ปลอดภัยขึ้น Firefox ใช้ Claude Mythos ช่วยปิดช่องโหว่ได้ถึง 271 จุด

Claude Mythos

ก่อนหน้านี้ Techhub เคยเล่าให้ฟังว่า Anthropic เปิดตัว Claude Mythos รุ่นใหม่ ซึ่งสามารถใช้ค้นหาช่องโหว่ในระบบต่าง ๆ ในระยะอันสั้นได้ จนไม่กล้าเปิดให้ใช้แบบสาธารณะ

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือน Anthropic บริษัท AI ชื่อดังได้ประกาศแผนการใช้ปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเสริมเกราะป้องกันด้านความปลอดภัย ซึ่งในตอนแรกก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า AI จะทำได้จริงหรือ? แต่ล่าสุด Mozilla ได้ออกมาตอกย้ำด้วยผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากการใช้โมเดลพิเศษที่ชื่อว่า Claude Mythos Preview ครับ

Mozilla ระบุว่าการนำ Mythos มาช่วยตรวจสอบซอฟต์แวร์ ทำให้ทีมงานสามารถค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ ใน Firefox เวอร์ชันล่าสุดได้มากถึง 271 จุด ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก

ทาง Mozilla ถึงกับกล่าวชมว่า เท่าที่ตรวจพบมายังไม่มีช่องโหว่ประเภทไหนหรือความซับซ้อนระดับใดที่มนุษย์หาเจอ แต่โมเดล AI ตัวนี้หาไม่เจอ ซึ่งนี่เป็นเครื่องยืนยันว่า AI ได้กลายเป็นผู้ช่วยมือขวา ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในสายงาน Cyber Security ไปแล้ว

Project Glasswing เมื่อ AI ทำงานได้เท่ามนุษย์ แต่เร็วกว่าหลายเท่า

การออกมาให้ข้อมูลของ Mozilla ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกอย่างมากสำหรับ Project Glasswing ของ Anthropic เพราะนี่คือการรับรองจากบุคคลที่สาม ที่มีความน่าเชื่อถือสูง

อย่างไรก็ตาม มีจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ Mozilla พบว่า Mythos ยังไม่ได้เก่งกาจถึงขั้นเหนือมนุษย์ เพราะช่องโหว่ทั้งหมดที่ AI ค้นพบนั้น มนุษย์เองก็สามารถหาเจอได้เช่นกันหากมีเวลาและทรัพยากรที่เพียงพอ ดังนั้นบทบาทของ AI ในตอนนี้จึงไม่ใช่การเข้ามาแทนที่ความฉลาดของมนุษย์ แต่เป็นการเข้ามาทุ่นแรงและประหยัดเวลาในการทำงานที่ซ้ำซ้อนและมหาศาลนั่นเอง

การที่ Mozilla ใช้ AI มาเป็นโล่ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในยุคที่เราเห็นแต่ข่าว AI ถูกเอาไปใช้ทำ Deepfake หรือเขียนมัลแวร์หลอกลวงคน

นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของคำว่า AI for Good ครับ ความเจ๋งไม่ได้อยู่ที่ AI เก่งกว่าคน แต่อยู่ที่มันไม่เหนื่อยในารไล่เช็ก Code หลายล้านบรรทัดเพื่อหาบั๊กเป็นงานที่กินพลังงานสมองมนุษย์มหาศาล แต่สำหรับ Mythos มันคือการประมวลผลตามปกติ ถ้าเรามีผู้ช่วยที่คอยเฝ้าบ้านให้ 24 ชั่วโมงแบบนี้ ความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ตของเราก็จะสูงขึ้นอีกหลายสเต็ปเลยล่ะ…

ที่มา

engadget