ปิดเส้นทางขอกรีนการ์ด สหรัฐฯ สั่งระงับ ‘PERM’ กระทบ Microsoft และ Adobe

[จ้างคนใน] ว่าด้วยบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เช่น Microsoft ต้องพึ่งพามันสมองของวิศวกรระดับหัวกะทิจากทั่วโลก โดยเฉพาะจากอินเดียและจีน แต่ล่าสุดทางการสหรัฐฯ สั่งระงับโปรแกรม “PERM” แล้ว ปิดเส้นทางขอกรีนการ์ดสำหรับพนักงาน H-1B ของ Microsoft และ Adobe หวังผลักดันให้จ้างพนักงานชาวอเมริกันเท่านั้น

PERM (Program Electronic Review Management) เป็นขั้นตอนขอใบรับรองแรงงานจากสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนพนักงานต่างชาติที่ถือวีซ่า H-1B ให้เข้ามาทำงานในตำแหน่ง ‘เฉพาะทาง’ ได้อย่างถูกต้อง และสามารถยื่นขอกรีนการ์ด (Green Card) หรือสถานะผู้พำนักถาวรในสหรัฐฯ ได้ในที่สุด

แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา JD Vance รองประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้แถลงข่าวว่า Microsoft และ Adobe ได้ถูกบล็อกออกจากโปรแกรม PERM แล้ว รวมถึงบริษัทรับเหมาด้าน IT อย่าง Cognizant , Infosys , Tata Consultancy , Wipro , HCL และ Capgemini ก็โดนคำสั่งระงับเช่นกัน

“น่าเสียดายที่ไม่มีบริษัทใดในสหรัฐฯ ที่ละเมิดระบบนี้มากไปกว่าพวกเขา (Microsoft) อีกแล้ว”

ทั้งนี้ JD Vance ได้พาดพิงถึง Microsoft เป็นพิเศษ หลังพบว่าบริษัทดังกล่าวปลดพนักงานออกถึง 6,000 ราย แต่หลังจากนั้นก็อนุมัติวีซ่า H-1B ถึง 6,300 ราย และกรีนการ์ดอีกเกือบ 3,000 ราย

ปัจจุบัน Microsoft ได้ยื่นคำขอ PERM ไป 3,682 ราย ซึ่งมี 1,000 รายที่พบเลยว่าเป็นตำแหน่งทับซ้อน ของพนักงานที่เพิ่งถูกเลิกจ้างด้วย เป็นเหตุให้ Microsoft ถูกตัดจาก PERM ในที่สุด

ส่วน Adobe มีรายงานแค่ว่า “ถูกตัดเนื่องจากการสืบสวนของรัฐบาลกลางที่กำลังดำเนินอยู่หลายคดี” ซึ่งรวมถึง Microsoft ด้วย ตามที่ Keith Sonderling รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ กล่าว

นอกจากปัญหาเรื่องการจ้างงานแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งเล็ง H-1B และ PERM มากขึ้นเลยคือ คดีฉ้อโกง การกดค่าแรง และการค้ามนุษย์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งพบมากในสองโปรแกรมดังกล่าว

จนในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามคำสั่งระงับอย่างเป็นทางการ ซึ่งประเดิมด้วยบริษัท Cognizant จากนั้นก็ตามด้วยบริษัทอื่น ๆ รวมถึง Microsoft และ Adobe ที่เพิ่งโดนล่าสุด

มีรายงานด้วยว่า กฎเกณฑ์การสุ่มจับสลาก H-1B ถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับแรงงานที่มีทักษะสูง และได้รับค่าจ้างสูงเป็นหลัก โดยมีบริษัทที่ได้รับการอนุมัติวีซ่า H-1B มากที่สุดคือ Amazon ที่มีถึง 4,644 ใบ ตามมาด้วย Meta ที่ 1,555 ใบ , Microsoft 1,394 ใบ และ Google ที่ 1,050 ใบ

ที่มา : TomsHardware