Infobip เตรียมเปิดตัว “AgentOS” แพลตฟอร์มอัจฉริยะ ยกระดับ Customer Journey สู่ระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ

Infobip ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการสื่อสารผ่านคลาวด์ระดับโลกในรูปแบบ AI-first ฉลองวาระครบรอบ 20 ปี ด้วยการเตรียมเปิดตัว AgentOS โซลูชัน AI-native อัจฉริยะพร้อมระบบบริหารจัดการแบบครบวงจร แพลตฟอร์มใหม่นี้พัฒนาต่อยอดจาก AI Agent ของ Infobip ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารกับลูกค้าแบบอัตโนมัติ โดยการเปิดตัว AgentOS นับเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ของ Infobip จากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการสื่อสาร สู่การเป็นเลเยอร์โครงสร้างการจัดการและประสานงานอัจฉริยะสำหรับยุค AI อย่างแท้จริง พร้อมเปิดโอกาสให้องค์กรยกระดับจากการดำเนินแคมเปญและเวิร์กโฟลว์แบบเดิม ไปสู่การสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

โมเดลการสื่อสารด้วย AI จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้แบบอัตโนมัติ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Hyper-Personalization และนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจผ่านหลากหลายช่องทาง อย่างไรก็ตาม AI Agent จะส่งมอบศักยภาพดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อมีมุมมองข้อมูลลูกค้าแบบองค์รวมจากทุกจุดสัมผัส หรือ Touchpoint  ซึ่งหมายความว่าภาคธุรกิจจำเป็นต้องขจัดปัญหาการเก็บข้อมูลแบบแยกส่วนให้หมดไป แต่ในปัจจุบัน ความพร้อมขององค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับจำกัด ส่งผลให้มีโครงการ AI Agent ระดับองค์กรเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถนำมาใช้งานจริงได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไร้โครงสร้างและอุปสรรคภายในองค์กร ซึ่ง AgentOS ได้เข้ามาทลายกำแพงเหล่านี้ ทำให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย และขยายการใช้งานได้ทั่วทั้งองค์กร

AgentOS ผสานรวมความอัจฉริยะของ Conversational Customer Data Platform เข้ากับระบบบริหารจัดการเส้นทางของลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อส่งมอบการปฏิสัมพันธ์ที่เข้าใจบริบท ทั้งแบบสื่อสารทางเดียวและสองทางผ่านทุกช่องทางที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังได้หลอมรวมแผนกการตลาด ฝ่ายขาย และฝ่ายสนับสนุนลูกค้าไว้บนระบบแบบ AI-native เพียงหนึ่งเดียว เพื่อเชื่อมต่อทุกจุดสัมผัสของลูกค้าให้เป็นเส้นทางที่ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดความซับซ้อนจากการใช้เครื่องมือที่กระจัดกระจาย แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้เร็วขึ้น พร้อมสร้างการเติบโตที่วัดผลได้จริง ทั้งในด้านอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า ความพึงพอใจ และการเพิ่มมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า

จุดเด่นสำคัญที่สร้างความได้เปรียบให้กับ Infobip คือโมเดลการทำงานแบบ Human-in-the-Loop ซึ่งผสานพลังของ AI ในการขยายขีดความสามารถและประสิทธิภาพ เข้ากับศักยภาพของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่คอยจัดการปัญหาซับซ้อน พร้อมทั้งช่วยฝึกฝนและปรับปรุง AI Agent อย่างต่อเนื่อง โดยภาคธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซนับเป็นกลุ่มแนวหน้าที่นำเทคโนโลยีนี้มาสร้างประสบการณ์แบบ Hyper-Personalization ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมสุขภาพและการเงินต่างเร่งนำโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้เพื่อยกระดับการดูแลผู้รับบริการ โดยยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบในท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของประเทศไทย

นอกจากนี้ ด้วยโครงสร้างแบบ Modular, MCP Interface, Open APIs และองค์ประกอบของ User Interface (UI) ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้การติดตั้งและผสานระบบทำได้อย่างรวดเร็ว รองรับทั้งการทำงานร่วมกับระบบเดิมหรือใช้งานแบบสแตนด์อโลน โดยแบรนด์สามารถเริ่มต้นจากเพียงกรณีการใช้งานเดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ก่อนจะขยายผลไปยังส่วนอื่น ๆ ได้อย่างคล่องตัว พร้อมระบบความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ติดตั้งมาในตัว ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในทุกปฏิสัมพันธ์ ทำให้องค์กรสามารถนำระบบอัตโนมัติมาใช้ได้อย่างมั่นใจโดยไม่สูญเสียการควบคุม ทั้งนี้ ระบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกยังเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการสื่อสารแบบ Hyper-Personalization ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในวงกว้าง