สำรวจจุดเปลี่ยน แอป Photos Windows 11 ยกเครื่อง Editor ใหม่เป็น Native เร็วแรงขึ้น พร้อมไขเบื้องหลังทำไม Gallery ถึงถูกลดเกรดเป็นเว็บ
มีข่าวว่า Microsoft เปิดตัวแอป Photo เวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ โดยสามารถแก้ไขภาพเบื้องต้นต่างๆ มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่หลาย ที่สำคัญคือ เป็นแอปแบบ Native แล้ว
ข้อดีของแอปแบบ Native คือโปรแกรมที่เขียนด้วยโค้ดภาษาที่คุยกับระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์ (CPU, GPU, RAM) ของคอมพิวเตอร์โดยตรง ทำให้เรียกใช้งานง่าย ไม่กินทรัพยากร และมีความเร็ว
ก่อนหน้านี แอปต่าง ๆ ของ Microsoft จะเป็นแบบ Web Wrapper คือการเอาหน้าเว็บไซต์มาใส่กรอบหน้าต่างโปรแกรม แล้วหลอกให้ผู้ใช้ให้รู้สึกเหมือนกำลังเปิดแอปคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่เบื้องหลังจริง ๆ คือมันแอบรันเบราว์เซอร์เพื่อโหลดหน้าเว็บขึ้นมาแสดงผล ซึ่งเราจะเห็นถึงความหน่วงชัดเจน
แล้วแอป Photo ใหม่นี้ มีอะไรดีบ้างล่ะ ก็ต้องบอกว่า มันมาพร้อมฟังก์ชันในส่วนของ Editor ที่มีประโยชน์หลายด้านครับ เช่น
– Crop ช่วยปรับกรอบรูป องค์ประกอบภาพ และสัดส่วนภาพ
– Enhance ปรับจูนแสง สี และโทนภาพรวมของรูปถ่าย
– Repair ช่วยให้ผู้ใช้ลบตำหนิและจุดบกพร่องต่างๆ ในภาพ
– Stylize ปรับเปลี่ยนมู้ดและสไตล์ของภาพ
นอกจากนี้ ในส่วนของ Editor ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Relight ซึ่งสามารถแก้ไขทิศทางแสงและระดับความสว่างของภาพถ่ายในขั้นตอน Post-processing ได้ อีกทั้งยังรองรับการแต่งภาพไฟล์ HDR, HEIC (iOS) และ WebP พร้อมระบบ AI สำหรับลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากพื้นหลัง
การอัปเดตดังกล่าว จะเริ่มปล่อยให้กลุ่มผู้ใช้ Windows Insiders ได้ทดสอบก่อน และคาดว่าจะปล่อยให้ผู้ใช้ Windows 11 ทั่วไปได้ใช้งานในปลายปีนี้ครับ
ทั้งนี้ แม้ภาพรวมจะดูดี แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้กลุ่ม Power User ต้องแอบกรี๊ด เพราะ Microsoft ได้ลดเกรดของตัวแอป Gallery ลงไปเฉย จากที่เคยเป็น Native app ดันทำให้เป็น Web Wrapper ซะงั้น พวกเขาเลยรู้สึกว่า โปรแกรมโดนลดเกรด ทั้งๆที่ทำเป็น Native app มาตั้งนานแล้ว (ทำไมไม่ทำต่อ)
แต่เดิมแอป Gallery ใน Windows 11 เป็น Native มาโดยตลอด โดยพัฒนาด้วยเฟรมเวิร์กอย่าง WinUI 3 (Windows App SDK / XAML) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสร้าง UI สำหรับ Windows โดยเฉพาะ
สาเหตุที่ Microsoft ถอยกลับไปใช้ Web Wrapper แทนที่จะพัฒนา Native ต่อ มีเบื้องหลังหลัก ๆ 3 ด้าน ทั้งเชิงธุรกิจ การจัดการทีม และทิศทางผลิตภัณฑ์
พวกเขา อาจจะลดต้นทุนด้วยแนวคิด เขียนโค้ดชุดเดียว ใช้ได้ทุกที่ เพราะปัญหาเดิมของ Microsoft ต้องจ้างและแบ่งทีมวิศวกรออกเป็น 2 ทีม
– ทีมที่ 1 เขียนเว็บ OneDrive Photos สำหรับเปิดบนเบราว์เซอร์
– ทีมที่ 2 เขียนแอป Windows Photos Gallery (WinUI 3) สำหรับรันบน Windows
และเมื่อสองสิ่งนี้ทำหน้าที่คล้ายกันมาก ไม่ว่าจะเป็นจัดหมวดหมู่อัลบั้ม, แยกหน้าคน, ค้นหาภาพ, ซิงค์คลาวด์ Microsoft จึงอาจจะยุบโค้ดส่วนหน้าคลังภาพให้เป็นเว็บเดียว แล้วใช้ WebView2 ครอบลงใน Windows ทำให้เหลือทีมพัฒนาชุดเดียว ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการดูแลระบบลง
ที่สำคัญคือ ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ได้ทันที ไม่ต้องรออัปเดตระบบปฏิบัติการ ซึ่งถ้าเป็น Native App เวลาจะเพิ่มฟีเจอร์ แก้ไขบั๊ก หรือเปลี่ยนหน้าตา จะต้องคอมไพล์โค้ดใหม่ ส่งเข้ากระบวนการทดสอบ แล้วปล่อยอัปเดตผ่าน Microsoft Store หรือ Windows Update ซึ่งใช้เวลานานและมีขั้นตอนตรวจสอบเยอะ
ถ้าเป็น Web-based โค้ดส่วนใหญ่ทำงานเหมือนหน้าเว็บ เมื่อทีมพัฒนาอยากเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ หรือปรับระบบค้นหา พวกเขาสามารถปรับปรุงที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์/เว็บ แล้วผู้ใช้ทั่วโลกจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้แทบจะทันทีครับ
ที่มา : techspot








