สงสัยไหม ทำไมจีนถึงใช้กล้องมากที่สุด และมีเทคโนโลยีกล้องที่ล้ำหน้าที่สุด

เทคโนโลยีกล้อง
ปัจจุบัน มีกล้องวงจรปิดมากกว่า 1 พันล้านตัวถูกใช้งานอยู่ทั่วโลก และมากกว่าครึ่งอยู่ที่จีนประมาณ 540 ล้านตัว และตอนนี้ จีนยังมีเทคโนโลยีกล้องที่ล้ำหน้ามากที่สุดในโลก คำถามคือทำไมถึงต้องมากขนาดนั้น มีไปทำไม แล้วจีนใช้ประโยชน์จากมันยังไง Techhub จะเล่าใหัฟังครับ
.
ด้วยประชากรของจีนที่มีมากถึง 1.4 พันล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในโลก การบริการจัดการ การควบคุมประชาชน และการสร้างความปลอดภัย เป็นเรื่องที่รัฐบาลจีนได้ทำพยายามทำให้เกิดขึ้นจริง โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังจะพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะรู้ข้อมูลประชาชนทุกคน รู้ว่าอยู่ที่ไหน รู้ว่าทำอะไร กำลังจะไปไหน หรือติดต่อใครบ้าง
.
ตามการวิจัยจากการสอบสวนของ New York Times และ ChinaFile ชาวจีนทุกคนต่อ 1,000 คน จะมีกล้องอย่างน้อย 372 ตัวที่ติดตามทุกการเคลื่อนไหว
.
โปรไฟล์ของทุกคนในประเทศจีนสร้างขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงกันสามแหล่ง โดยมีข้อมูลที่ดึงมาจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งเทคโนโลยีจดจำใบหน้าไว้ ซอฟต์แวร์ติดตามสมาร์ทโฟนที่ซ่อนอยู่ และข้อมูลไบโอเมตริกที่รวบรวมจากพลเมืองทุกคน
.
แน่นอนว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำขึ้นเพื่อจะให้รัฐบาลสามารถควบคุมพฤติกรรม แนวคิด และการใช้ชีวิตเพื่อให้ประชาชนอยู่ภายใต้การปกครองโดยที่ไม่ทำให้ประเทศมีปัญหา แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ก็สร้างประโยชน์อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
.
1.ชาวจีนบางเมืองสามารถจ่ายค่าบริการ การใช้รถสาธารณะด้วยข้อมูลไบโอเมตริกเช่น ลายนิ้วมือหรือใบหน้าได้ ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกมากยิ่งขึ้น
.
2.ในจีนมีระบบคะแนนสังคมที่ควบคุมพฤติกรรมที่ของคนไม่ดี โดยหากใครมีพฤติกรรมที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เช่น การถุยน้ำลาย การแซงคิว การข้ามถนนโดยไม่ใช้ทางม้าลาย หรือการขับรถเร็วเกินกำหนด จะทำให้พวกเขาเหล่านี้ถูกลดคะแนนความประพฤติลง ซึ่งหากถูกลดมาก ๆ จะมีผลทำให้ การรับบริการจากรัฐทำได้น้อยลง ไม่สามารถเดินทางโดยรถสาธารณะได้ หรือห้ามเดินทางไปประเทศ โดยหลักสำคัญของเทคโนโลยีนี้มาจากเทคโนโลยีจดจำใบหน้าที่ทำให้สามารถติดตามพฤติกรรมได้แบบเรียบไทม์ครับ
.
3.ป้องกันอาชญากรรม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายประเทศกำลังผลักดันนะ แต่จีนนั้นล้ำหน้าไปไกลเพราะไม่มีปัญหาด้านกฏหมายครับ โดยเทคโนโลยีจดจำใบหน้าจีนทำให้สามารถติดตามอาชญากรรมมาดำเนินคดีได้เร็ว ซึ่งมีผลทำให้ความถี่ของการเกิดอาชญากรรมลดลงในระยะยาวได้ด้วย
.
4.จีนมีกล้องระบบคลาวด์ที่มีความคมชัดที่สุดในโลก ด้วยความคมชัดระดับ 500 ล้านพิกเซลที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 กล้องดังกล่าวสามารถถ่ายภาพสนามฟุตบอลในมุมและสามารถซูมหน้าของทุกคนได้แบบชัดเจน กล้องนี้จะถูกใช้งานกับ Ai ที่มีฐานข้อมูลของประชาชน ทำให้จีนสามารถค้นหาใครก็ได้ แม้เขาจะอยู่ในเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน หรือในสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ ซึ่งหากรัฐบาลต้องการจะหาตัวใคร ก็ทำไม่ได้ยาก
.
5.อีกสิ่งที่รัฐบาลใช้ประโยชน์จากกล้องจำนวนมากคือ หน่วยงานรัฐบาลจีนแห่งหนึ่ง ได้คิดค้น Ai ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครที่กำลังมีความคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบบการปกครองของจีนผ่านระบบสแกนใบหน้า แน่นอนว่าแนวคิดที่ว่า ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจีนทั่วโลก ว่ามันลุกล้ำความเป็นส่วนตัวเกินไป ยัดความผิดให้คน ทั้ง ๆ ที่พวกเขายังไม่ได้ทำอะไร (อันนี้ผมไมค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่)
.
นอกจากนี้ จีนยังใช้กล้องและระบบจดจำใบหน้าอีกมากมาย เช่น ในห้องเรียน เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการเรียนของนักเรียน ใช้ดำเนินการ ด้านการตลาด ร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า เพื่อเก็บข้อมูลดูว่า ลูกค้าแต่ละคนมีพฤติกรรมการซื้อแบบใด ชอบซื้ออะไร จะมาซื้อตอนไหน จ่ายเงินยังไง เพื่อเอาข้อมูลดังกล่าวไปคิดรูปแบบการบริการที่มากขึ้นในอนาคตครับ
.
หลายคนอาจมองมองว่า ด้วยระบอบการปกครองของจีนที่เป็นแบบคอมมิวนิสต์ ทำให้จีนสามารถดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องมีปัญหาในเรื่องของกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่หลายประเทศกำลังเจอ และหลายประเทศได้พยายามแบนหรือต่อต้านที่จีนทำแบบนี้โดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนนะว่า ปัจจุบันจีนถือเป็นประเทศที่เป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลก แน่นอนว่าเค้าไม่ได้แคร์เรื่องนี้
.
และในจีนปัญหาคอรัปชั่นมีให้เราเห็นน้อยมาก เพราะเค้ามีบทลงโทษที่เด็ดขาดถึงขั้นประหารชีวิต ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศรุดหน้ากว่าประเทศอื่น ๆ ครับ
การปกครองของจีนนั้นดี ทำให้ประเทศรุดหน้า ต้องทำความเข้าใจก่อนนะว่า ภายในจีนนั้นมีปัญหาคอรัปชั่นน้อยมาก โดยมีบทลงโทษที่เด็ดขาดถึงขั้นประหารชีวิต
.
แหล่งข้อมูล