วันนี้ ManageEngine หน่วยงานหนึ่งของ Zoho Corporation และผู้ให้บริการโซลูชันการจัดการไอทีระดับองค์กรชั้นนำประกาศเปิดตัว Endpoint Central แพลตฟอร์มการจัดการและการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Endpoint แบบครบวงจร (UEMS) ที่มีความสามารถด้าน EDR และ Secure Private Access ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยในแพลตฟอร์ม Endpoint Central ด้วยการตรวจจับภัยคุกคามด้วย AI การแก้ไขปัญหาอัตโนมัติ และการเข้าถึงแอปพลิเคชันภายในแบบ Zero Trust ผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์
ในขณะที่องค์กรต่างต้องบริหารจัดการพนักงานและอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ ที่อยู่กันคนละที่ อุปกรณ์ Endpoint จึงกลายเป็นทั้งศูนย์กลางการทำงานของไอทีและจุดเสี่ยงหลักของการโจมตี หลายองค์กรยังคงพึ่งพาเครื่องมือที่ไม่ได้รวมไว้ในที่เดียวกันในการบริหารจัดการอุปกรณ์ Endpoint การป้องกันภัยคุกคาม และการเข้าถึงจากระยะไกล ส่งผลให้เกิดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานและเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ในขณะเดียวกัน ผู้โจมตีกำลังใช้เทคนิคที่มี AI เป็นตัวช่วยเพื่อยกระดับการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น แรนซัมแวร์ อีกทั้งรูปแบบการเข้าถึงผ่าน VPN แบบเดิมยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้วยการอนุญาตให้เชื่อมต่อเครือข่ายในวงกว้างหลังจากการยืนยันตัวตน ด้วยเหตุนี้ องค์กรต่าง ๆ จึงเริ่มเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยรวมทุกอย่างไว้ที่เดียว ซึ่งผสานรวมการบริหารจัดการอุปกรณ์ Endpoint ความมั่นคงปลอดภัย และการเข้าถึงแบบ Zero Trust เข้าด้วยกัน เพื่อลดความซับซ้อนและช่วยให้ อุปกรณ์ Endpoint ทำงานได้อย่างคล่องตัว

คุณ Chirag Mehta รองประธานและนักวิเคราะห์หลักจาก Constellation Research กล่าวว่า “ปัญหาของความปลอดภัยของอุปกรณ์ Endpoint ก็คือเรื่องความเร็ว องค์กรจำเป็นต้องตรวจจับและสกัดกั้นภัยคุกคามให้เร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งต้องบังคับใช้การเข้าถึงแอปพลิเคชันภายในแบบ Zero Trust เมื่อถูกเจาะรหัส ดังนั้นการนำ EDR มารวมเข้ากับการควบคุมการเข้าถึงที่พิจารณาจากความปลอดภัยและสถานะของอุปกรณ์ (Device Trust Based) จะช่วยย่นระยะเวลาที่ผู้โจมตีแฝงตัวอยู่ในระบบให้สั้นลงและลดขอบเขตความเสียหายที่มีต้นทางมาจากอุปกรณ์ Endpoint”
ด้วยการผสานรวม EDR และ Secure Private Access เข้ากับ Endpoint Central ทำให้ระบบสามารถตรวจจับภัยคุกคาม ตอบสนอง และบังคับใช้การเข้าถึงที่ปลอดภัยไว้บนแพลตฟอร์มเดียวที่ ManageEngine พัฒนาขึ้นเอง ทีมไอทีและทีมรักษาความปลอดภัยจึงสามารถทำงานร่วมกันบนฐานข้อมูลเชิงลึกของอุปกรณ์ Endpoint ชุดเดียวกัน การรวบรวมข้อมูลระยะไกลไว้ในที่เดียวกันนี้จะช่วยตรวจจับและสืบสวนข้ามโดเมนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้เช่น การติดตั้งแพตช์และการปรับแต่งการตั้งค่าให้รัดกุมได้โดยตรงผ่านเวิร์กโฟลว์การจัดการ อุปกรณ์ Endpoint นอกจากนี้ระบบได้รับการออกแบบบน Agent ขนาดเล็กเพียงตัวเดียวและคอนโซลแบบรวมศูนย์ อุปกรณ์ Endpoint Central จึงช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมการเข้าถึง การตอบสนองต่อเหตุการณ์และการบริหารจัดการอุปกรณ์
คุณ Mathivanan Venkatachalam รองประธานแห่ง ManageEngine กล่าวว่า “เมื่อสภาพแวดล้อมการทำงานขององค์กรกระจายตัวมากขึ้น อุปกรณ์ Endpoint จึงกลายเป็นจุดควบคุมทั้งการตรวจจับภัยคุกคามและการควบคุมการเข้าถึง ความสามารถดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนผ่านจากการรักษาความปลอดภัยแบบตั้งรับไปสู่การเฝ้าระวังและตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ตรวจจับภัยคุกคามได้เร็วกว่าและแก้ไขปัญหาได้ไวยิ่งขึ้น พร้อมทั้งต้องมั่นใจว่ามีเพียงอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรสำคัญได้”
ความสามารถหลัก

ความสามารถใหม่ ๆ ที่กล่าวมานั้นจะช่วยยกระดับ อุปกรณ์ Endpoint Central ให้เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถบริหารจัดการความปลอดภัยอุปกรณ์ Endpoint ได้อย่างครบวงจร ที่มาพร้อมกับการตรวจจับ การตอบสนอง และการควบคุมการเข้าถึงที่ปลอดภัยขั้นสูง
- การมองเห็นอุปกรณ์ Endpoint เชิงลึกและการตรวจสอบห่วงโซ่การโจมตี : สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเชิงลึกของ อุปกรณ์ Endpoint ทั้งในส่วนของกระบวนการ ไฟล์ รีจิสทรี และกิจกรรมบนเครือข่าย โดยจับคู่พฤติกรรมเข้ากับเทคนิคของ MITRE ATT&CK พร้อมทั้งแสดงภาพการเคลื่อนไหวของผู้โจมตีอย่างชัดเจนเพื่อเร่งการสืบสวน
- การตรวจจับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI : ใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์พฤติกรรมและ AI เพื่อตรวจจับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและหลบหลีกเก่ง ได้แก่ มัลแวร์แบบไร้ไฟล์และเทคนิค living-off-the-land ช่วยให้สามารถระงับเหตุได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจ
- การตอบสนองแบบรวมศูนย์ การกู้คืนข้อมูลจากแรนซัมแวร์ และการแก้ไขปัญหาผ่านการติดตั้งแพตช์ : ช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถแยกอุปกรณ์ที่ถูกบุกรุกออก หยุดกระบวนการที่ประสงค์ร้าย กู้คืนไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสโดยแรนซัมแวร์ และติดตั้งแพตช์จากคอนโซลเดียว เพื่ออุดช่องโหว่และเสริมความแข็งแกร่งให้กับ อุปกรณ์ Endpoint
- การสืบสวนที่มี AI เป็นผู้ช่วย : แสดงผลการเก็บข้อมูลระยะไกลที่เกี่ยวข้องและรูปแบบการโจมตี เพื่อช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญในระหว่างการสืบหาภัยคุกคาม ช่วยลดระยะเวลาในการเรียนรู้และช่วยให้กระบวนการวิเคราะห์ภัยคุกคามรวดเร็วยิ่งขึ้น
- การเข้าถึงแบบส่วนตัวที่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ : ช่วยให้เข้าถึงแอปพลิเคชันภายในได้อย่างปลอดภัย โดยใช้นโยบายที่ตรวจสอบข้อมูลประจำตัวสำหรับทุกคำขอเข้าถึง
อุปกรณ์ Endpoint Central ยังคงได้รับการยอมรับอย่างสูงจากนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมและองค์กรทดสอบอิสระอย่างต่อเนื่อง ประสิทธิภาพด้านการป้องกันมัลแวร์ของโซลูชันนี้ได้รับการรับรอง ‘Approved Business Product’ จาก AV-Comparatives แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบที่น้อยมาก และมีการใช้ทรัพยากรจากระบบน้อยที่สุดเป็นอันดับสองจากบรรดาโซลูชันทั้งหมดที่เข้ารับการประเมิน
นอกจากนี้ ManageEngine ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น Challenger ในรายงาน 2026 Gartner® Magic Quadrant™ สำหรับ อุปกรณ์ Endpoint Management Tools รวมถึงเป็น Leader ในรายงาน IDC MarketScape: Worldwide Unified อุปกรณ์ Endpoint Management Software 2025–2026 Vendor Assessment และเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับการยกย่องให้เป็น Customers’ Choice ในรายงาน 2025 Gartner Peer Insights™ Voice of the Customer สำหรับ อุปกรณ์ Endpoint Management Tools
ราคาและการจัดจำหน่าย
ความสามารถดังกล่าวพร้อมให้ใช้งานแล้วในรูปแบบส่วนเสริมสำหรับ Endpoint Central
ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมหรือเริ่มทดลองใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่: EDR








