แคนนอน เผยโฉม กล้อง EOS C70 กล้องถ่ายภาพยนตร์ที่มาพร้อมเมาท์ RF รุ่นแรกในตระกูล Cinema EOS

แคนนอน เสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้องเมาท์ RF อีกทางเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการกล้องที่รองรับการใช้งานถ่ายวิดีโอแบบมืออาชีพโดยเฉพาะ เปิดตัว EOS C70 สมาชิกใหม่ในตระกูล Cinema EOS ที่มาพร้อมเมาท์ RF ที่เป็นมาตฐานใหม่สำหรับยุคดิจิตอล ที่กล้องสามารถสื่อสารข้อมูลปริมาณมากกับเลนส์ได้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพสูง ตัวกล้องมีรูปทรงกะทัดรัดและน้ำหนักเบา[1] รองรับการถ่ายภาพความเร็วสูงระดับ 4K/120p ช่วยในการสร้างสรรค์งานภาพที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างเข้มข้น
EOS C70 เป็นกล้องในตระกูล Cinema EOS รุ่นแรกที่ใช้เมาท์ RF จึงสามารถใช้งานร่วมกับเลนส์ RF ในระบบ EOS R System ของแคนนอนได้ทุกรุ่น และเมื่อใช้งานร่วมกับเมาท์อะแดปเตอร์ EF-EOS R 0.71x (จำหน่ายแยกต่างหาก) ก็สามารถใช้ร่วมกับเลนส์ในตระกูล EF ได้อีกมากมาย[2] โดยให้มุมมองภาพแบบเดียวกับเลนส์ฟูลเฟรม และให้ความสว่างของภาพเพิ่มอีก สต็อป เพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์งานภาพยนตร์ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
กล้องถ่ายภาพยนตร์รุ่นนี้มาพร้อมเซ็นเซอร์ 4K Super 35mm CMOS DGO (Dual Gain Output) ให้ภาพถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงถึง 4K 4:2:2 (10 bit) ที่ไล่เฉดสีได้อย่างสวยงามกลมกลืน แม้ถ่ายในสภาพแวดล้อมที่มีการเปรียบต่างสูง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ไดนามิกเรนจ์สูง อีกทั้งมีหน่วยประมวลผลภาพ DIGIC DV7 ที่ทำงานอย่างฉับไว ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายวิดีโอ 4K/120p โดยบันทึกลงในการ์ดหน่วยความจำมาตรฐานแบบ SD UHS-II
EOS C70 มีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ SD ช่อง รองรับการบันทึกได้หลายโหมด เช่น simultaneous recording, relay recording และ 4K/2K recording  พร้อมหลากหลายฟีเจอร์ระดับมืออาชีพตามแบบฉบับกล้องตระกูล Cinema EOS ไม่ว่าจะเป็นช่องต่อ mini XLR ช่อง, แผงปุ่มควบคุมระบบเสียงTimecode IN/OUT, ช่องต่อ full HDMI และฟังก์ชัน Direct Touch Control ที่ออกแบบใหม่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับตั้งค่าการบันทึกภาพได้อย่างรวดเร็วผ่านหน้าจอทัชสกรีนของกล้อง
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีระบบออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยระบบตรวจจับและติดตามวัตถุอัจฉริยะ (Intelligent Tracking and Recognition System) ซึ่งเป็นกลไกล้ำสมัยที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Deep Learning ทำงานประสานกับ Face Detection AF และเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามโฟกัสแม้ตัวแบบไม่ได้มองกล้อง เมื่อใช้งานร่วมกับจอทัชสกรีนรุ่นใหม่ที่ตอบสนองไวจึงทำให้การโฟกัสเร็วและง่ายขึ้น
แคนนอน เปิดตัวเมาท์อะแดปเตอร์ EF-EOS R 0.71x แปลงเมาท์ RF ของกล้อง EOS C70 ให้ใช้กับเลนส์ EF ได้
นอกจากนี้ แคนนอนเปิดตัวเมาท์อะแดปเตอร์EF-EOS R 0.71x สำหรับกล้องถ่ายภาพยนตร์ EOS C70 ซึ่งเป็นกล้องรุ่นแรกในตระกูล Cinema EOS ที่ใช้เมาท์ RF ซึ่งเมาท์อะแดปเตอร์รุ่นใหม่นี้จะช่วยให้สามารถใช้กล้องรุ่นดังกล่าวร่วมกับเลนส์ในตระกูล EF ได้[3] โดยให้มุมมองภาพใกล้เคียงกับเลนส์ฟูลเฟรมอีกด้วยทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากเลนส์ EF ที่มีหลากหลายรุ่นได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งขยายขอบเขตความเป็นไปได้และความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์งานวิดีโออีกด้วย
ด้วยระบบออพติกแบบ Miniaturized ของเมาท์อะแดปเตอร์ EF-EOS R จะทำให้กล้อง EOS C70 ซึ่งใช้เซ็นเซอร์ขนาดSuper-35mm DGO สามารถบันทึกวิดีโอโดยใช้เลนส์ EF ที่ออกแบบมาให้ใช้กับเซ็นเซอร์ขนาดฟูลเฟรม ยังให้มุมมองภาพกว้างขึ้นอีก 0.7เท่าซึ่งเป็นมุมมองเดียวกับเลนส์ฟูลเฟรม อีกทั้งการลดขนาดของระบบออพติกนี้ ยังช่วยเพิ่มความสว่างของภาพได้อีกประมาณ 1  สต็อป (เพิ่มความกว้างของรูรับแสงเลนส์ f-number” อีก 1 สต็อปทำให้สามารถเลือกใช้ค่าความไวแสงต่ำลงได้ ช่วยให้ถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงได้โดยมีสัญญาณรบกวนต่ำ แม้ในสภาพแวดล้อมที่แสงน้อย เช่น ภายในอาคาร หรือในเวลากลางคืน
เมื่อนำกล้องถ่ายภาพยนตร์ EOS C70 มาประกอบเข้ากับเลนส์ EF[4]โดยใช้เมาท์อะแดปเตอร์ EF-EOS R 0.71x จะสามารถใช้ระบบออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF ของกล้องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั่วทั้งภาพเหมือนกล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิทัลที่ใช้เมาท์ EF นอกจากนี้ กล้องยังสามารถบันทึกและแสดงข้อมูล เช่น การแก้ไขขอบภาพมืด (peripheral illumination correction) การแก้ไขความคลาดเคลื่อนสีตามแนวตั้งฉาก (lateral chromatic aberration correction) ค่ารูรับแสง และทางยาวโฟกัสได้อีกด้วย
ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ได้ที่ https://th.canon/th/business

[1] EOS C70 มีขนาด 160 x 130.2 x 115.9 มม. น้ำหนัก 1,170 กรัม
[2] รวมถึงเลนส์ CN-E (EF cinema) ไม่รวมเลนส์ EF-M และเลนส์ที่ใช้ระบบโฟกัสแบบแมนนวลบางรุ่น
[3] ไม่รวมเลนส์ตระกูล RF, EF-M และ EF-S
[4]ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2563 สามารถใช้ร่วมกับเลนส์ดังต่อไปนี้: EF16-35mm f/2.8L III USM (เริ่มจำหน่ายเดือนตุลาคม 2559) EF24-70mm f/2.8L II USM (เริ่มจำหน่ายเดือนกันยายน 2555และ EF24-105mm f/4L IS II USM (เริ่มจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน 2559). แคนนอนมีแผนจะเพิ่มจำนวนเลนส์ที่ใช้ร่วมกันได้โดยเปิดให้อัปเดตเฟิร์มแวร์ฟรี ทั้งนี้กล้องสามารถใช้งานร่วมกับเลนส์ EF รุ่นต่างๆ ได้ โดยแคนนอนแนะนำให้อัปเดตเฟิร์มแวร์ก่อน เพื่อให้สามารถใช้ฟังก์ชันต่างๆ ที่เชื่อมโยงกล้องกับเลนส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด