก ที่ใช้งานง่าย และหลากหลายประเภทกว่าเดิม ที่สามารถปักลายบนหมวกได้ใกล้กับปีกหมวก (6-10 มม.) เหนือกว่ามาตรฐาน 35% ราคา 399,000 บาท

และจักรอีก 1 รุ่นที่เปิดตัวพร้อมกันในครั้งนี้คือ จักรเย็บผ้าระบบคอมพิวเตอร์รุ่น FS60X ที่ได้รับการพัฒนาให้แข็งแรงทนทานเป็นพเศษ รองรับการใช้งานที่หนักขึ้น และสามารถกำหนดตำแหน่งเข็มได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ใช้งานง่ายด้วยระบบสนเข็มอัตโนมัติ จอ LCD แสดงผลการเลือกลาย และตีนผีที่ใช้งาน เพิ่มพื้นที่เย็บให้กว้างยิ่งขึ้น มีลายเย็บภายในเครื่องให้เลือกมากถึง 60 ลายพร้อมรังดุมอัตโนมัติ 7 แบบ ราคา 18,900 บาท

สามารถชม VDO สัมภาษณ์ผู้บริหารบราเดอร์เกี่ยวกับมุมมองภาพรวมตลาดจักรได้ที่

https://youtu.be/6oarUj7pxVE

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถชมรายละเอียดจักรรุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นเพิ่มเติมได้ที่

https://www.facebook.com/BrotherSewingClubThailand/

https://www.facebook.com/BrotherCommercialThailand/