เบื้องหลังชาละวัน 10 ปี จากคลัสเตอร์ HPC สู่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ADA

ไทยกำลังมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ใช้ชื่อว่า ADA LAB ที่ขยายสเกลจาก Chalawan HPC เพื่อทำภารกิจวิจัยชั้นแนวหน้าของไทย

 

10 ปีเสันทางการพัฒนา ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เรื่องง่าย ในยุคที่คนให้ความสำคัญกับ AI ความต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงหรือ HPC (High Performance Computing) ก็มีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะ HPC ในรูปแบบ Local หรือ LLM ที่ช่วยปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับให้ปลอดภัยไม่ต้องส่งผ่าน Cloud แต่การลงทุนสร้าง HPC ในช่วงวิกฤติ Supply เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ท้าทายไม่แพ้กัน

 

Techhub พาไปเจาะลึกเบื้องหลัง CHALAWAN HPC ของคนไทยที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2015 และกำลังขยายขีดความสามารถพัฒนาเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (ADA LAB) ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT จากความตั้งใจแรกที่จะใช้ประมวลผลข้อมูลด้านดาราศาสตร์มีมหาศาลได้อย่างไร้ขีดจำกัดจากเครื่องมือและกำลังคนที่มีเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

 

ดร.อุเทน แสวงวิทย์ ผู้จัดการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ NARIT บอกว่า การลงทุนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว แต่เป็นการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้เพียงพอกับความต้องการใช้งาน ทั้งในกลุ่มของนักวิจัยและวิศวกรของสถาบัน รวมไปถึงนักศึกษา และอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความต้องการใช้งาน HPC เช่นกัน

 

“พันธกิจหลักของ NARIT เป็นเรื่องของอวกาศ ดาราศาสตร์ก็จริง แต่เราไม่ได้หยุดพัฒนาเทคโนโลยี เพราะความเชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ที่มีสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาสำคัญของประเทศได้” 

 

งานวิจัยวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เป็นการลงทุนที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศได้อย่างมหาศาลและช่วยขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัล (Digital economy) แต่มุมของประชาชน NARAT กำลังวางโครงสร้างพื้นฐานงานวิจัยหลายๆ ส่วนในด้านดาราศาสตร์อวกาศ และคุณภาพอากาศ ด้วยอุปกรณ์ตรวจจับและความรู้ด้านโมเดลคณิตศาสตร์และการประมวลผล เช่น งานวิจัยที่ช่วยพยากรณ์ฝุ่น PM2.5 ได้อย่างแม่นยำ และ Realtime มากขึ้น

 

ฐิตพล บุญประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหม่ประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์

: ปูทางซูเปอร์คอมพ์

CHALAWAN HPC เกิดขึ้นจากการออกแบบร่วมกันของนักวิจัยผู้ต้องการใช้ข้อมูล กับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Provider) อย่าง เดลล์ เทคโนโลยีส์ จนได้ออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีความแตกต่างจาก HPC ทั่วไป ทั้งระบบระบายความร้อน (Air Flow) ที่ช่วยลดอุณหภูมิขณะใช้งานเซิร์ฟเวอร์ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าไม่สำคัญ

 

ฐิตพล บุญประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหม่ประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ เสริมว่า ระบบระบายความร้อนช่วยลดความเสี่ยงเรื่องของความเสียหาย (Break Down) ช่วยลดปริมาณการใช้งาน และค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทำให้ระบบมีความน่าเชื่อถือ และเกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่องมานับ 10 ปี จนถึงปัจจุบันยังมีการใช้งานด้านการวิจัย ที่พัฒนาต่อยอดออกไปได้มากมาย ซึ่งลักษณะของการใช้งานในภารกิจวิจัยจะแตกต่างกับ HPC ที่ใช้ในหน่วยงานอื่น เช่น งานด้านความมั่นคง

 

“HPC ช่วยลดเวลาการคำนวณข้อมูลจากการวิจัยได้เร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 15 เท่า ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยร่นระยะเวลาการประมวลผลจาก 3 เดือน เหลือแค่ 2 สัปดาห์ ท่ามกลางความท้าทายด้านเทคโนโลยี CPU เจนเนอร์เรชั่นล่าสุด และชิปที่ทรงพลังอย่าง H200 และ B300 ที่กำลังขยับเข้ามาแทนที่”

 

เดลล์ เทคโนโลยีส์ มองว่า อนาคตความต้องการใช้งาน HPC และ AI Cluster จะเพิ่มมากขึ้น เมื่อความต้องวิเคราะห์ข้อมูลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเดลล์เองมีเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นตัว HPC Storage รวมไปถึงงานบริการที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานได้ไม่ยาก

 

ฐิตพล ย้ำว่า ความท้าทายของการการบริหารจัดการ CHALAWAN HPC ใช้ช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากตัวเดิมเป็นตัวใหม่ คือทำอย่างไรให้ไร้รอยต่อได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินรับมือ เพราะเมื่อ Eco System ของ HPC เป็น Solution ของเดลล์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Server หรือตัว Storage การขยายขีดความสามารถหรือขยายขนาดขึ้นไปตามความต้องการใช้งาน จึงไม่ใช่เรื่องยาก และมีการเตรียมการณ์ล่วงหน้ามามากกว่า 1 ปี ก่อนเกิดวิกฤติ และพัฒนามาถึงเจนเนอร์เรชั่นที่ 3

 

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ADA LAB

: ซูเปอร์แล็บ ADA

 

ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ดาราศาสตร์ (Astronomical Digital Technology and AI Applications: ADA) กำลังพัฒนาขีดความสามารถระบบประมวลผล Chalawan HPC ควบคู่กับการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

 

เพื่อเตรียมรับการมาของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (ADA LAB) จะที่เชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ของไทยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงโครงการวิจัยระดับนานาชาติรองรับการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนและมีปริมาณมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำสูง เพื่อสนับสนุนงานวิจัยขั้นแนวหน้าของไทยในอนาคต

 

ดร.อุเทน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ซูเปอร์แล็บ ADA เป็นการยกระดับจากระบบ CHALAWAN HPC สู่โครงสร้างพื้นฐานประมวลผลสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน Big Data และ AI โดยติดตั้งหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ประสิทธิภาพสูง พร้อมหน่วยความจำขนาดใหญ่ถึง 141 GB ต่อหน่วย

 

สเปคที่วางไว้ สามารถรองรับการพัฒนาและประมวลผลโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อด้วยโครงข่ายความเร็วสูงระดับ 400 Gbps ช่วยให้รับ-ส่งข้อมูลระดับหลายเทราไบต์ (TB) ระหว่างฐานข้อมูล และหน่วยประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว และต่อเนื่องพร้อมรองรับงานวิจัยขั้นสูงและการประยุกต์ใช้เทรนด์ AI เฉพาะงานบางอย่าง เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลทางดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ข้อมูล

 

ซูเปอร์แล็บ ADA นับเป็นการ Transform รูปแบบการทำงานของนักวิจัยไทยจากเดิมที่ต้องเสียเวลากับงานเอกสารหรือการเตรียมข้อมูลมาเป็นการใช้ AI ในฐานะ “ผู้ช่วยวิจัย” เพื่อมุ่งเน้นการวิเคราะห์และสร้างสรรค์นวัตกรรม 100%

 

ADA LAB ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดแต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่จะเปลี่ยนข้อมูลที่เคยนิ่งสนิทให้กลายเป็นขุมพลังในการขับเคลื่อนประเทศได้อย่างแท้จริง
 

ดูเพิ่มเติม NARIT เดินหน้า ASTRONOMY+ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ