บราเดอร์ GTX บูมธุรกิจพิมพ์เสื้อยืดในไทยเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ ส่งเทคโนโลยีพิมพ์ผ้าดิจิทัล Direct to Garment กลืนตลาดซิลค์สกรีน พร้อมเปิดตัว GTX Pro Bulk เพิ่มปริมาณและศักยภาพการพิมพ์แก่ผู้ประกอบการ

บราเดอร์ GTX เดินหน้ากวาดส่วนแบ่งการตลาดเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัลในไทย หลังปีงบประมาณ 2563 เติบโตกว่า 40% มั่นใจยังโตต่อหลังกระแสนิยมสื้อยืดแบบ print on demand บูมทั่วโลก ดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาสร้างธุรกิจพิมพ์เสื้อยืดรับกำลังซื้อตลาดช่วงขาขึ้น  พิเศษ! โปรสร้างอาชีพเพิ่มทางออกให้คนไทยฝ่าวิกฤติ COVID-19 ลดพิเศษ GTX Pro Bulk จาก 1.2 ล้านบาท เหลือเพียง 999,000 บาท คืนทุนเร็วสุด 2-3 สัปดาห์ พร้อมของแถมรวมกว่า 200,000 บาท ติดตั้งและสอนการใช้งานฟรี! พร้อมเริ่มธุรกิจได้แบบทันใจ

 นายพงษ์พันธ์ สุระวัฒน์เจริญ ผู้จัดการอาวุโส แผนกขยายธุรกิจบริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจการพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัลกำลังเป็นที่สนใจอย่างมากของทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วโลกสอดรับกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป ซึ่งพฤติกรรมและความนิยมของผู้บริโภคเป็นตัวกำหนดตลาดมากยิ่งขึ้น การพัฒนาชิ้นงานในแบบ mass production กำลังถูกความนิยมในแบบ print on demand หรือเทคโนโลยีการพิมพ์ลายลงบนผ้าโดยตรงเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ตลาดเสื้อยืดเป็นตลาดใหญ่ที่ครองมูลค่ากว่า 6,000,000 ล้านบาททั่วโลก ในไทยก็เช่นกันบราเดอร์ พบว่าคนไทย 1 คนจะซื้อเสื้อยืดอย่างน้อย 2 ตัวต่อปี ซึ่งตอบคำถามได้ดีว่าทำไม บราเดอร์ GTX ถึงเติบโตเพิ่มมากขึ้น และขยายฐานการรับรู้ในวงกว้างยิ่งขึ้นทั้งกลุ่มผู้ประกอบการและกลุ่มผู้บริโภค” นายพงษ์พันธ์ อธิบายเพิ่ม “บราเดอร์สังเกตพบว่า ‘พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป’ เป็นปัจจัยสำคัญที่กำลังจะทำให้ธุรกิจการพิมพ์ผ้าแบบซิลค์สกรีนค่อยๆ ลดกระแสความนิยมลง เพราะปัจจุบันผู้บริโภคต้องการอิสระในการออกแบบเพื่อสร้างความแตกต่างให้แก่เสื้อยืดที่ตนสวมใส่หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นเสื้อยืดหนึ่งเดียวในโลกก็ว่าได้ และกระแสนิยมดังกล่าวทำให้บราเดอร์พัฒนาเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัลขึ้น เพื่อขานรับต่อความนิยมที่จะสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า และที่สำคัญหากพิจารณาในด้านผู้ประกอบการ เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัลบราเดอร์ GTX ก็ตอบโจทย์ของผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน เพราะได้พัฒนาให้สามารถประกอบธุรกิจได้ด้วยคนเพียงคนเดียวมีผู้ช่วยหลักคือระบบเทคโนโลยีที่บราเดอร์พัฒนามาให้อย่างครบวงจร หมดปัญหาเรื่องทีมงาน ช่วยบริหารต้นทุนการผลิตได้อย่างดีเยี่ยม”

นางสาวประกายกุล ถมมา   เจ้าหน้าที่การตลาดอาวุโสผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัลบราเดอร์ GTX กล่าวว่า เทคโนโลยีการพิมพ์ผ้าแบบ direct to garment หรือเทคโนโลยีการพิมพ์ลายลงบนผ้าโดยตรงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดขั้นตอนการผลิต เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการยุคใหม่แบบไร้รอยต่อ แค่มีไฟล์ดิจิทัลที่ต้องการสั่งพิมพ์ส่งคำสั่งไปยังเครื่องบราเดอร์ GTX เพียงเท่านี้ก็ได้ผลงานคุณภาพในเวลาที่รวดเร็ว ผลิตได้ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป และช่วยปลดล็อคเรื่องข้อจำกัดด้านสีของระบบซิลค์สกรีนด้วย  หากลูกค้าต้องการตรวจสอบตัวอย่างงานพิมพ์ก่อนสั่งพิมพ์จริงก็สามารถทำได้ในเวลาเพียง 1 นาที

“นอกจากการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัลแล้ว บราเดอร์ยังพัฒนาสิ่งที่ถือเป็นความพิเศษที่เหนือกว่าคือ การคิดค้นหมึกพิมพ์พิกเมนต์ชนิดน้ำ ‘อินโนเบล่า (Innobella Textile)’ ขึ้นเพื่อใช้กับงานพิมพ์ผ้าโดยเฉพาะ มาพร้อมระบบหมึกพิมพ์อัจฉริยะที่มีคุณสมบัติพิเศษในการเตรียมหมึกพิมพ์ปริมาณมากให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยหมึกชนิดนี้มีโทนสีที่กว้างกว่าหมึกชนิดอื่นๆ ด้วยอนุภาคเม็ดสีขนาดเล็กและไม่สลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกผสมกับของเหลวอย่างน้ำ ทำให้หมึกประเภทนี้มีอายุการใช้งานยาวนาน สีไม่ซีดจางลงง่ายๆ หมดกังวลเรื่องการตกสี เหมาะกับงานพิมพ์ระดับพรีเมี่ยม เพิ่มความสวยของสี ทั้งยังรับประกันด้านความปลอดภัย สามารถพิมพ์ได้แม้เสื้อผ้าของเด็กแรกเกิด ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 3 บาทต่อซีซี” นางสาวประกายกุล กล่าว “กระแสนิยมในกลุ่มเสื้อยืดสะสมถือเป็นเทรนด์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องและพัฒนาเป็น community ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเทรนด์ใหม่ที่กำลังเป็นกระแสนิยมในปัจจุบันก็คือ ‘Over Print’ ที่สามารถพิมพ์ลายบนเสื้อยืดได้ทั้งตัว โดยใช้เทคนิคการพิมพ์ทับกันของสีบนเสื้อ ซึ่งนิยมพิมพ์ลายบนเนื้อผ้าคอตตอน 100% โดย บราเดอร์ GTX สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีคุณภาพที่สำคัญยังสามารถสั่งผลิตได้ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป ช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างดี ซึ่งต่างจากระบบซิลค์สกรีนที่ต้องมีต้นทุนในการทำบล็อคและต้องมีคำสั่งชื้อขั้นต่ำประมาณ 100 ตัวขึ้นไปถึงจะคุ้มทุนแต่ GTX จะสร้างความความคุ้มทุนได้ง่ายกว่าแก่ผู้ประกอบการ ในขณะเดียวกันก็ช่วยตอบโจทย์ของความต้องการผู้บริโภคกลุ่มนักสะสมได้อย่างแท้จริงเนื่องจากผู้ซื้อก็จะได้ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ”

ปัจจุบัน บราเดอร์ GTX มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ บราเดอร์ GTX Pro เครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัลมาตรฐานมูลค่า 599,000 บาท และบราเดอร์ GTX Pro Bulk เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัลระดับแอดวานซ์ ราคา 999,000 บาทรองรับงานพิมพ์ในปริมาณที่มากยิ่งกว่า “บราเดอร์ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษแก่ผู้ประกอบการในยุค COVID-19 ให้ได้มีทางเลือกด้านอาชีพเพิ่มขึ้น โดยนำเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัลบราเดอร์ GTX Pro Bulk มาจัดราคาพิเศษจากปกติ 1,200,000 บาท เหลือเพียง 999,000 บาท พร้อมของสมนาคุณมูลค่ากว่า 200,000 บาท โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตั้งเครื่องพร้อมแนะนำการใช้งานให้อย่างละเอียด ให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มธุรกิจได้ทันที” นางสาวประกายกุล กล่าวถึงโปรโมชั่นพิเศษช่วง COVID-19

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถชมข้อมูลของ บราเดอร์ GTX ได้ที่

https://www.brother.co.th/th-th

https://www.facebook.com/BrotherCommercialThailand/

หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Brother Contact Center ☎ 0-2665-7777

Facebook Comments