[ไล่ยังไง] อุปสรรคสำคัญของการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ก็คงไม่พ้นสภาพอากาศที่มีเมฆมาก จนขวางการทำงานของโซลาร์เซลล์ แต่จะเป็นอย่างไรหากมีนวัตกรรมที่สลายก้อนเมฆออกได้ แถมใช้ต้นทุนต่ำด้วย
“เราจะกู้คืนแสงแดดกลับมา โดยไม่ต้องแก้ปัญหาระดับโครงสร้างด้วย”
คำกล่าวจาก Mete Karslioglu ซีอีโอของ Meteoric สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยสองวิศวกรจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่หวังใช้ “โดรน” แก้ปัญหาเรื่องเมฆบังทุ่งโซลาร์เซลล์ โดยไม่ต้องถึงขั้นมองหาทำเลที่ตั้งใหม่ หรือแก้ที่โครงสร้างเลย
วิธีก็ง่าย ๆ คือ ใช้ฝูงโดรนอัตโนมัตินับสิบถึงร้อยลำ บินเข้าไปในเมฆระดับต่ำและระดับกลาง (ความสูง 1 – 5 กม.) เหนือทุ่งโซลาร์เซลล์ ที่เป็นสาเหตุการบดบังแสงอาทิตย์กว่า 73% ถึง 82% นี้เอง
ส่วนตัวโดรนจะมีการติดตั้ง ‘กลไกทางฟิสิกส์’ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงหยดน้ำที่ก่อตัวเป็นเมฆโดยไม่ต้องใช้สารเคมีใด ๆ ซึ่งจะช่วยลดการสะท้อนแสง และนำปริมาณแสงแดดที่วัดได้กลับคืนสู่แผงโซลาร์เซลล์ด้านล่าง
สำหรับกลไกทางฟิสิกส์ดังกล่าวนั้น ทาง Meteoric เผยใช้เทคนิคในการสลายหมอกและเมฆระดับต่ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น
การโปรยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งในรูปของแข็งหรือของเหลวเข้าไปด้านใน เพื่อทำให้หยดน้ำที่ลอยตัวอยู่มีขนาดใหญ่ขึ้นและกระตุ้นให้ตกลงมาจากท้องฟ้า หรือผ่านการผสมด้วยวิธีทางกล เช่น การนำเฮลิคอปเตอร์บินผ่านอากาศที่อิ่มตัวด้วยความชื้น เพื่อผสมเข้ากับอากาศที่แห้งกว่าและทำให้ไอน้ำระเหยได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้มักมีราคาแพง โดยการใช้เครื่องบินปฏิบัติการก็มีต้นทุนสูงถึง 2,000 ดอลลาร์ฯ ต่อชั่วโมงขึ้นไป ทว่าหากเปลี่ยนเป็นโดรนไฟฟ้า (ที่ถูกดัดแปลงพิเศษจาก Meteoric) พบมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 30 ถึง 60 ดอลลาร์ฯ ต่อชั่วโมง หรือโดยเฉลี่ยแค่ประมาณ 1,500 บาทเท่านั้น ถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“กระบวนการนี้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้ารายปีได้ประมาณ 10% หรือสูงสุด 30% จากโซลาร์เซลล์”
คำกล่าวจาก Meteoric พร้อมเผยเป้าหมายสูงสุดเลยคือ “การลดความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคน”
ท้ายนี้ตัวโดรนยังอยู่ระหว่างพัฒนา โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการสลายเมฆ เพื่อให้เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 30% ขึ้นไป และถึงขั้นลดการเกิดเฮอร์ริเคน ที่เป็นปัญหามานานในสหรัฐฯ
ที่มา : TomsHardware








