[สานต่อเนื่อง] ย้อนกลับไปในปี 2023 ทาง Microsoft ได้ประกาศลงทุนด้าน AI กับประเทศไทยมาแล้ว โดยตอนนั้น Satya Nadella ซีอีโอของบริษัทเดินทางมาเยือนไทยด้วยตนเอง ต่อด้วยในปี 2025 ก็ส่ง Rodrigo Kede Lima ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียเข้ามาสานต่ออีกที กลับมาปัจจุบัน Microsoft ส่ง Brad Smith รองประธานของบริษัท เข้าพบนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อเป็นการตอกย้ำเลยว่า “โครงการกำลังเดินหน้า” ยืนยันด้วยการทุ่มงบกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท
“เราต้องการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของเอเชีย การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ เราต้องมุ่งสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้านดิจิทัลและ AI ที่เสริมให้เศรษฐกิจไทยพร้อมคว้าโอกาสจากอุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างศักยภาพให้คนไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างเต็มที่ การประกาศลงทุนของไมโครซอฟท์ในวันนี้เป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้าสู่จุดมุ่งหมายนี้ และยังช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศไทยอีกด้วย”
นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าว พร้อมมองว่าการลงทุนของ Microsoft ในครั้งนี้ คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้ไทยเดินหน้าสู่จุดมุ่งหมายดังกล่าวได้สำเร็จ และเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศไทย จากสายตานักลงทุนระดับโลก
สร้างอธิปไตยดิจิทัลในไทย
สำหรับงบลงทุนหลักหมื่นล้านบาทนี้ จะถูกนำไปสร้าง Data Center ที่ได้มาตรฐานเรื่องความมั่นคงและความยั่งยืน เพื่อให้หน่วยงานรัฐและธุรกิจไทยสามารถเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในประเทศไทย หรือการทำอธิปไตยดิจิทัลงของไทยนั้นเอง (สิทธิในการควบคุมข้อมูลของประชาชนภายในประเทศตามกฎหมาย) โดยใช้งานได้ผ่าน Cloud กับมีระบบ AI ช่วยจัดการได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
ทั้งนี้ทาง Microsoft ยังจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับ Top ของไทยอย่าง GULF , AIS , CP , True Corporation และ True IDC ร่วมกันสร้าง Ecosystem ที่จะก่อให้เกิดการจ้างงานทักษะสูง หรือให้มีทักษะสำคัญสำหรับการเติบโตในโลกยุค AI นั้นเอง
เร่งสปีด AI Diffusion

สำหรับการจับมือครั้งนี้ ทาง Microsoft ได้กล่าวเน้นย้ำถึงคำว่า “AI diffusion” ที่หมายถึงการนำ AI มาใช้ในภาคเศรษฐกิจ ที่จะถูกใช้ในประเทศไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่ง Microsoft ชี้ให้เห็นเลยว่าปัจจุบันมีความเหลื่อมล้ำในด้าน AI ที่ชัดเจน โดยกลุ่มประเทศซีกโลกเหนือ มีผู้ใช้งาน AI ราว 1 ใน 4 ของประชากรวัยทำงานทั้งหมด
ขณะที่กลุ่มประเทศซีกโลกใต้ มีอัตราต่ำกว่าที่ 1 ใน 7 ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตที่ยังมีอีกมาก และความสำคัญของการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI และการยกระดับทักษะในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา
“ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้คลาวด์และ AI ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในทุกภาคส่วน และยกระดับชีวิตของคนไทยทุกคน” Brad Smith รองประธานของ Microsoft กล่าว
การลงทุนในไทยครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเร่งเครื่อง ให้องค์กรและแรงงานไทยเข้าถึง AI ได้อย่างทั่วถึง ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ และทำให้ประเทศไทยพร้อมแข่งขันในอุตสาหกรรม New S-Curve ตามที่รัฐบาลไทยตั้งเป้าไว้
AI ช่วยแก้กฎหมาย
Microsoft ยังได้จับมือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาของประเทศไทย เพื่อพัฒนา “TH2OECD” ระบบวิเคราะห์กฎหมายที่ขับเคลื่อนด้วย AI พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Microsoft Azure OpenAI ซึ่งออกแบบมาให้สามารถนำเอกสารทางกฎหมายของประเทศไทย มาเปรียบเทียบกับาตรฐานสากลของ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ช่วยให้ประเทศไทยปรับปรุงกฎหมายให้ได้มาตรฐานโลกอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และกรุยทางพาไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเงินสนับสนุนกว่า 39 ล้านบาทจาก USTDA และ Microsoft ให้กับทีมนักพัฒนาชาวไทย Ai-ssistance เพื่อสร้างโซลูชัน AI ให้กับ aCommerce อีกด้วย
ปั้นแรงงาน AI
ต่อด้วยโครงการ Microsoft Elevate ช่วยยกระดับทักษะแรงงานและภาคการศึกษาของไทยขนานใหญ่ โดยมีโครงการย่อยอย่าง Elevate for Educators และ Changemakers มอบเครื่องมือ AI ประกาศนียบัตร และทักษะให้บุคลากรครู เพื่อไปต่อยอดให้กับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา (ผ่านแพลตฟอร์ม NDLP)
พร้อมจับมือกระทรวงแรงงานเพื่อตั้งเป้าอัปสกิลแรงงานไทย 150,000 คน ผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training ซึ่งมีหลักสูตร AI ภาษาไทยกว่า 280 คอร์ส โดยผู้ที่เรียนจบจะได้รับการรับรองทักษะ จากทั้งภาครัฐและ Microsoft โดยตรง ซึ่งสามารถนำไปใช้ยื่นสมัครงานในอุตสาหกรรม S-Curve ได้ทันที
“AI เป็นพลังที่สร้างโอกาสในการเติบโตให้กับทุกคน การนำความชาญฉลาดของ AI มาอยู่ในมือคนไทยทุกคน จะเปิดโอกาสให้เราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และเติบโตในแนวทางของตนเอง” นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Microsoft ประเทศไทยกล่าว ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย ที่ไม่ใช่แค่มูลค่าเงินที่มหาศาล แต่เป็นการสร้างความรู้และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในระดับโลก สำหรับคนรุ่นหลังโดยเฉพาะ
หากภาครัฐและเอกชนไทยสามารถตักตวงประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการอัปสกิลแรงงานในครั้งนี้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย การที่ไทยจะก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลาง AI แห่งเอเชีย” ตามที่นายกฯ อนุทิน กล่าวไว้ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินฝัน…รอดูครับ








