[Magical Night] ในสมาร์ทโฟนระดับเรือธง นอกจากฟีเจอร์ AI และชิปประมวลผลแล้ว “กล้องซูม” ก็ยังเป็นจุดเด่นที่หลายแบรนด์ต่างแย่งเป็นที่ No.1 เสมอมา โดยคราวนี้เป็นคิวของ HONOR Magic 8 Pro ครั้งแรกกับกล้องซูมความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล พร้อมซูม Optical ได้ไกล และซูม Digital ได้สูงสุดถึง 100x โดยยังคงรายละเอียดคมชัดแม้แสงน้อย อะไรคือเบื้องหลัง ลองมาดูบทความนี้กันครับ

ก่อนอื่นมารู้จักกับ Magic 8 Pro กันซักนิด ทาง HONOR วางให้เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นใหม่ ที่มีการ Overkill หรือสเปกที่เหนือกว่าคู่แข่งอยู่หลายจุด ทั้งกล้องเทเลโฟโต้ความละเอียดสูงสุดในโลก , แบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนที่อึดที่สุดในคลาส และชิปเซ็ตตัวท็อปจาก Qualcomm ทั้งหมดนี้อัดแน่นอยู่ในราคา 39,990 บาท (เผยราคาเลยละกัน) ซึ่งถือว่าทำราคามาได้น่ากลัวสำหรับคู่แข่ง
“AI Light Up the Magical Night”

ประเดิมด้วยคอนเซปต์ที่ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องเทเลโฟโต้ 200MP Ultra Night ที่ HONOR มีความภูมิใจนำเสนอเป็นพิเศษเลย เพราะเป็นกล้องซูมที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพกลางคืนโดยเฉพาะ ด้วยกล้องซูมความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว (ใหญ่กว่ากล้องหลักของหลาย ๆ รุ่น) รูรับแสงกว้าง f/2.6 พลังการซูม: ซูม Optical ได้ไกล และซูม Digital ได้สูงสุดถึง 100x โดยยังคงรายละเอียดคมชัดแม้แสงน้อย

ลองถ่ายภาพกลางคืน
ลองซูม Digital 100x


ผสาน OIS กันสั่นเทพและมาตรฐาน CIPA ระดับ 5.5 ช่วยลดอาการเบลอจากการสั่นของมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ กับมี AI Adaptive Stabilization ช่วยให้ถ่ายภาพซูมได้ดีขึ้นถึง 7 เท่า ลดอาการเบลอได้ดีขึ้น 4 เท่า ช่วยให้ถ่ายภาพซูมไกลหรือถ่ายกลางคืนด้วยมือเปล่า แม้ไม่ได้ใช้ขาตั้งหรือกิมบอลเลยก็ตาม

ตัวอย่างการถ่ายภาพซูม 230 mm ในช่วง 5 โมงเย็น ก็ยังได้ความคมชัดเอาเรื่อง
ส่วนกล้องหลักก็มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล มาพร้อมรูรับแสงกว้างถึง f/1.6 เก็บแสงได้ดีเยี่ยม

เยี่ยมประมาณนี้เลยครับ ใช่ร่วมกับฟิลเตอร์ Romantic Blue

จุดเด่นถัดมาคือ AI Magic Color ฟีเจอร์ AI ช่วยปรับโทนสีอัจฉริยะ เลียนแบบโทนสีฟิล์มหรือสไตล์ภาพยนตร์ได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว รองรับการแยกแยะสีได้ถึง 16.77 ล้านสี
สำหรับตัว Magic Color ทาง HONOR กล่าวเลยว่าเป็นเอนจิ้นสีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตัวแรกของอุตสาหกรรม ซึ่งอาศัยอัลกอริธึม Deep Learning ขั้นสูงในการแยกแยะสีได้ถึง 16.77 ล้านสี ผ่านเทคโนโลยีการย้ายสี (Color Migration) ที่ทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์และคลาวด์ ทำให้สามารถติดตามและประมวลผลสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของโทนสีโดยรวมและการปรับแต่งเฉพาะจุด

และด้วย Magic Color ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการถ่ายภาพได้แบบสไตล์ภาพยนตร์ ปรับโทนสีฟิล์มระดับมืออาชีพ หรือสร้างเทมเพลตส่วนตัวจากภาพอ้างอิงใดก็ได้ และนำมาใช้ถ่ายภาพได้ทันทีผ่านกล้องหรือผ่าน Magic Portal Magic Color ช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการปรับแต่งสี ทำให้ได้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพเป็นเรื่องง่ายเลยครับ
สำหรับกล้องก็มี AI Photos Agent ที่ผู้ใช้สามารถสั่งลบคน (AI Eraser) , ขยายภาพ (Outpainting) หรือไดคัทรูป (Cutout) ได้เนียน ๆ ด้วยคำสั่งเสียง และยังเรียกใช้ได้ผ่าน AI Button หรือปุ่มลัดเข้ากล้องด่วน กดสองครั้งถ่ายได้ทันที หรือตั้งค่าเป็นคำสั่งอื่นก็ได้

สำหรับสเปกเด่นอื่น ๆ ของ HONOR Magic 8 Pro ก็มีแบตฯ ขนาดใหญ่ถึง 7,100 mAh ผิดจากที่คาดไว้ 5,000 หรือ 6,000 mAh เคลมช่วยให้ดู YouTube ได้ต่อเนื่อง 18 ชั่วโมง หรือนำทาง GPS ได้ถึง 17 ชั่วโมง
ตัวแบตฯ ยังเป็น Silicon-carbon Battery เทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่เพิ่มความหนาแน่นพลังงาน ทำให้ใส่ความจุเยอะ ๆ ได้ในบอดี้ที่บางเบานี้เอง กับมี HONOR E2 ชิปจัดการพลังงานอัจฉริยะ ช่วยให้แบตฯ เสถียรและปลอดภัยแม้อากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด
รองรับชาร์จไว 100W Wired HONOR SuperCharge (ชาร์จเต็ม 100% ใน 52 นาที) และ 80W Wireless
Snapdragon 8 Elite Gen 5 ชิปแรงแห่งปี 2026

นอกจากกล้องซูมและพลัง AI แล้ว HONOR Magic 8 Pro ก็มาพร้อมชิป Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 (3nm) Mobile Platform ที่แรงขึ้นและประหยัดไฟขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สามารถเล่นเกม Open-world แบบปรับกราฟิกขั้นสุดแต่ได้เฟรมเรตสูงถึง 120fps ด้วยเทคโนโลยี AI Super-Resolution และ Frame Generation ที่พัฒนาร่วมกับ Qualcomm

HONOR Magic8 Pro คือสมาร์ตโฟนที่ทำออกมาได้ “สุด” ในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องกล้องและแบตเตอรี่ที่เป็น Pain Point ของคนใช้เรือธงมาตลอด การตั้งราคาที่ 39,990 บาท ถือว่าท้าชนแบรนด์เจ้าตลาดได้สมน้ำสมเนื้อ ยิ่งบวกกับของแถมช่วงพรีออเดอร์มูลค่าเกือบ 3 หมื่นบาท ยิ่งทำให้รุ่นนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่กำลังมองหา Android ตัวท็อปเครื่องใหม่
รายละเอียดการวางจำหน่าย

- ราคา: 39,990 บาท (รุ่น 12GB+512GB)
- สี: Sunrise Gold, Black Gold, Sky Cyan
- พรีออเดอร์: 12 – 26 ก.พ. 2569
- รับของแถมมูลค่ารวมสูงสุด 29,996 บาท (หูฟัง, แท่นชาร์จไร้สาย, Giftset)
- ประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันจอแตก 2 ปี (เปลี่ยนได้ 2 ครั้ง), ประกันแบต 2 ปี (เปลี่ยนฟรี 1 ครั้ง)
ใครที่สนใจ สามารถไปลองจับตัวจริงได้ที่ HONOR Experience Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ








